ลิ้งค์เชื่อมต่อ

ตรวจสอบข่าว: รัสเซียกล่าวความเท็จเมื่อปฏิเสธว่าไม่มีทหารที่โรงงานนิวเคลียร์ในยูเครน


FILE PHOTO: A serviceman with a Russian flag on his uniform stands guard near the Zaporizhzhia Nuclear Power Plant in the course of Ukraine-Russia conflict outside the Russian-controlled city of Enerhodar in the Zaporizhzhia region, Ukraine August 4, 2022

เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ แอนโทนี บลิงเคน กล่าวที่การประชุมสหประชาชติเรื่องการไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ ว่า สงครามของรัสเซียในยูเครน เป็นการ “ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างอุกอาจ”

รัฐมนตรีบลิงเคนกล่าวว่าสหรัฐฯ “กังวลอย่างลึกซึ้ง” ต่อสถานการณ์ที่โรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ซาปอริซห์เซีย ซึ่งมีเตาปฏิกรปรมนู 6 เครื่อง ถือเป็นโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป โดยโรงงานไฟฟ้าแห่งนี้ถูกกำลังอยู่ภายใต้การยึดครองของรัสเซีย

UN-NUCLEAR/
UN-NUCLEAR/

เขาบอกด้วยว่า “รัสเซียกำลังใช้โรงงานแห่งนี้เป็นฐานทัพเพื่อยิงไปที่ยูเครน โดยรู้ดีว่า (ยูเครน) ไม่สามารถและจะไม่ยิงสวนกลับมา เพราะอาจจะยิงโดนวัตถุนิวเคลียร์ ... นั่นทำให้คิดได้ว่ากำลังมีการใช้โล่มนุษย์ที่เข้าขั้นที่ไม่เคยมีมาก่อนและน่าสยองอย่างยิ่ง”

สองวันหลังจากนั้น สำนักงานของรัสเซียที่สหประชาชาติออกแถลงการณ์ตอบโต้ ซึ่งระบุว่า “เราขอปฏิเสธคำกล่าวหาที่เลื่อนลอย ว่ารัสเซียกีดกันไม่ให้ผู้ตรวจการของ IAEA เข้าพื้นที่โรงไฟฟ้าซาปอริซห์เซียและโดยเฉพาะอย่างยิ่ง การคาดเดาที่น่าขันว่ามีการตั้งฐานทัพอยู่ที่นั่น”

ฝ่ายตรวจสอบข่าวของวีโอเอ Polygraph ระบุว่า รัสเซียกำลังให้ข้อมูลเท็จ

รายงานข่าวที่เชื่อถือได้ชี้ว่ากองทัพรัสเซีย นำอาวุธไปติดตั้งที่โรงไฟฟ้าแห่งนี้ ทั้งยังติดตั้งแนวป้องกันและยิงโจมตีจากพื้นที่โรงงานแห่งนี้ และนั่นเป็นการทำให้ฐานปฏิบัติการของรัสเซียแห่งนี้ มีเกราะป้องกัน คือความเสี่ยงต่อสารกัมมันตรังสีที่อาจรั่วไหลได้

รัสเซียเริ่มบุกโรงไฟฟ้าซาปอริซห์เซียในเดือนมีนาคม ซึ่งทำให้เกิดไฟไหม้ละสร้างความตื่นตระหนกต่อประชาชมโลก และความโกลาหลจากที่ประชาชนจำนวนมากรีบย้ายออกจากพื้นที่

ทางการยูเครนสามารถดับไฟได้ และหน่วยงานด้านนิวเคลียร์ของสหประชาชาติ IAEA (International Atomic Energy Agency) กล่าวว่า ศูนย์ฝึกอบรมของโรงงานไฟฟ้าแห่งนี้ถูกรัสเซียโจมตีเสียหาย

จากนั้นทหารรัสเซียเริ่มเข้าใช้พื้นที่ของโรงงานไฟฟ้าซาปอริซห์เซีย และในเดือนพฤษภาคม IAEA กล่าวว่า รัสเซียไม่สนใจแรงกดดันจากนานาชาติ โดยยังคงไม่การันตีการเข้าถึงสถานที่ของโรงงานไฟฟ้าโดยคณะตรวจสอบขององค์กรดังกล่าว

เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม หนังสือพิมพ์ The Wall Street Journal ของสหรัฐฯ อ้างข้อมูลจากคนงาน รวมถึงชาวบ้าน เจ้าหน้าที่ยูเครนและนักการทูตหลายคน ในรายงานที่ระบุว่า “ที่โรงงานไฟฟ้าซาปอริซห์เซีย ทางใต้ของยูเครน มีทหารรัสเซียกว่า 500 คน ที่ยึดสถานที่ดังกล่าวในเดือนมีนาคม เริ่มใช้อาวุธหนักและวางทุ่นระเบิดตามแนวหาดของอ่างเก็บน้ำที่ใช้สำหรับให้ความเย็นเตาปฏิกรปรมณู”

นอกจากนี้ ประธานบริษัทผู้ให้บริการด้านการจัดการนิวเคลียร์ Energatom กล่าวว่า รัสเซีย ติดตั้งและใช้เครื่องยิงขีปนาวุธจากพื้นที่ของโรงงานดังกล่าว

จากนั้นเป็นต้นมา รัสเซียยิงปืนใหญ่หลายลูกจากโรงงานไฟฟ้าแห่งนี้ข้ามแม่น้ำดนิโปร

สื่อนิวยอร์กไทมส์รายงานวันที่ 1 สิงหาคมโดยอ้างข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารและพลเรือนของยูเครนว่า “รัสเซียยิงออกมาโดยใช้ฐานที่ซาปอริซห์เซียเป็นที่คุ้มกันตั้งแต่กลางเดือนกรกฎาคม”

ยูเครนกล่าวเมื่อวันที่ 4 สิงหาคมว่าการโจมตีของรัสเซียที่มาจากโรงงานซาปอริซห์เซียทำลายบ้านเรือน 50 หลังที่เมืองนิโคโพล

ก่อนหน้านั้นหนึ่งวัน ราฟาเอล โกรสซี ผู้อำนวยการใหญ่ IAEA บอกกับสำนักข่าวเอพีว่า “กฎทุกกฎด้านความปลอดภัยด้านนิวเคลียร์ถูกละเมิด” ที่โรงไฟฟ้าแห่งนี้ เขาบอกด้วยว่าสถานการณ์ที่นั่น “เกินการควบคุมอย่างที่สุด”

  • ที่มา: โพลีกราฟ

XS
SM
MD
LG