<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0" xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom">     
    <channel>      
        <title>บันเทิง / ไลฟ์สไตล์ - วอยซ์ ออฟ อเมริกา</title>     
        <link>https://www.voathai.com/z/1824</link>
        <description>ข่าวบันเทิง ข่าวกีฬา และข่าวไลฟ์สไตล์ จากวีโอเอ </description>
        <image>
            <url>https://www.voathai.com/Content/responsive/VOA/th-TH/img/logo.png</url>
            <title>บันเทิง / ไลฟ์สไตล์ - วอยซ์ ออฟ อเมริกา</title>
            <link>https://www.voathai.com/z/1824</link>
        </image>
        <language>th</language>
        <copyright>Copyright 2010-วอยซ์ ออฟ อเมริกา</copyright>   
        <ttl>60</ttl>        
        <lastBuildDate>Thu, 15 Oct 2026 14:18:40 +0700</lastBuildDate> 
        <generator>Pangea CMS – VOA</generator>        
        <atom:link href="https://www.voathai.com/api/zukymepmvv" rel="self" type="application/rss+xml" />
    		<item>
            <title>พิพิธภัณฑ์โตเกียว ชวนสัมผัส “ของตกยุค” ย้อนวันวานเทคโนโลยีล้าสมัย </title>
            <description>พิพิธภัณฑ์แห่งหนึ่งที่ประเทศญี่ปุ่นได้รวบรวม “อุปกรณ์สื่อสารที่สูญพันธุ์” มาจัดแสดงไว้ สำหรับผู้ที่สนใจ หรือครั้งหนึ่งในชีวิตอาจจะเคยได้ใช้งานมาแล้ว </description>
            <link>https://www.voathai.com/a/tokyo-museum-offers-visitors-flashback-to-defunct-technology/8007681.html</link> 
            <guid>https://www.voathai.com/a/tokyo-museum-offers-visitors-flashback-to-defunct-technology/8007681.html</guid>            
            <pubDate>Fri, 14 Mar 2025 07:18:16 +0700</pubDate>
            <category>วิดีโอจากวีโอเอ</category><category>บันเทิง / ไลฟ์สไตล์</category><category>วิทยาศาสตร์ / เทคโนโลยี</category><category>วิดีโอ</category><enclosure url="https://gdb.voanews.com/d24d68c9-1a57-4deb-0cb6-08dd5c8d307c_tv_w800_h450.jpg" length="0" type="image/jpeg"/>
        </item>		
        <item>
            <title>พิพิธภัณฑ์โตเกียว ชวนสัมผัส “ของตกยุค” ย้อนวันวานเทคโนโลยีล้าสมัย</title>
            <description>เครื่องมือที่เคยถูกเรียกว่า &quot;ทันสมัย&quot; แต่ปัจจุบันกลายเป็น &quot;ของตกยุค&quot; ที่ประเทศญี่ปุ่นได้มีการรวบรวม “อุปกรณ์สื่อสารที่สูญพันธุ์” มาจัดแสดงไว้ สำหรับผู้ที่สนใจ หรือครั้งหนึ่งในชีวิต อาจจะเคยได้ใช้งานพวกมันมาแล้ว
พิพิธภัณฑ์สื่อสูญพันธุ์ (Extinct Media Museum) ที่ตั้งอยู่ใจกลางกรุงโตเกียว จัดแสดงอุปกรณ์สื่อสารและเทคโนโลยีที่ถูกเลิกใช้งานไปแล้ว เช่น เทปวิดีโอเบตาแคม (Betacam) และฟลอปปีดิสก์ (Floppy disks) เป็นต้น
พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เปิดทำการมาตั้งแต่เดือนมกราคม ปี 2023 ภายในแบ่งออกเป็นสามห้อง เครื่องมือสื่อสารจากอดีตจำนวนมากถูกจัดเรียงอัดแน่นบนชั้นวาง หนึ่งในไฮไลต์ของนิทรรศการนี้ คือกล้องถ่ายภาพนิ่งรุ่น &quot;ลิลลี่&quot; (Lily) ผลิตโดยบริษัทโซนี่ (Sony) ในปี 1916 ถือเป็นอุปกรณ์ที่มีอายุมากที่สุดในการจัดแสดง
