เยอรมนี ฝรั่งเศส อิตาลี สั่งระงับใช้วัคซีนโควิด ‘แอสตราเซเนกา’

Vials labelled "Astra Zeneca COVID-19 Coronavirus Vaccine" and a syringe are seen in front of a displayed AstraZeneca logo, in this illustration photo taken March 14, 2021.

สำนักข่าวเอพีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุขของอิตาลี ประกาศระงับใช้วัคซีนโควิด-19 ของบริษัทแอสตราเซเนกา (AstraZeneca) และมหาวิทยาลัยอ็อกซฟอร์ด (Oxford) ชั่วคราว เพื่อเป็นการป้องกันไว้ก่อน หลังจากมีรายงานว่าวัคซีนดังกล่าวอาจทำให้เกิดลิ่มเลือดอุดตัน โดยก่อนหน้านี้ ฝรั่งเศส และเยอรมนี ได้สั่งระงับใช้วัคซีนนี้ไปแล้วเช่นกัน

คำประกาศของทางการอิตาลีมีขึ้นหลังจากที่มีรายงานผู้เสียชีวิตภายหลังจากที่ได้รับวัคซีนของบริษัทแอสตราเซเนกาเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยผู้เสียชีวิตเป็นครูดนตรีวัย 57 ปีในแคว้นปีเอมอนต์ ทางเหนือของอิตาลี โดยทางการอิตาลีสั่งให้มีการชันสูตรศพของคุณครูผู้นี้ รวมทั้งผู้เสียชีวิตรายอื่นที่เพิ่งได้รับวัคซีนชุดเดียวกันเมื่อสัปดาห์ที่แล้วด้วย

SEE ALSO: ยุโรปหลายประเทศระงับฉีดวัคซีน 'แอสตราเซเนกา' ตรวจสอบลิ่มเลือดอุดตัน

ส่วนที่ฝรั่งเศส ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาคร็อง แถลงข่าวในวันจันทร์ว่า เจ้าหน้าที่ฝรั่งเศสได้สั่งให้ระงับการใช้วัคซีนโควิดของแอสตราเซเนกาแล้วเช่นกัน จนกว่าจะมีผลการตรวจสอบออกมาชัดเจนว่าวัคซีนที่ว่านี้ปลอดภัยหรือไม่ โดยคาดว่าสำนักงานการแพทย์ของยุโรป (EMA) จะมีคำแนะนำในเรื่องนี้ออกมาในช่วงเย็นวันอังคารตามเวลาท้องถิ่น

ขณะที่ทางการเยอรมนีมีคำสั่งระงับใช้วัคซีนดังกล่าวชั่วคราวเพื่อรอตรวจสอบว่าทำให้เกิดลิ่มเลือดอุดตันจริงหรือไม่ โดยที่ผ่านมา เยอรมนีได้ฉีดวัคซีนโควิดของแอสตราเซเนกาให้แก่ประชาชนไปแล้วราว 1.6 ล้านโดส จากจำนวนมากกว่า 3 ล้านโดสที่ได้รับมา

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว หลายประเทศทั่วโลก เช่น เดนมาร์ก ไอร์แลนด์ เนเธอร์แลนด์ นอร์เวย์ บัลแกเรีย คองโก และไทย ได้ประกาศระงับใช้วัคซีนของแอสตราเซเนกาชั่วคราว สืบเนื่องจากรายงานว่ามีผู้ได้รับวัคซีนรายหนึ่งมีลิ่มเลือดเกิดขึ้นหลายก้อนและเสียชีวิตในเวลาต่อมา และอีกคนหนึ่งถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเนื่องจากเส้นเลือดที่ปอดเกิดการอุดตันเพราะลิ่มเลือด หรือที่เรียกว่า pulmonary embolism

ทางบริษัทแอสตราเซเนกาได้ออกมายืนยันเมื่อวันอาทิตย์ว่า ผลการทดสอบไม่พบความเชื่อมโยงอย่างมีนัยสำคัญระหว่างวัคซีนกับการเกิดลิ่มเลือดของผู้ที่ได้รับวัคซีนนั้น ขณะที่องค์การอนามัยโลกและสำนักงานการแพทย์ยุโรป ต่างระบุว่าไม่มีข้อมูลว่าวัคซีนดังกล่าวก่อให้เกิดลิ่มเลือด พร้อมแนะนำให้ประชาชนเข้ารับการฉีดวัคซีนที่ว่านี้ได้ต่อไป