ผู้เชี่ยวชาญเรียกร้องให้มีการควบคุมการใช้สารเคมีอันตรายที่เชื่อว่าเป็นสาเหตุของความบกพร่องด้านพัฒนาการทางสมองของเด็กทั่วโลก

  • Jessica Berman
ทีมวิจัยอเมริกันเร่งเร้าให้ทางการประเทศต่างๆ เร่งจัดการกับสารเคมีอุตสาหกรรมที่รู้กันดีว่าเป็นอันตรายต่อพัฒนาการทางสมองของเด็กแต่ยังไม่มีการควบคุมดูแล

ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าการเพิ่มขึ้นของปัญหาความบกพร่องของพัฒนาการทางสมองในเด็ก ซึ่งรวมทั้งอาการสมาธิสั้น ความบกพร่องทางการอ่านและการเขียน โรคสมองพิการและโรคออติสซึ่มอาจเป็นผลสืบเนื่องจากการใช้สารเคมีอันตรายที่ไม่ได้รับการควบคุมดูแล

ในช่วงเจ็ดปีที่ผ่านมา บรรดานักวิจัยพบว่ามีสารเคมีอันตรายชนิดใหม่อีก 6 ชนิดที่มีผลเสียต่อพัฒนาการทางสมองของทารกในครรภ์และเด็กเล็ก นี่ทำให้จำนวนสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อพัฒนาการทางสมองของเด็กเพิ่มขึ้นเป็น
12 ชนิด ผู้เชี่ยวชาญประมาณว่าเด็กหนึ่งในหกคนทั่วโลกมีความบกพร่องทางพัฒนาการของสมอง

นายแพทย์ Philip Landrigan กุมารแพทย์และผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ป้องกัน ที่มหาวิทยาลัยการแพทย์ Mount Sinai ใน New York กล่าวว่าการถูกต้องกับสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อพัฒนาการทางสมองกลายเป็นปัญหาใหญ่ที่เพิ่มความรุนแรงมากขึ้นทั่วโลก

กุมารเเพทย์ Philip Landrigan กล่าวกับผู้สื่อข่าววีโอเอว่าหากเกิดความผิดปกติต่อสมองตั้งเเต่ยังเป็นทารกหรือเด็กเล็ก ระดับไอคิวของเด็กลดลง สมาธิสั้นลงและมีปัญหาทางพฤติกรรมและความบกพร่องที่เกิดขึ้นนี้เป็นความบกพร่องแบบถาวร

กุมารเเพทย์ Philip Landrigan ร่วมกับ Phillipe Grandjean ผู้เชี่ยวชาญแห่งมหาวิทยาลัย Southern Denmark ทำการวิเคราะห์ข้อเขียนทางวิทยาศาสตร์พร้อมกับผลการศึกษาหลายร้อยชิ้น เเล้วพบว่าจำนวนสารเคมีที่สงสัยว่าเป็นอันตรายต่อพัฒนาการทางสมองของเด็กได้เพิ่มขึ้นจาก 202 ชนิดเป็น 224 ชนิด ผู้เชี่ยวชาญทั้งสองชี้ว่ามีสารเคมีอุตสาหกรรมราว 80,000 ชนิดที่ใช้กันอย่างเเพร่หลายแต่ไม่เคยถูกนำไปตรวจสอบด้านความปลอดภัย

สารเคมีอันตรายเหล่านี้รวมทั้งสารป้องกันการติดไฟที่ใช้ในการผลิตที่นอน ผ้าม่าน พรม เสื้อผ้าและของเล่น ตลอดจนน้ำยาทำความสะอาดต่างๆ

ทีมนักวิจัยได้เรียกร้องให้ประเทศต่างๆ ออกกฏหมายที่เข้มงวดมากขึ้นโดยกำหนดให้บริษัทต่างๆ ทำการทดสอบความปลอดภัยของสารเคมีชนิดต่างๆ ก่อนนำออกไปขายในตลาด เช่นเดียวกับการควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยของยารักษาโรคชนิดใหม่

Phillipe Grandjean ผู้เชี่ยวชาญแห่งมหาวิทยาลัย Southern Denmark กล่าวกับผู้สื่อข่าววีโอเอว่าการพิสูจน์ว่าสารเคมีใดเป็นอันตรายต่อพัฒนาการทางสมองทำได้ไม่ยาก

เขากล่าวว่ามีวิธีตรวจว่าสารเคมีนั้นๆ อันตรายต่อพัฒนาการของสมองหลายวิธี ด้วยกัน แต่ปัญหาไม่ได้อยู่ที่วิธีการตรวจ แต่อยู่ที่การตัดสินใจว่าจะตรวจหรือไม่

ทีมนักวิจัยได้เร่งเร้าให้หน่วยงาน International Clearinghouse ทำการตรวจสอบข้อมูลที่มีอยู่เกี่ยวกับสารเคมีเเต่ชนิดและเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวเเก่สาธารณชน

กุมารเเพทย์ Philip Landrigan กล่าวปิดท้ายรายงานจากผู้สื่อข่าววีโอเอว่าสหภาพยุโรปมีกฏหมายควบคุมสารเคมีอันตรายที่เข้มงวดและมีผลิตภัณฑ์หลายชนิด ที่มีสารเคมีอันตรายเป็นส่วนผสมถูกห้ามขายในสหภาพยุโรปแต่ถูกนำไปขายในบรรดาประเทศที่กฏหมายควบคุมสารเคมีอันตรายที่ไม่เข้มงวดเพียงพอ