มิกะ มัตสึดะ อายุ 59 ปี กล่าวกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า “ทั้งกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ไม่คุ้นกับสิ่งของจากยุคก่อน และกลุ่มคนที่ช่วงชีวิตหนึ่งเคยเกี่ยวพันกับอุปกรณ์เหล่านี้ (เมื่อได้มาชมพิพิธภัณฑ์) จะรู้สึกทึ่งอย่างมาก”
เธอกล่าวพร้อมรอยยิ้มว่า “การได้เห็นของเหล่านี้ ราวกับได้ย้อนไปในอดีต เป็นช่วงเวลาความทรงจำที่เต็มไปด้วยความสนุกสนาน”
แนวคิดเบื้องหลังการจัดแสดงนี้สะท้อนความเชื่อที่ว่า อุปกรณ์สื่อสารทุกชนิดย่อมมีวันหมดอายุ ล้าสมัย และในที่สุดจะ &quot;สูญพันธุ์&quot; มีเพียงแค่กระดาษและก้อนหินเท่านั้น ที่น่าจะคงอยู่เป็นทางเลือกสำหรับการสื่อสารที่ไร้ข้อจำกัดด้านเวลา
บาร์บารา อาสึกะ รองภัณฑารักษ์พิพิธภัณฑ์ อธิบายว่าสิ่งของส่วนใหญ่ในงานนี้ได้มาจากการรับบริจาค ผู้ชมสามารถสัมผัสอุปกรณ์ต่าง ๆ เพื่อเพิ่มประสบการณ์ในการรับชมได้อย่างเต็มที่
อาสึกะ เสริมว่า อุปกรณ์ต่าง ๆ ไม่ได้ถูกเก็บไว้ในตู้กระจก เพราะเราอยากให้ทุกคนได้รับรู้ผ่านประสาทสัมผัสทั้งห้า ผู้ชมสามารถมองดู หยิบขึ้นมา และรับรู้กลิ่นของวัตถุที่อยู่ตรงหน้า การได้สัมผัสอุปกรณ์ของจริงจะมอบประสบการณ์และข้อมูลที่คำพูดไม่อาจถ่ายทอดได้
ฮิซาชิ อิโตะ นักออกแบบรถยนต์ อายุ 56 ปี นำนาฬิกาพกขนาดเล็กและเทปคาสเซ็ตจากคอลเลกชันส่วนตัวมามอบให้กับพิพิธภัณฑ์ โดยเชื่อว่าหากตัวเขาเสียชีวิตไป ของที่ถูกเก็บไว้เหล่านี้ ก็จะถูกโยนทิ้ง ดังนั้นจะเป็นการดีกว่า หากได้แบ่งปันให้ผู้อื่นได้ชื่นชม
ราคาเข้าชมพิพิธภัณฑ์สื่อสูญพันธุ์ สำหรับบุคคลทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 12.70 ดอลลาร์ (435 บาท) ราคาพิเศษสำหรับนักเรียนและผู้ที่บริจาคสิ่งของเพื่อจัดแสดง อยู่ที่เพียงราว 6.35 ดอลลาร์ (220 บาท)
</description>
            <link>https://www.voathai.com/a/tokyo-museum-offers-visitors-flashback-to-defunct-technology/8007680.html</link> 
            <guid>https://www.voathai.com/a/tokyo-museum-offers-visitors-flashback-to-defunct-technology/8007680.html</guid>            
            <pubDate>Wed, 12 Mar 2025 07:56:31 +0700</pubDate>
            <category>วิทยาศาสตร์ / เทคโนโลยี</category><category>บันเทิง / ไลฟ์สไตล์</category><author>thai@voanews.com (Reuters)</author><enclosure url="https://gdb.voanews.com/66970bdd-6b7f-4f24-3260-08dd5c897904_cx24_cy0_cw75_w800_h450.jpg" length="0" type="image/jpeg"/>
        </item>		
        <item>
            <title>หนังไซไฟจากผู้กำกับ “Parasite” เปิดตัวแรง เบียด ‘กัปตันอเมริกา’ ตกบัลลังก์</title>
            <description>ผลงานล่าสุดจากผู้กำกับสัญชาติเกาหลีใต้ที่ทำให้ภาพยนตร์ Parasite คว้ารางวัลออสการ์ไปได้ เปิดฉายในสัปดาห์แรกในอันดับที่หนึ่งในอเมริกาเหนือ เบียด “Captain America: Brave New World” เจ้าของตำแหน่งสามสัปดาห์ตกบัลลังก์ไปได้ ตามรายงานของเอพี


