ลิ้งค์เชื่อมต่อ

ชุมชนเมืองสหรัฐฯ เคลื่อนไหวช่วยโลกร้อน


Climate Educating Communities

นักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อมในสหรัฐฯ พยายามผลักดันโครงการเพื่อลดผลกระทบจากภาวะโลกร้อนที่ทำให้เกิดปรากฏการณ์ ‘เกาะความร้อนในตัวเมือง’ และร่วมมือกับชุมชนในพื้นที่เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าวได้อย่างยั่งยืน

เรกกี้ คาร์ริลโล นักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อม ที่อาศัยอยู่ในเมืองฟีนิกซ์ รัฐแอริโซนา ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศสหรัฐฯ กล่าวกับสำนักข่าว AP ว่าการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศส่งผลต่ออุณหภูมิในพื้นที่ตัวเมือง และเพื่อที่จะเข้าใจปรากฏการณ์ที่เรียกว่า “เกาะความร้อนในตัวเมือง” หรือ “urban heat island” เราจำเป็นที่จะต้องทำความเข้าใจประวัติศาสตร์ของพื้นที่ โดยหวังว่าความรู้ดังกล่าวจะนำไปสู่อุณหภูมิที่ลดลง

Climate Educating Communities
Climate Educating Communities

คาร์ริลโลและหลายคน เรียกบางพื้นที่ในเมืองฟีนิกซ์ว่า “เกาะความร้อนในตัวเมือง” เนื่องจากมีต้นไม้จำนวนน้อยและไม่มีพื้นที่เปิดโล่ง รวมทั้งมีสิ่งปลูกสร้างทั้งตึกและถนนเป็นส่วนใหญ่ บางรายงานชี้ว่าเมื่อเทียบพื้นที่ลักษณะดังกล่าว กับบริเวณอื่นของเมืองฟีนิกซ์ที่มีต้นไม้ พบว่ามีอุณหภูมิที่สูงกว่าราว 7 องศาเซลเซียส

คาร์ริลโล ได้เรียนรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของเมืองจากสถาบัน Urban Heat Leadership Academy ซึ่งดำเนินการโดยกลุ่มที่อนุรักษ์ธรรมชาติและพยายามเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับเมืองฟีนิกซ์ แต่ไม่ได้รับความสนใจมากนัก

สถาบันดังกล่าวได้รับเงินช่วยเหลือจากองค์กรด้านสิ่งแวดล้อมนานาชาติ The Nature Conservancy ที่ดำเนินโครงการปกป้องพื้นที่ธรรมชาติ ซึ่งกำลังเข้ามามีส่วนร่วมในการปลูกต้นไม้และสร้างสวนสาธารณะสำหรับชุมชมในเมืองฟีนิกซ์ รัฐแอริโซนา และเมืองแอตแลนต้า รัฐจอร์เจีย

ชั้นเรียนด้านสิ่งล้อมถูกจัดขึ้นผ่านทางออนไลน์ในช่วงเช้าของวันเสาร์ ผู้ที่ร่วมชั้นเรียนจะเข้าใจถึงสาเหตุว่าทำไมพื้นที่ที่อยู่อาศัยจึงมีอุณหภูมิที่ร้อนมาก อีกทั้งยังสอนถึงการทำกิจกรรมที่จะช่วยลดอุณหภูมิของเมือง พูดคุยเรื่องคุณภาพของอากาศและน้ำ รวมไปถึงการจัดการพื้นที่สำหรับชนกลุ่มน้อยให้ดียิ่งขึ้น

Residents attend an event hosted by Arizona State University graduate design students at Academia del Pueblo. (AP Photo/Matt York)
Residents attend an event hosted by Arizona State University graduate design students at Academia del Pueblo. (AP Photo/Matt York)

ส่วนหนึ่งของความร้อน มาจากการที่เมืองฟีนิกซ์ตั้งอยู่ในพื้นที่ของทะเลทรายโซโนรันทางตะวันตกเฉียงใต้ของอเมริกา ส่วนเมืองอื่น ๆ ที่มีความเย็นมากกว่า อย่างเช่น เมืองซีแอตเทิล รัฐวอชิงตัน พบว่ามีอุณหภูมิที่เพิ่มสูงขึ้น เมืองฟิลาเดลเฟีย รัฐเพนซิลวาเนีย มีความต่างของอุณหภูมิตลอดทั้งปีที่กว้างมาก แม้ในฤดูหนาวจะมีอุณหภูมิติดลบ แต่ฤดูร้อนกลับมีอากาศร้อนมาก

