ลิ้งค์เชื่อมต่อ

logo-print

มือระเบิดพลีชีพหญิง ในปากีสถาน


ในขณะที่การเมืองปากีสถานยังวุ่นๆ ปัญหาความปลอดภัยก็ยังไม่ดีขึ้น มีเหตุวางระเบิดและเหตุ ระเบิดพลีชีพไปแล้ว 5 ครั้งในรอบสองเดือนที่ผ่านมา โดยเหตุที่เกิด เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาเป็นมือ ระเบิดพลีชีพหญิง

การใช้มือระเบิดพลีชีพเพื่อโจมตีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ในปากีสถานยังเกิดขึ้นถี่ แม้ว่ารัฐบาล ประกาศใช้ภาวะฉุกเฉินเพื่อควบคุม สถานการณ์แล้วก็ตาม และที่น่ากังวลคือ มือระเบิดพลีชีพรายล่า สุด เป็นผู้หญิง

เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา เหตุมือระเบิดพลีชีพสาวอายุราว 30 ปี ระเบิดตัวเอง ตายใกล้ๆ ด่านตรวจของ ตำรวจที่เมืองเปชาวา ห่างจากกรุงอิสลามบัดไป ประมาณสองชั่วโมงโดยทางรถยนตร์
เปชาวาเป็นเมืองที่ติดกับเขตจังหวัดที่ปกครองโดยชนเผ่าของปากีสถาน ซึ่งติดชายแดนอาฟกานิสถาน เขตปกครองชนเผ่านี้ ทางการบอกว่า เป็นที่ซ่อนตัวของกลุ่มพลพรรคทาเลบัน

จุดเกิดเหตุใกล้กับโรงเรียนคริสเตียนแห่งหนึ่ง ก่อนเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ท้องถิ่น บอกว่าตำรวจเกิดสงสัย ที่เห็นผู้หญิงสวมชุดคลุมทั้งตัวที่เรียกว่าเบอร์ก้าเดินดุ่มๆ เข้าไปหา จึงบอกเธอหยุด เพื่อตรวจบัตรประ ชาชน และมือระเบิดหญิงคนนี้ ระเบิดตัวเองเสียก่อน จึงเป็นผู้เสียชีวิตคนเดียว
นายจาเว็ด ชีมา โฆษกกระทรวงมหาดไทยปากีสถาน บอกสื่อมวลชนว่า ทางการกำลังสอบสวนเพื่อ ระบุชื่อของมือระเบิดพลีชีพหญิงอยู่ และเชื่อว่าเป็นมือระเบิดพลีชีพหญิงรายแรกของปากีสถาน

ส่วนเมื่อวันจันทร์ ก่อนหน้านั้นหนึ่งวันเกิดเหตุระเบิดขึ้นที่โรงเรียนสอนศาสนา ชายแห่งหนึ่งในเมือง ไสฟูล่าทางใต้ใกล้ๆชายแดนอาฟกานิสถานสังหาร นักเรียนไป 6 คน อีก 4 คนได้รับบาดเจ็บ
เจ้าหน้าที่สงสัยว่า เป็นฝีมือของนักเรียนศาสนาชาวอาฟกานิสถานคนหนึ่ง ซึ่งเร่รอนมาขอค้างคืน และซุก ระเบิดไว้ก่อนหลบหนีไป

โฆษกทางกระทรวงมหาดไทยปากีสถาน บอกว่าผู้ต้องสงสัยคนดังกล่าว ถูกจับแล้วและกำลังถุกสอบ ปากคำอยู่เพราะสงสัยว่าอาจจะมีสาหตุเกี่ยวโยง กับการสู้รบระหว่างทหารรัฐบาลกับกลุ่มติดอาวุธ พลพรรคทาเลบันในพื้นที่นัก รบชนเผ่าซึ่งรุนแรงมาตั้งแต่ก่อนที่ประธานาธาธิบดีมูชาราฟจะประกาศใช้ ภาวะฉุกเฉิน เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน

ถึงแม้ว่าจะยังไม่มีใครออกมาแสดงความยอมรับกับทั้งสองเหตุการณ์ ทางการเชื่อว่าเป็นฝีมือของ ทาเลบัน เพราะกลุ่มติดอาวุธในพื้นที่เหล่านี้ ต่อต้านสงครามปราบปรามการก่อการร้ายในอาฟกานิสถานที่สหรัฐและ ปากีสถานร่วมมือกันอยู่

ก่อนที่ประธานาธิบดีมูชาราฟประกาศใช้ภาวะฉุกเฉินไม่กี่วัน มือระเบิดพลีชีพชายรายหนึ่ง ระเบิดตัว เองหน้าทางเข้ากองบัญชาการทหารซึ่งเป็นที่ประจำการของประธานาธิบดีพลเอกมูชาราฟ ตอนที่ยัง ดำรงตำแหน่งผู้นำทหารในเมืองราวัลพินดีซึ่งเป็นเมืองแฝดของกรุงอิสลามบัด มีคนเสียชีวิตไป 7 ราย

และเมื่อต้นสัปดาห์ที่่แล้ว ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยแน่นหนา เกิดเหตุระเบิดกับรถบัสทหารที่ เมืองราวัลพินดีเช่นกัน สังหารเจ้าหน้าที่ทหาร ปากีสถานไปอย่างน้อย 30 คนบาดเจ็บอีกหลายคน

เหตุคล้ายๆกันนี้ เกิดมาแล้วก่อนหน้าแทบจะรายเดือน และไม่ใช่แค่ทหารและตำรวจธรรมดาเท่านั้น ที่ตกเป็นเป้า แม้แต่ทหารประจำ หน่วยคอมมานโดและหน่วยรบพิเศษก็เป็นเหยื่อกันไปแล้วหลายราย

จากบันทึกของกระทรวงมหาดไทยปากีสถาน มีเหตุการณ์ระเบิดพลีชีพ ในประเทศรวมเกือบ 60 ครั้งแล้วในรอบ 6ปีที่ผ่านมาและมีผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 800 คน

ดูเหมือนว่าเหตุระเบิดพลีชีพเมื่อวันอังคารคงจะไม่ใช่เหตุครั้งสุดท้ายในปากีสถานแน่นอน ตราบใดที่ กลุ่มพลพรรคทาเลบันในบ้านตัวเองยังจับอาวุธ ต่อต้านรัฐบาลไม่เลิก


XS
SM
MD
LG