“Mickey 17” ภาพยนตร์ไซไฟล่าสุดของผู้กำกับ บง จุน โฮ ที่นำแสดงโดย โรเบิร์ต แพตตินสัน และมีต้นทุนการผลิตถึง 118 ล้านดอลลาร์ ขึ้นแท่นหนังทำเงินอันดับหนึ่งในสัปดาห์แรกพร้อมรายได้ 19.1 ล้านดอลลาร์ จากการฉายในอเมริกาเหนือ และ 34.2 ล้านดอลลาร์จากการฉายทั่วโลก


ทั้งนี้ ยังต้องจับตาดูต่อไปว่า หนังที่มีผู้กำกับมือรางวัลและนักแสดงชั้นนำร่วมมือกันนี้จะทำเงินคุ้มทุนที่ว่า ซึ่งยังไม่รวมค่าใช้จ่ายด้านการตลาด ได้หรือไม่ แม้เสียงตอบรับจากนักวิจารณ์ที่ออกมาดีเสียส่วนใหญ่ เพราะผู้ชมอาจไม่ค่อยสนใจหนังฟอร์มนี้สักเท่าใดนัก




อันดับสองตกเป็นของ ‘กัปตันอเมริกา: ศึกฮีโร่จักรวาลใหม่’ ที่เล่าถึงการเปลี่ยนผ่านจากยุคสมัยของคริส เอฟวานส์ กัปตันคนเก่า ไปยัง แอนโธนี แมกกี ที่ทำเงินเพิ่มได้อีก 8.5 ล้านดอลลาร์จากการฉายในอเมริกาเหนือ และ 9.2 ล้านดอลลาร์จากทั่วโลก ทำให้ยอดรายได้สะสมจากทั่วโลกเพิ่มมาอยู่ที่ 370.8 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ วอลท์ดิสนีย์สตูดิโอ เจ้าของหนังเรื่องนี้ ก็ยังตั้งเป้าต่อไปว่า จะดันกับตันอเมริกาภาคล่าสุดให้ทำเงินให้ได้เกิน 1,000 ล้านดอลลาร์เป็นเรื่องแรกของปีให้ได้




เจ้าของอันดับที่ 3 ในสัปดาห์นี้คือ “Last Breath” ที่ฉายมาเป็นสัปดาห์ที่ 2 และทำรายได้เพิ่มอีก 4.2 ล้านดอลลาร์ ส่วนอันดับที่ 4 ก็ตามมาติด ๆ เหมือนสัปดาห์ก่อน ซึ่งก็คือ  “The Monkey” หรือ หรือในชื่อไทย “จ๋อ จัด ตาย” ซึ่งดัดแปลงจากเรื่องสั้นของเจ้าพ่อนิยายหลอน สตีเฟน คิง ที่เก็บเงินเข้ากระเป๋าไปได้อีก 3.9 ล้านดอลลาร์




ปิดท้ายอันดับที่ 5 คือ “Paddington in Peru” หนังภาคที่สามของเจ้าหมีแพดดิง ที่สะสมเงินเข้ากระเป๋าได้อีก 3.9 ล้านดอลลาร์


 


 


1. “Mickey 17,” $19.1 million.


