ปัญหา ‘สาหร่ายบุก’ กลายเป็นฝันร้ายของสภาวะสิ่งแวดล้อมสเปน

Valdevasqueros beach, Tarifa, Spain

Your browser doesn’t support HTML5

Business News


ในช่วงฤดูร้อนของทุกปี ชายหาดต่างๆ ในสเปนมักจะคลาคล่ำไปด้วยนักท่องเที่ยวมากมาย และปีนี้ยิ่งมีความพิเศษกว่าปกติ ที่ทุกคนจะได้ออกมาพักผ่อนได้อย่างเต็มที่ เมื่อรัฐบาลสามารถเริ่มควบคุมสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ได้ แต่หลายคนกลับต้องพบกับการต้อนรับกลับสู่หาดแบบไม่ต้องการ หลังสาหร่ายสีน้ำตาลจำนวนมากถูกพัดขึ้นฝั่งและกระจายไปทั่วหาดทรายสีทองสวยของเมืองตากอากาศยอดนิยมอันดับหนึ่งของสเปน

สาหร่ายสีน้ำตาลที่มีชื่อว่า Rugulopteryx okamurae จำนวนหลายตัน ซึ่งเชื่อกันว่าน่าจะมากับถังอับเฉาของเรือขนส่งสินค้าจากเอเชีย กองเกลื่อนกลาดไปทั่วหาดทรายทางตอนใต้ของสเปน และส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของพื้นที่ รวมทั้งความหลากหลายทางชีวภาพทางทะเล และทำให้ชาวประมงท้องถิ่นไม่สามารถจับปลาได้อย่างเคยแล้ว

Fishing pier, Tarifa

นอกจากที่สเปนแล้ว มีรายงานการพบสาหร่ายประเภทในอีกหลายพื้นที่รอบๆ ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน และพื้นที่ห่างไกลออกไป เช่น แถบชายฝั่งทิศเหนือของประเทศโมร็อกโกซึ่งอยู่ที่อีกฝั่งของช่องแคบยิบรอลตาร์ด้วย

รายงานข่าวระบุว่า เนื้อที่ค่อนข้างหยาบของสาหร่ายนี้สามารถก่อให้เกิดอาการแพ้อ่อนๆ ที่ผิวหนังได้ และซากสาหร่ายที่ถูกพัดขึ้นฝั่งมาตากแห้งจนเน่าเสียก็เป็นภาพที่ไม่น่าชมสำหรับนักท่องเที่ยวเช่นกัน ขณะที่การบุกรุกของสาหร่ายต่างถิ่นนี้ยังรบกวนการเจริญเติบโตของสาหร่ายท้องถิ่น ซึ่งทำให้ปลาต่างๆ ไม่ว่ายเข้ามาหาอาหารอย่างเคย

Valdevasqueros beach, Tarifa, Spain

ฝันร้ายของสิ่งแวดล้อม

ฟรานซิสโก รุอิส จิราลเดซ นายกเทศมนตรีเมืองทาริฟา ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมแห่งหนึ่งของสเปน บอกกับผู้สื่อข่าว วีโอเอ ว่า สาหร่ายต่างถิ่นนี้รุกรานเข้ามาในท้องทะเลรอบๆ ช่องแคบยิบรอลตาร์อย่างรวดเร็ว ทั้งยังกินพื้นที่ระหว่างผิวน้ำและพื้นทะเลที่ลึก 10-20 เมตรได้ถึง 50 เปอร์เซ็นต์อีกด้วย ทำให้เรื่องนี้กลายมาเป็นฝันร้ายของสิ่งแวดล้อม และปัญหาต่อชาวประมงในพื้นที่

และเนื่องจากสาหร่ายนั้นขยายพันธุ์ได้อย่างรวดเร็ว การจัดการกับพืชต่างถิ่นนี้จึงเป็นปัญหาใหญ่ที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องเร่งมือจัดการโดยด่วน

ทั้งนี้ เมื่อปีที่แล้ว เจ้าหน้าที่สามารถเก็บซากสาหร่ายจากหาดในเมืองทาริฟาเพียงแห่งเดียวได้มากถึง 5,000 ตัน ขณะที่เมือง เอสเตโปนา ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมอีกแห่ง ทำการจำกัดสาหร่ายสีน้ำตาลไป 3,383 ตัน และเมืองมาร์เบลลา เก็บสาหร่ายประเภทนี้ได้ราว 1,500 ตัน

Mexico Seaweed Invasion

นักวิทยาศาสตร์กล่าวว่า สาหร่ายสีน้ำตาลนี้มีถิ่นที่อยู่ตามธรรมชาติในมหาสมุทรแปซิฟิก แต่น่าจะถูกพามาส่วนอื่นของโลกโดยเรือขนส่งสินค้าที่ล่องผ่านทะเลเมดิเตอร์เรเนียน โดยมีรายงานการพบสาหร่ายบุกแบบเดียวกันนี้ที่เม็กซิโกและจีน ในปริมาณที่มากกว่าที่แถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียน แต่ไม่แพร่กระจายได้เร็วเท่า