ลิ้งค์เชื่อมต่อ

สรุป 6 ประเด็นสำคัญในการโต้ดีเบตรอบสามและรอบสุดท้าย "ทรัมป์ - คลินตั้น"


Democratic presidential nominee Hillary Clinton and Republican presidential nominee Donald Trump debate during the third presidential debate at UNLV in Las Vegas, Oct. 19, 2016.

Democratic presidential nominee Hillary Clinton and Republican presidential nominee Donald Trump debate during the third presidential debate at UNLV in Las Vegas, Oct. 19, 2016.

ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดี คือโดนัลด์ ทรัมป์ จากพรรครีพับลิกัน และ ฮิลลารี คลินตั้น จากพรรคเดโมแครต ขึ้นเวทีโต้อภิปรายหรือดีเบตรอบที่สามและรอบสุดท้ายในคืนวันพุธที่ 19 ตุลาคม ไม่ถึง 3 สัปดาห์ก่อนวันเลือกตั้งประธานาธิบดีจะมาถึง

ผู้สมัครทั้งสองคนถกเถียงใน 6 ประเด็นใหญ่ คือนโยบายคนเข้าเมือง, เศรษฐกิจ, นโยบายต่างประเทศ, ตุลาการศาลสูงสุด, หนี้ภาครัฐ และ ความเหมาะสมในการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี โดยมีผู้ดำเนินรายการคือ คริส วอลเลซ จาก Fox News เป็นผู้ตั้งคำถาม

ประเด็นตุลาการศาลสูงสุด

ฮิลลารี คลินตั้น กล่าวว่าตุลาการศาลสูงสุดจำเป็นต้องยืนหยัดเคียงข้างประชาชนอเมริกัน ในประเด็นสิทธิสตรี

โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่าจำเป็นต้องรักษาบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญบทที่ 2 และตุลาการศาลสูงสุดคนใหม่ที่ตนจะเสนอชื่อจะต้องไม่สนับสนุนการทำแท้งเสรี

ในเรื่องของกฎหมายควบคุมอาวุธปืน คลินตั้นกล่าวว่าตนสนับสนุนให้มีมาตรการอุดช่องโหว่ทางกฎหมายในการซื้ออาวุธปืน

ประเด็นนโยบายคนเข้าเมือง

โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวหาคลินตั้นว่าต้องการอภัยโทษให้กับคนเข้าเมืองผิดกฎหมาย ทรัมป์ยินยันด้วยว่าตนยังยึดมั่นต่อนโยบายสร้างกำแพงตลอดแนวชายแดน สหรัฐฯ - เม็กซิโก

อดีต รมต.คลินตั้น กล่าวว่าหากเธอได้รับเลือก ในช่วง 100 วันแรกในตำแหน่ง เธอจะประกาศแผนเกี่ยวกับการทำให้คนต่างด้าวสามารถได้รับสิทธิพลเมืองอเมริกันได้

ประเด็นเศรษฐกิจ

ฮิลลารี คลินตั้น กล่าวถึงนโยบายเศรษฐกิจของตนในการสร้างงาน สนับสนุนพลังงานสะอาด เพิ่มเพดานค่าจ้างขั้นต่ำ เพิ่มความเท่าเทียมทางรายได้ระหว่างชาย - หญิง และลดต้นทุนการศึกษาระดับมหาวิทยาลัย

ด้าน โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวโจมตีคลินตั้นว่านโยบายของเธอจะเพิ่มภาษีอัตราสูงในกับคนอเมริกัน และบอกว่าตนมีความสามารถในการเจรจาการค้าและข้อตกลงต่างๆ ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจสหรัฐฯ เจริญรุ่งเรืองภายใต้การนำของตน

โดนัลด์ ทรัมป์ ยังได้กล่าวโจมตีข้อตกลงการค้าเสรีแถบอเมริกาเหนือ หรือ NAFTA ซึ่งลงนามในสมัยประธานาธิบดี บิล คลินตั้น ว่าทำลายเศรษฐกิจอเมริกันและการจ้างงาน

ประเด็นความเหมาะสมในการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี

โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่าข้อกล่าวหาจากสตรีหลายคนว่าตนทำรุ่มร่ามต่อพวกเธอนั้น เป็นเรื่องเหลวไหลที่ถูกสร้างขึ้นโดยทีมหาเสียงของนางคลินตั้น

ฮิลลารี คลินตั้น ตอบโต้ว่า ทรัมป์ได้กล่าวระหว่างการหาเสียงว่าสตรีเหล่านั้นไม่ดึงดูดเพียงพอ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงตัวตนที่แท้จริงของทรัมป์ว่าไม่เหมาะสมต่อตำแหน่งผู้นำประเทศ

จากนั้นผู้ดำเนินรายการถาม โดนัลด์ ทรัมป์ ถึงเรื่องที่เขากล่าวหาว่าการเลือกตั้งครั้งนี้มีการกำหนดผลล่วงหน้า และถามว่าหากพ่ายแพ้ ทรัมป์จะยอมรับผลการเลือกตั้งหรือไม่? ซึ่งทรัมป์บอกว่าตนไม่พร้อมที่จะตอบคำถามนี้

ทางด้านนางคลินตั้นกล่าวว่า สหรัฐฯ มีประชาธิปไตยมากว่า 200 ปี และมีประวัติศาสตร์เรื่องการเลือกตั้งที่โปร่งใสและยุติธรรม ซึ่งคำพูดของทรัมป์กำลังทำลายความน่าเชื่อถือนี้

ประเด็นนโยบายต่างประเทศ

ฮิลลารี คลินตั้น กล่าวว่าตนยังไม่เห็นประโยชน์ของการส่งทหารอเมริกันเข้าไปในอิรัก อดีต รมต.ต่างประเทศสหรัฐฯ ผู้นี้ยังได้กล่าวถึงแผนในการยึดเมืองโมซุลและปราบปรามกลุ่มรัฐอิสลาม รวมถึงยุทธศาสตร์หลังจากนั้น

ด้านโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่านางคลินตั้นคือต้นเหตุของสงครามในอิรักและซีเรีย และว่าสหรัฐฯ สูญเสียการครอบครองเมืองโมซุลในช่วงที่นางคลินตั้นเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศ

ทรัมป์กล่าวว่าแผนของตนในการปราบปรามกลุ่มรัฐอิสลามนั้นเต็มไปด้วยความน่าตื่นตะลึง และว่าทั้งหมดของเรื่องนี้คือความผิดของประธานาธิบดีโอบาม่า

ประเด็นหนี้ภาครัฐ

โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่าแผนเศรษฐกิจของตนจะช่วยลดหนี้ภาครัฐ และกล่าวโจมตีโครงการปฏิรูประบบประกันสุขภาพของ ปธน.โอบาม่า ว่าเป็นสาเหตุของปัญหาหนี้สะสมของรัฐบาล

ฮิลลารีื คลินตั้น กล่าวว่าข้อเสนอทางเศรษฐกิจของเธอจะไม่ก่อหนี้เพิ่ม และเธอจะเพิ่มอัตราภาษีสำหรับคนร่ำรวย เพื่อจัดหาเงินทุนในการช่วยเหลือคนรายได้น้อยและชนชั้นกลางในอเมริกา

XS
SM
MD
LG