ลิ้งค์เชื่อมต่อ

อนามัยโลกย้ำโควิดยังไม่จบ-ทำเนียบขาวเร่งปชช.ฉีดวัคซีนบูสเตอร์


HEALTH-CORONAVIRUS/ISRAEL-4TH DOSE TRIAL

อนามัยโลกย้ำยืนยันอีกครั้งในวันอังคาร ว่า การระบาดใหญ่ของโควิด-19 ยังคงเป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขโลก แม้จะผ่านพ้นมากว่า 2 ปีครึ่งจากคำประกาศของหน่วยงานด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศก็ตาม ตามรายงานของรอยเตอร์

ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก เทดรอส อัดฮานอม เกเบรเยซุส กล่าวว่า โควิด-19 ยังไม่ไปถึงจุดสิ้นสุดของการระบาด และว่า เมื่อไวรัสสู้เรา เราต้องสู้กลับบ้าง

โดยประเด็นท้าทายในตอนนี้ คือ โควิดโอมิครอนสายพันธุ์ย่อย BA.4 และ BA.5 ที่เป็นคลื่นการระบาดใหญ่และเป็นสาเหตุของการเจ็บป่วยรุนแรงและเสียชีวิตของผู้คนทั่วโลก รวมทั้งการตรวจสอบคัดกรองผู้ติดเชื้อในปัจจุบันที่ลดลงอย่างมาก ซึ่งทำให้ยากต่อการระบุความรุนแรงของโควิดกลายพันธุ์ชนิดต่าง ๆ และประเด็นสุดท้าย คือ การจัดสรรการรักษาและวัคซีนที่ยังไม่มีประสิทธิภาพมากพอ

ทั้งนี้ องค์การอนามัยโลก ประกาศให้โควิด-19 เป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุข เมื่อ 30 มกราคม ปี ค.ศ. 2020 เพื่อเปิดทางให้มีการศึกษาวิจัย ระดมทุน และกำหนดมาตรการระหว่างประเทศเพื่อควบคุมการระบาดของโรคนี้

อีกด้านหนึ่งที่ทำเนียบขาว ได้ออกมาเรียกร้องให้ประชาชนเข้าวัคซีนกระตุ้นภูมิ หรือ บูสเตอร์ และกลับมาสวมหน้ากากขณะอยู่ในอาคารปิด หลังจากโควิดโอมิครอนสายพันธุ์ย่อย 2 ชนิด BA.4 และ BA.5 พบระบาดหนักทั่วอเมริกา

แพทย์หญิง โรเชลล์ วาเลนสกี ผู้อำนวยการศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐฯ หรือ ซีดีซี กล่าวในวันอังคารว่า ชาวอเมริกันจำนวนมากยังเข้ารับวัคซีนไม่เพียงพอ ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตในอเมริกาคงที่ในระดับ 300 คนต่อวัน จากการระบาดของโควิดสายพันธุ์ย่อย

ด้านนายแพทย์แอนโธนี เฟาชี ผู้อำนวยการสถาบันโรคภูมิแพ้และโรคติดเชื้อแห่งชาติ กล่าวว่า โควิดสายพันธุ์ย่อยเป็นสิ่งที่น่ากังวล การเข้ารับวัคซีนกระตุ้นภูมิ การสวมหน้ากากในอาคารปิด และการรักษาต่าง ๆ จะช่วยให้การดำรงชีวิตเป็นปกติได้มากขึ้น

อ้างอิงจากข้อมูลของซีดีซี ชาวอเมริกันอายุตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไป ควรเข้ารับวัคซีนกระตุ้นภูมิในระยะ 5 เดือนหลังจากได้รับวัคซีนครบสองเข็มแล้ว ส่วนผู้ที่อายุ 50 ปีขึ้นไป หรือผู้ที่มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอ ซึ่งนับเป็นกลุ่มเสี่ยงติดเชื้อ ควรเข้ารับวัคซีนกระตุ้นภูมิเข็มสองในระยะ 4 เดือนหลังจากได้รับวัคซีนกระตุ้นภูมิเข็มแรก แต่ข้อมูลล่าสุดของซีดีซี พบว่า ชาวอเมริกันหลายสิบล้านคนยังไม่ได้รับวัคซีนบูสเตอร์เข็มแรก และกลุ่มเสี่ยงติดเชื้อเพียง 28% ที่เข้ารับวัคซีนบูสเตอร์เข็มสองตามคำแนะนำของทางการสหรัฐฯ

  • ที่มา: เอพีและรอยเตอร์
XS
SM
MD
LG