ลิ้งค์เชื่อมต่อ

ส่องกิจกรรมดูนกในเม็กซิโก - อีกความหวังอุตสาหกรรมท่องเที่ยว


Birdwatching offers a fragile lifeline for nature in Mexico

ทุก ๆ ปี นกหลายล้านตัวจะบินอยู่ระหว่างเทือกเขา เซียร์รา มาเดร โอเรียนทอล (Sierra Madre Oriental) ของเม็กซิโกและอ่าวเม็กซิโกในช่วงเวลาที่เรียกว่า “River of Raptors"

นกหลาย ๆ ชนิด ไม่ว่าจะเป็น เหยี่ยว เหยี่ยวตัวเล็ก นกแร้ง และนกอินทรีต่างบินผ่านพื้นที่ดังกล่าวตั้งแต่เดือนสิงหาคมจนถึงเดือนพฤศจิกายนเพื่อหนีจากอากาศที่หนาวเย็น

ทั้งนี้ “River of Raptors” เป็นช่วงเวลาที่นำนักดูนกต่างชาติหลายร้อยคนมายังพื้นที่ชายฝั่งของเวราครูซ (Veracruz)

สตีเวน โคเว็ต (Steven Koevoet) ไกด์ดูนกในเม็กซิโกกล่าวว่า ลูกค้าหลาย ๆ คนของเขาเคยไปตามแหล่งที่นกบินอพยพที่มีชื่อเสียงอื่น ๆ แต่ไม่มีที่ไหนเหมือนกับ River of Raptors ในเวราครูซเลย ซึ่งโคเว็ตเองเป็นไกด์ที่พานักท่องเที่ยวไปเยี่ยมชมสถานที่ต่าง ๆ ในยูคาทาน และ เวราครูซ มานานกว่า 25 ปี

แต่ถึงกระนั้น ช่วงเวลาที่นกนับล้านตัวบินย้ายถิ่นฐานประจำปีนี้ ก็ไม่ได้ทำให้การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์กระเตื้องขึ้นมากมายแต่อย่างใด ทั้งนี้ การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์เป็นส่วนหนึ่งของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่นำผู้คนมาเยี่ยมชมสถานที่ทางธรรมชาติในลักษณะที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม

บรรดานักวิเคราะห์ชี้ว่าการที่การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ไม่ได้กระเตื้องขึ้นนั้น ส่วนหนึ่งเกิดจากความล้มเหลวของเม็กซิโกในการสนับสนุนการท่องเที่ยวที่ไม่ใช่รีสอร์ทริมทะเลอย่างเช่นที่ แคนคูน และ คาโบ ซาน ลูคัส

เอฟเฟรน คาสเตอยาโนส (Efrain Castellanos) นักชีววิทยาในรัฐเชียปัสกล่าวว่า "เม็กซิโกมีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวสูงเพราะเป็นประเทศที่มีความหลากหลาย แต่ยังขาดโครงสร้างพื้นฐานด้านการท่องเที่ยว"

นอกจากนี้ ความรุนแรงในระดับสูงและวิธีการต่าง ๆ ที่ไม่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมยังเป็นปัญหาในการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ในรัฐเชียปัสและเวราครูซอีกด้วย

วิเซนเต รอดริเกซ (Vicente Rodriguez) ผู้เชี่ยวชาญด้านนกที่ National Commission for the Knowledge and Use of Biodiversity (CONABIO) แห่งเม็กซิโกกล่าวว่า ปัญหาเรื่องความรุนแรงทำให้นักท่องเที่ยวเลิกดูนกเป็นเวลาหลายปีในบางพื้นที่ ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวเป็นแหล่งรายได้ที่สำคัญของชุมชนในท้องถิ่น

Birdwatching offers a fragile lifeline for nature in Mexico
Birdwatching offers a fragile lifeline for nature in Mexico

อย่างไรก็ตาม บรรดากลุ่มนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัย และเกษตรกรในเวราครูซกำลังร่วมมือกันเพื่อพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่เชื่อมโยงกับการอพยพประจำปีของนก

อย่างเช่น แองเจิล วิเวโร (Angel Viveros) สมาชิกของครอบครัวเจ้าของฟาร์มที่อยู่ใกล้ ๆ กับโฮเ คาร์เดล (Jose Cardel) ซึ่งเป็นเมืองที่อยู่ห่างจากชายฝั่งอ่าวของเม็กซิโกในเวราครูซประมาณ 10

กิโลเมตร ได้ใช้พื้นที่ 150 เฮกตาร์ (938 ไร่) ของครอบครัวสำหรับกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การดูนก ขี่ม้า กระโดดร่ม และเดินป่าโดยเขาได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มโพนาทูรา เวราครูซ (Pronatura Veracruz) กลุ่มองค์กรที่ไม่หวังผลกำไร ซึ่งศึกษาและนับจำนวนนกที่บินย้ายถิ่นฐานเป็นประจำทุกปี และตอนนี้เขามีนักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมชมปีละหลายร้อยคนแล้ว

ส่วนบรรดาผู้ผลิตกาแฟในท้องถิ่นอย่าง Cafe de Mi Rancho, Rancho San Fermin และ Cafetalera San Felipe ได้จัดให้มีกิจกรรมการชิมกาแฟและการพูดคุยให้ความรู้เกี่ยวกับความสำคัญของการหว่านเมล็ดพืชของนก

โฮเซ อเลฮานโดร รามิเรซ (Jose Alejandro Ramirez) ผู้เกษียณอายุคนหนึ่งที่เคยไปเยือนเวราครูซตั้งแต่ปี 2002 กล่าวว่า "นอกเหนือจากความรู้สึกทางกายแล้ว การดูนกยังเป็นเสมือนเรื่องของจิตวิญญาณด้วย เพราะไม่มีคำพูดใด ๆ ที่จะอธิบายถึงความรู้สึกที่ได้เห็นนกหลายล้านตัวบินอยู่เหนือท้องฟ้า"

  • ที่มา: รอยเตอร์
XS
SM
MD
LG