2. “Captain America: Brave New World,” $8.5 million.


3. “Last Breath,” $4.2 million.


4. “The Monkey,” $3.9 million.


5. “Paddington in Peru,” $3.9 million.


6. “Dog Man,” $3.5 million.


7. “Anora,” $1.9 million.


8. “Mufasa: The Lion King,” $1.7 million.


9. “Rule Breakers,” $1.6 million.


10. “In the Lost Land,” $1 million.


 



	ที่มา: เอพี

</description>
            <link>https://www.voathai.com/a/robert-pattison-sci-fi-mickey-17-opens-in-first-place-but-profitability-is-a-long-way-off/8004530.html</link> 
            <guid>https://www.voathai.com/a/robert-pattison-sci-fi-mickey-17-opens-in-first-place-but-profitability-is-a-long-way-off/8004530.html</guid>            
            <pubDate>Mon, 10 Mar 2025 06:02:09 +0700</pubDate>
            <category>บันเทิง / ไลฟ์สไตล์</category><author>thai@voanews.com (AP)</author><enclosure url="https://gdb.voanews.com/0c88e47d-4435-4dec-0370-08dd5c8b1668_w800_h450.jpg" length="0" type="image/jpeg"/>
        </item>		
        <item>
            <title>ช่างญี่ปุ่นใช้แฟชั่น “แต่งเล็บ” เตือนสติเรื่องสิ่งแวดล้อม</title>
            <description>แม้ปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่าง &quot;มลภาวะพลาสติก&quot; จะเป็นเรื่องใหญ่ของมวลมนุษยชาติ แต่สตรีญี่ปุ่นรายหนึ่งเชื่อว่า การแก้ปัญหานี้สามารถเริ่มได้จากเพียงแค่ “ปลายเล็บ” 


นาโอมิ อาริโมโตะ อายุ 42 ปี เคยร่วมกับชุมชนช่วยทำความสะอาดชายฝั่ง กิจกรรมดังกล่าวได้จุดประกายไอเดียให้เธอเก็บ “เศษขยะพลาสติก” ขนาดเล็กที่พบตามผืนทราย บริเวณชายหาดทางตอนใต้กรุงโตเกียว นำมาหลอมจนกลายเป็น “ของแต่งเล็บ” 


อาริโมโตะ กล่าวว่า “ตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็นด้วยตาของตัวเอง ฉันก็เริ่มตระหนักถึงปัญหาสิ่งแวดล้อม ว่ามีขยะพลาสติกอยู่ในมหาสมุทรมากแค่ไหน” สำหรับเธอแล้ว มันเป็นเรื่องที่น่ากลัวอย่างมาก




ตามข้อมูลของสหพันธ์ระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (International Union for Conservation of Nature – IUCN) ประเมินว่า ในแต่ละปี มีขยะพลาสติกถูกทิ้งประมาณ 20 ล้านตัน 


เพื่อหาแนวทางรับมือกับปัญหาขยะพลาสติกอย่างยั่งยืน ในการประชุมสุดยอดของสหประชาชาติที่เมืองปูซาน ประเทศเกาหลีใต้ ที่จัดขึ้นช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา มีการหารือเกี่ยวกับร่างสนธิสัญญากำหนดขีดจำกัดสำหรับการผลิตพลาสติกทั่วโลก 


เมื่อเดือนสิงหาคมปี 2024 สหรัฐฯ ในฐานะหนึ่งในผู้ผลิตพลาสติกรายใหญ่ที่สุดของโลก ได้ส่งสัญญาณว่าจะสนับสนุนสนธิสัญญาดังกล่าว ทางด้านองค์กรกรีนพีซ (Greenpeace) ที่สอดส่องปัญหาสิ่งแวดล้อม ชี้ว่าท่าทีของสหรัฐฯ ถือเป็น &quot;จุดเปลี่ยนสำคัญ&quot; ในการต่อสู้กับมลภาวะพลาสติก