อีกหนึ่งองค์กรด้านสิ่งแวดล้อม Trust for Public Land หรือ TPL องค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไร ดำเนินการทั้งในเมืองฟิลาเดลเฟียและเมืองฟีนิกซ์ ผ่านการทำกิจกรรมศิลปะสาธารณะ เพื่อให้ความรู้แก่ประชาชนเรื่องการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และแจกจ่ายต้นไม้ขนาดเล็กเพื่อให้ผู้คนนำกลับไปปลูก

โอเวน แฟรงคลิน ผู้นำของ TPL ในรัฐเพนซิลวาเนีย ชี้ว่าโครงการดังกล่าวทำให้ผู้คน ตั้งคำถามว่าทำไมบางพื้นที่ของเมืองฟิลาเดลเฟีย จึงมีอุณหภูมิที่สูงกว่าพื้นที่อื่น ๆ มากถึง 11 องศาเซลเซียส

แฟรงคลิน ได้มีโอกาสพูดคุยกับประชาชนที่อาศัยในพื้นที่ พบว่าในคืนที่อากาศร้อน คนในย่านยากจนมักที่จะจำเป็นต้องนอนปิดหน้าต่าง เนื่องจากกลัวปัญหาด้านอาชญากรรม เขาชี้ว่าการที่องค์กรจะต่อสู้กับปัญหาได้ เราทุกคนจำเป็นที่จะต้องรับรู้ว่าประชาชนกำลังเผชิญกับอะไรอยู่

Climate Educating Communities
Climate Educating Communities

คาร์ริลโล ในเมืองฟีนิกซ์ ได้ร่วมมือกับเพื่อนร่วมชั้นเรียน ต้องการที่จะสร้าง “ระเบียงลดอุณหภูมิ” หรือ “cool corridor” ซึ่งจะปลูกพืชท้องถิ่นเพื่อช่วยลดอุณหภูมิ อีกทั้งยังจะจัดกิจกรรมพูดคุยกับผู้คน และเรียนรู้สิ่งที่ชุมชนต้องการ

ทางด้าน เคอร์ทิส เมอร์ริท กำลังปลูกต้นไม้ในเมืองฟีนิกซ์ โดยเขาชี้ว่าหลายคนมีปัญหาอาหารไม่เพียงพอ ดังนั้นการปลูกต้นมะเดื่อ แอปเปิ้ล และส้ม ไม่เพียงแต่จะช่วยให้พื้นที่ในชุมชนมีอุณหภูมิลดลง แต่เขาหวังว่าในอนาคตต้นไม้เหล่านี้ จะออกผลและสามารถนำไปแบ่งปันให้กับเพื่อนบ้านได้

แอนนา เบตติส ที่ทำงานร่วมกับองค์กร The Nature Conservancy ในรัฐแอริโซนา กล่าวว่าในชั้นเรียนที่เกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อปีที่แล้ว มีผู้เข้าร่วมราว 40 คน โดยมีการแลกเปลี่ยนความคิดห็นในเชิงวิทยาศาสตร์ เรื่องการใช้พืชเพื่อช่วยลดอุณหภูมิของที่อยู่อาศัย เธอกล่าวว่า “เรากำลังพยายามช่วยเหลือผู้คน ในการแก้ปัญหาให้พื้นที่ในชุมชน มีอุณหภูมิที่เย็นลงในระยะยาว”

ความร้อนในเมืองฟีนิกซ์ถือว่าอยู่ในขั้นอันตราย โดยฤดูร้อนปีที่ผ่านมา พบว่ามีอุณหภูมิสูงสุดอยู่ที่ 46 องศาเซลเซียส และเชื่อว่าทำให้มีคนเสียชีวิตจำนวนมากกว่า 300 คน

  • ที่มา: เอพี
XS
SM
MD
LG