ลิ้งค์เชื่อมต่อ

วิเคราะห์: ‘การพลิกฟื้นเศรษฐกิจ’ โจทย์ท้าทายว่าที่นายกฯ จีนคนใหม่


新一届中共中央政治局常委李强

ว่าที่นายกรัฐมนตรีจีนคนใหม่ที่จะเข้ารับตำแหน่งในปีหน้า ต้องเตรียมรับมือกับโจทย์ท้าทาย ในการฟื้นฟูเศรษฐกิจจีนจากพิษโควิด-19 ซึ่งบรรดาวงในและนักวิเคราะห์เชิงนโยบายต่างมองว่า เครื่องมือที่ว่าที่นายกฯ ผู้นี้มีในมืออาจไม่มากนัก สะท้อนได้จากแรงสั่นสะเทือนในตลาดเงินตลาดทุนหลังการประกาศรายชื่อกรรมการสูงสุดชุดใหม่ของพรรคคอมมิวนิสต์จีนออกมา

เมื่อวันอาทิตย์ ที่ประชุมใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์จีน รับรอง สี จิ้นผิง ให้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีจีนเป็นสมัยที่ 3 ในวันอาทิตย์ พร้อมเปิดตัวผู้ที่จะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีจีนคนใหม่ และสมาชิกคณะกรรมการสูงสุดของพรรคฯ หรือ โพลิตบูโร ทั้ง 7 คนซึ่งล้วนเต็มไปด้วยผู้ที่จงรักภักดีต่อประธานาธิบดีสี ซึ่งหนึ่งในนั้น คือ หลี่ เฉียง ผู้เคยดำรงตำแหน่งหัวหน้าคณะทำงานของ สี จิ้นผิง ที่ตอนนี้ก้าวขึ้นมาเป็นว่าที่นายกรัฐมนตรีคนใหม่ แทน หลี่ เค่อ เฉียง ที่จะหมดวาระในต้นปีหน้า

หลี่ เฉียง จะเข้ามามีบทบาทในการขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจ และแก้ปัญหาการสูญเสียตำแหน่งงานที่บ่อนทำลายเสถียรภาพทางสังคม ในช่วงเวลาที่ประธานาธิบดีสี ให้ความสำคัญกับประเด็นเรื่องความมั่นคงมากขึ้น

ว่าที่นายกฯ จีนคนใหม่นี้ จะเข้ารับมารับโจทย์ท้าทายด้านเศรษฐกิจ ในฐานะที่จีนเป็นประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่อันดับ 2 ของโลก ที่ถูกกระชากให้อ่อนแอลงเนื่องจากมาตรการโควิดเป็นศูนย์ของจีน และวิกฤตอสังหาริมทรัพย์จีนที่รุนแรงขึ้น ขณะที่ความหวังในการปฏิรูปเศรษฐกิจของจีนริบหรี่ลงด้วยทิศทางของพรรคคอมมิวนิสต์จีนที่จะควบคุมดูแลเศรษฐกิจอย่างรัดกุม

ในวันจันทร์ ตลาดหุ้นฮ่องกงร่วงหนัก เช่นเดียวกับตลาดหุ้นจีนและค่าเงินหยวนอ่อนค่าลงหลังจากเปิดตัวบรรดากรรมการสูงสุดคนใหม่ของพรรคคอมมิวนิสต์จีน จากความกังวลว่าประธานาธิบดีสี จิ้นผิง จะยิ่งผลักดันนโยบายที่ขับเคลื่อนด้วยอุดมการณ์ที่สะเทือนการเติบโตทางเศรษฐกิจจีนยิ่งขึ้น

แหล่งข่าวที่ใกล้ชิดกับนโยบายเศรษฐกิจจีนที่ไม่ขอเปิดเผยตัว ให้ข้อมูลกับรอยเตอร์ว่า “มาตรการควบคุมการระบาดของโควิดจะยังไม่ผ่อนคลายลงไปในเร็ววันนี้ ภาคอสังหาริมทรัพย์จะไม่ฟื้นตัวในระยะเวลาอันใกล้ กลุ่มนักการเมืองที่สนับสนุนการปฏิรูปต่างถูกกวาดล้างไปหมด ซึ่งส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน” และยังบอกด้วยว่า “ทีมเศรษฐกิจใหม่ของจีนมีทางเลือกไม่มากนักในการกระตุ้นเศรษฐกิจในปีหน้า ซึ่งมุ่งเน้นเรื่องการลงทุนและโครงการขนาดใหญ่”

