ลิ้งค์เชื่อมต่อ

logo-print

การออกกำลังกาย ลดความเสี่ยงในการกลับไปเป็นโรคมะเร็งอีกครั้ง


รายงานการวิจัยที่เพิ่งเผยแพร่ออกมา กล่าวว่า การออกกำลังกายช่วยลดโอกาสความเสี่ยงที่ผู้เคยป่วยเป็นโรคมะเร็งเต้านมและต่อมลูกหมาก จะกลับไปเป็นโรคนั้นอีก

การออกกำลังกายที่ว่านี้ ไม่เข้มงวดกวดขันถึงระดับนักกีฬาโอลิมปิค เพียงแต่ให้มีการออกกำลังกายเป็นประจำ อย่างเช่น การเดินสักครึ่งชั่วโมง ห้าครั้งต่อสัปดาห์ ก็ถือว่าใช้ได้

ในอเมริกา สำหรับผู้ป่วยเป็นโรคหัวใจสมัยนี้ ส่วนใหญ่จะถูกแพทย์ส่งตัวไปทำกายภาพบำบัดเป็นเวลา 12 สัปดาห์ และโรงพยาบาลหลายแห่งถึงกับเปิดศูนย์กายภาพบำบัดสำหรับผู้ป่วยเป็นโรคหัวใจขึ้นมาโดยเฉพาะ

ผลการวิจัยเรื่องการออกกำลังกายกับโรคมะเร็ง ชี้แนะถึงประโยชน์ของการออกกำลังกายไว้หลายด้านด้วยกัน

ที่สำคัญเป็นเรื่องแรก คือ การออกกำลังกายเป็นประจำ ลดระดับอินซูลินในเลือด อินซูลินเป็นสารที่ทำให้แซลล์ในร่างกายของเราแยกตัวและเติบโตได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น ผู้หญิงที่มีอินซูลินสูง มีโอกาสจะเป็นมะเร็งเต้านมสูงกว่าคนอื่น และถ้าเคยเป็นโรคนี้มาแล้ว โอกาสจะกลับไปเป็นอีกมีมากขึ้น

ในขณะเดียวกัน การออกกำลังกายช่วยซ่อม T-cells ซึ่งเป็นแซลล์ที่ต่อสู้กับการติดเชื้อ และช่วยฟื้นฟูระบบภูมิคุ้มกันร่างกายที่เสียหายเพราะเคมีบำบัดสำหรับผู้ที่ป่วยเป็นโรคมะเร็ง

การออกกำลังกายยังช่วยลดปริมาณการหมุนเวียนของฮอร์โมน estrogen และ testosterone ฮอร์โมนสองชนิดที่เกี่ยวโยงกับมะเร็งเต้านมสำหรับผู้หญิง และมะเร็งที่ต่อมลูกหมากสำหรับผู้ชาย และ estrogen บางส่วนไปแอบอยู่ในแซลล์ไขมัน การออกกำลังกายสร้างกล้ามเนื้อและลดไขมัน

นอกจากนี้ การออกกำลังกายยังทำให้น้ำหนักตัวไม่เพิ่มขึ้น ในขณะที่ช่วยให้ลดน้ำหนักได้ เรื่องนี้สำคัญ เพราะการวิจัยพบว่า การมีน้ำหนักเกินขนาดทำให้ผู้ป่วยเป็นมะเร็งชนิดต่างๆมีโอกาสรอดชีวิตน้อยลง และโอกาสที่จะกลับไปเป็นโรคนี้อีกมีมากขึ้นสำหรับผู้ที่เคยป่วยเป็นมะเร็งมาแล้ว

แม้งานวิจัยครั้งนี้จะเน้นในเรื่องมะเร็งเต้านมสำหรับผู้หญิงเป็นส่วนใหญ่ ผลการวิจัยก่อนหน้านี้ได้แสดงให้เห็นไว้ด้วยว่า การออกกำลังกายเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่เคยเป็นมะเร็งที่ลำไส้และต่อมลูกหมาก โดยแนะนำว่า ในหมู่ผู้ชายที่มีอายุสูงกว่า 65 ปีขึ้นไป การออกกำลังกายอย่างแข็งขันเพียงสามชั่วโมงต่อสัปดาห์ ช่วยลดอัตราการเสียชีวิตเพราะมะเร็งที่ต่อมลูกหมาก

นักวิจัยคาดว่า ในอีกไม่ช้าไม่นาน แพทย์จะส่งตัวผู้ป่วยเป็นโรคมะเร็งให้ไปทำกายภาพบำบัดเป็นปกติวิสัย แม้จะอยู่ในระหว่างที่ยังรับการรักษาโรคมะเร็งด้วยซ้ำไป เพราะพบแล้วว่า การออกกำลังกายไม่เพียงแต่ปลอดภัยและเป็นเรื่องที่ทำได้ในระหว่างการรักษาโรคมะเร็งเท่านั้น แต่ยังสามารถช่วยให้ร่างกายของผู้ป่วยทำงานได้ดีขึ้น และเสริมคุณภาพชีวิตให้กับผู้ป่วยได้ด้วย

XS
SM
MD
LG