ลิ้งค์เชื่อมต่อ

ผู้เชี่ยวชาญเห็นตรงกัน "คลินตั้น" ชนะดีเบตยกแรก! คาดคะแนนนิยมแซงห่างทรัมป์เป็น 4%


Republican U.S. presidential nominee Donald Trump and Democratic U.S. presidential nominee Hillary Clinton

Republican U.S. presidential nominee Donald Trump and Democratic U.S. presidential nominee Hillary Clinton

ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีทั้ง 2 คน คือ โดนัลด์ ทรัมป์ และ ฮิลลารี คลินตั้น กลับสู่เส้นทางการตระเวนหาเสียงตามรัฐต่างๆ อีกครั้ง หลังจากเสร็จสิ้นการโต้อภิปรายรอบแรกเมื่อคืนวานนี้

นักวิเคราะห์ต่างเชื่อว่านางคลินตั้นเป็นผู้ชนะบนเวทีดีเบตครั้งนี้ และน่าจะมีผลให้คะแนนนิยมของเธอเพิ่มขึ้นในช่วง 6 สัปดาห์ก่อนการการเลือกตั้ง

ก่อนหน้าการโต้อภิปรายหรือดีเบตเมื่อคืนวานนี้ ผลสำรวจคะแนนนิยมของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งทั่วประเทศ ชี้ให้เห็นว่า โดนัลด์ ทรัมป์ มีคะแนนนิยมตามหลัง ฮิลลารี คลินตั้น อยู่ราว 2%

แต่บรรดานักวิเคราะห์การเมืองและนักจัดทำแบบสำรวจหลายคน รวมทั้ง Nate Silverเชื่อว่า หลังการดีเบตรอบแรกซึ่งดูเหมือนนางคลินตั้นเป็นผู้ทำผลงานได้ดีกว่านั้น อาจจะทำให้คะแนนนิยมของเธอนำหน้าทรัมป์มากขึ้นเป็น 4%

Republican U.S. presidential nominee Donald Trump and Democratic U.S. presidential nominee Hillary Clinton speak at their first presidential debate at Hofstra University in Hempstead, New York, U.S., September 26, 2016.

Republican U.S. presidential nominee Donald Trump and Democratic U.S. presidential nominee Hillary Clinton speak at their first presidential debate at Hofstra University in Hempstead, New York, U.S., September 26, 2016.

ด้าน Alan Abramowitz นักรัฐศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัย Emory ที่นครแอตแลนต้า ระบุว่านางคลินตั้นทำผลงานได้ดีกว่า ด้วยการทำให้ทรัมป์เป็นฝ่ายตั้งรับเกือบตลอดทั้งการดีเบตเมื่อคืนนี้ โดยเฉพาะการโจมตีในเรื่องที่ทรัมป์ไม่ยอมเปิดเผยรายงานขอคืนภาษีเงินได้กับรัฐบาลสหรัฐฯ หรือเรื่องที่ทรัมป์ไม่ได้จ่ายเงินค่าจ้างให้กับผู้รับเหมาบางคนที่เขาว่าจ้างให้สร้างสนามกอล์ฟและโรงแรมคาสิโน ตลอดจนประวัติของทรัมป์ในการพูดจาให้ร้ายสตรี

โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวบนเวทีดีเบตว่า ตนจะเปิดเผยรายงานด้านภาษีของตนก็ต่อเมื่อนางคลินตั้นยอมเปิดเผยอีเมล์อีก 33,000 ฉบับที่ถูกลบไป ขณะที่นางฮิลลารี คลินตั้น กล่าวว่าตนไม่เชื่อว่าทรัมป์จะกล้าเปิดเผยรายงานด้านภาษีดังกล่าว เพราะเขาได้ซุกซ่อนบางอย่างเอาไว้