กุนซือด้านเศรษฐกิจจีน หลิว เหอ (Liu He) นักเศรษฐศาสตร์ที่สำเร็จการศึกษาจากสหรัฐฯ ซึ่งถูกมองว่าเป็นมันสมองของการปฏิรูปจีนในยุคต้น ๆ ถูกแทนที่ด้วย เหอ ลี่ เฟิง (He Lifeng) คนใกล้ชิดของปธน.สี ขณะที่ผู้ว่าแบงค์ชาติจีน อี้ กัง (Yi Gang) คาดว่าจะเกษียณอายุในปีหน้า ตามรายงานของรอยเตอร์

การก้าวขึ้นมาดำรงตำแหน่งของหลี่ เฉียง สร้างความประหลาดใจให้กับผู้เกี่ยวข้องด้านนโยบายหลายคน จากประเด็นการจัดการเรื่องการระบาดของโควิด-19 ที่ไม่สู้ดีนักในนครเซี่ยงไฮ้ ทำให้ประชากร 25 ล้านคนที่นั่นต้องล็อกดาวน์เป็นเวลานานถึง 2 เดือน และการขาดประสบการณ์ในบทบาททางเศรษฐกิจระดับชาติของเขา

เจีย คัง อดีตหัวหน้าหน่วยงานคลังสมองของกระทรวงการคลังจีน ให้ทัศนะกับรอยเตอร์ว่า “สิ่งที่ควรทำเป็นการเร่งด่วนคือการฟื้นฟูเศรษฐกิจ เราเผชิญปัญหาของความเชื่อมั่นและการคาดการณ์เศรษฐกิจที่อ่อนแอ และคงเป็นเพียงแค่ลมปากหากไม่สามารถฟื้นฟูเศรษฐกิจได้ตามสัญญา”

ความท้าทายที่ถาโถม

บรรดาวงในและนักวิเคราะห์เชิงนโยบาย ต่างเห็นว่า การผลักดันเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนโดยรัฐของปธน.สี จิ้นผิง อาจเป็นผลร้ายต่อเป้าหมายในการเปลี่ยนแปลงจีนให้ขึ้นแท่นผู้นำโลกในช่วงกลางศตวรรษนี้ได้

ปาฏิหาริย์ด้านเศรษฐกิจจีน เริ่มต้นขึ้นเมื่อปี 1978 เมื่อเติ้ง เสี่ยวผิง เริ่มต้นการปฏิรูปครั้งประวัติศาสตร์ เปิดทางให้บริษัทเอกชนเข้ามามีบทบาทและเปิดเศรษฐกิจจีนสู่การลงทุนต่างชาติมากขึ้น

นักวิเคราะห์จากบริษัทการเงินในเครือซิตี้ กล่าวกับรอยเตอร์หลังการเผยโฉมกรรมการสูงสุดใหม่ของจีนว่า “ด้วยประเด็นความมั่นคงที่ยกระดับขึ้นท่ามกลางความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้น การรักษาสมดุลระหว่างการพัฒนาเศรษฐกิจกับความมั่นคง เป็นหนึ่งในคำถามสำคัญสำหรับผู้นำประเทศในช่วงไม่กี่ปีข้างหน้านี้”

เมื่อเดือนกันยายน อัตราการว่างงานจีนพุ่ง 5.5% สูงสุดนับตั้งแต่เดือนมิถุนายน หลังจากมาตรการโควิดบีบคั้นภาคธุรกิจจีน และคนหนุ่มสาวอายุ 16-24 ปี ว่างงานพุ่ง 17.9%

นอกจากนี้ จีนยังมีโอกาสที่จะพลาดเป้าการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ 5.5% ตามการสำรวจล่าสุดของรอยเตอร์ปีนี้ ที่ประเมินว่าเศรษฐกิจจีนจะเติบโตที่ 3.2% และจะฟื้นตัวกลับมาโตได้ 5.0% ในปีหน้า

หลังจากตัวเลขเศรษฐกิจที่สะท้อนทิศทางการฟื้นตัวมากกว่าคาดหมายในไตรมาสที่ 3 เมื่อวันจันทร์ นักลงทุนต่างเฝ้ารอทิศทางนโยบายสำคัญที่จะได้เห็นในการประชุมโพลิตบูโรและการประชุมคณะทำงานส่วนกลางด้านเศรษฐกิจจีน ที่จะมีขึ้นในเดือนธันวาคมนี้

  • ที่มา: รอยเตอร์
XS
SM
MD
LG