นักวิเคราะห์ Abramowitz บอกว่านางคลินตั้นแสดงถึงความสุขุม เยือกเย็น และคุมสติได้ดี อีกทั้งยังสามารถคุมประเด็นที่พูดได้ ขณะที่ทรัมป์ค่อนข้างฉาบฉวยในประเด็นต่างๆ ซึ่งตนเชื่อว่าทรัมป์ไม่สามารถชี้แจงในเรื่องเกี่ยวกับเพศและเชื้อชาติได้ดีพอ

ส่วนอาจารย์ Andra Gillespie แห่งมหาวิทยาลัย Emory เชื่อว่าหลังจากนี้โดนัลด์ ทรัมป์ อาจต้องฝึกฝนและเตรียมการดีเบตให้ดีกว่าเดิม ก่อนที่จะถึงการดีเบตครั้งหน้าในวันที่ 9 ตุลาคม และบอกว่าการที่นางคลินตั้นมีการเตรียมตัวที่ดีกว่า ทำให้เธอได้เปรียบในการโต้อภิปรายที่เพิ่งผ่านไป

ด้านนักวิเคราะห์ John Sides แห่งมหาวิทยาลัย George Washington มองว่า บรรดาผู้สื่อข่าวและผู้วิเคราะห์ทางโทรทัศน์ต่างให้ความเห็นว่าคลินตั้นเป็นผู้ชนะ ความเห็นมากมายเหล่านั้นปรากฏออกมาตามสื่อต่างๆ และส่งผลต่อทัศนคติของผู้ชมหรือผู้ฟังที่มีต่อการดีเบตเมื่อคืนนี้เช่นกัน ซึ่งหมายความว่าคลินตั้นได้ประโยชน์จากการรายงานข่าวหลังการดีเบตมากกว่าทรัมป์

Republican U.S. presidential nominee Donald Trump and Democratic U.S. presidential nominee Hillary Clinton take the stage for their first debate in Hempstead, New York, U.S. September 26, 2016.

Republican U.S. presidential nominee Donald Trump and Democratic U.S. presidential nominee Hillary Clinton take the stage for their first debate in Hempstead, New York, U.S. September 26, 2016.

และในวันนี้ ทรัมป์ได้ออกมาตำหนิการทำงานของ Lester Holt พิธีกรการโต้อภิปราย ว่าป้อนคำถามยากๆ ให้กับตน และให้คำถามง่ายๆ กับนางคลินตั้น นอกจากนี้ยังกล่าวโทษไมโครโฟนที่เขาใช้ว่ามีระดับเสียงเบากว่าไมโครโฟนที่คลินตั้นใช้

ทรัมป์ยังได้ให้สัมภาษณ์กับ Fox News ว่าตนทำได้ดีกว่านางคลินตั้น และให้เกรด C+ กับนางคลินตั้นสำหรับผลงานเมือคืน แต่ไม่ได้ให้เกรดสำหรับตัวเขาเอง

ขณะเดียวกัน มีรายงานว่าที่ปรึกษาของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ได้พูดเป็นนัยๆ ว่าทรัมป์อาจไม่เข้าร่วมการดีเบตในรอบที่ 2 ในวันที่ 9 ตุลาคม แต่ทรัมป์ยืนยันว่าเขาจะขึ้นดีเบตในอีก 2 ครั้งที่เหลือแน่นอน

และยังบอกด้วยว่า เขาเตรียมจะโจมตีนางคลินตั้นอย่างหนักหน่วงในการดีเบตครั้งหน้าด้วย

ผลสำรวจระบุว่า มีผู้ชมการดีเบตรอบแรกเมื่อคืนนี้หน้าจอโทรทัศน์ราว 81 ล้านคน และอีกหลายล้านคนชมผ่านอินเทอร์เน็ต ซึ่งถือเป็นตัวเลขผู้ชมการโต้อภิปรายของผู้สมัครประธานาธิบดีที่มีจำนวนมากที่สุดเป็นประวัติการณ์

(ผู้สื่อข่าว Ken Bredemeier รายงาน / ทรงพจน์ สุภาผล เรียบเรียง)

XS
SM
MD
LG