ในปี 2018 อาริโมโตะประสบปัญหาด้านสุขภาพบริเวณกระดูกสันหลัง ทำให้เธอต้องหยุดอาชีพนักสังคมสงเคราะห์ และผันมาเปิดร้านทำเล็บที่บ้านของตนเอง 


ทุก ๆ เดือน อาริโมโตะจะนั่งรถเข็นไปยังชายหาดใกล้บ้านเพื่อค้นหาเศษขยะไมโครพลาสติกที่มักจะถูกมองข้าม ตั้งแต่ปี 2021 เธอได้นำ “อุมิโกมิ” (Umigomi) หรือที่แปลว่า “ขยะจากทะเล” ในภาษาญี่ปุ่น มาผสมผสานสร้างงานศิลปะบนเล็บที่สะท้อนถึงปัญหามลภาวะพลาสติก 




กระบวนการเปลี่ยนขยะจากผืนน้ำ ให้กลายเป็นอะไหล่แต่งเล็บที่สวยงาม เริ่มจากการล้างเศษพลาสติกที่เก็บมาได้ คัดแยกตามสีของวัสดุ ตัดเป็นชิ้นเล็ก ๆ และนำไปหลอมในเบ้าเหล็กจนกลายเป็นรูปทรงแผ่นกลมที่มีสีสันสดใส จากนั้นนำไปใช้เพื่อตกแต่งเล็บปลอม สนนราคาอยู่ที่ชุดละ 82.52 ดอลลาร์ หรือประมาณ 2,860 บาท 


เคียวโกะ คุโรกาวะ ลูกค้าวัย 57 ปี เผยว่า มีสิ่งต่าง ๆ ที่ทำมาจากวัสดุรีไซเคิล เช่น กระดาษชำระ แต่เธอรู้สึกประหลาดใจอย่างมาก เมื่อทราบว่าของแต่งเล็บก็สามารถทำมาจากวัสดุรีไซเคิลได้เช่นกัน


ช่างทำเล็บชาวญี่ปุ่นรายนี้ยอมรับว่า งานศิลปะของเธอเป็นเพียงความพยายามเล็กน้อยท่ามกลางวิกฤตปัญหามลภาวะพลาสติก  อาริโมโตะหวังว่าแฟชั่นเล็ก ๆ บนปลายนิ้วที่อยู่ตรงหน้าจะช่วยเตือนผู้คน ให้ตระหนักถึงปัญหามลภาวะพลาสติกที่กำลังเกิดขึ้นบนโลก และร่วมกันหาทางแก้ไข


 



	ที่มา: รอยเตอร์

</description>
            <link>https://www.voathai.com/a/japanese-manicurist-takes-on-plastic-pollution-one-nail-at-a-time/8004457.html</link> 
            <guid>https://www.voathai.com/a/japanese-manicurist-takes-on-plastic-pollution-one-nail-at-a-time/8004457.html</guid>            
            <pubDate>Mon, 10 Mar 2025 04:00:00 +0700</pubDate>
            <category>บันเทิง / ไลฟ์สไตล์</category><author>thai@voanews.com (Reuters)</author><enclosure url="https://gdb.voanews.com/08711fbf-c8b6-4a97-2f8f-08dd5c897904_w800_h450.jpg" length="0" type="image/jpeg"/>
        </item>		
        <item>
            <title>ผับบาร์โล่งใจ สภาอังกฤษโหวตไม่ยกเลิกแก้ว ‘ไพน์ท’</title>
            <description>ในยุคที่หน่วยชั่งตวงวัดแบบเมตริกครองโลก หนึ่งในมรดกหน่วยวัดแบบอิมพีเรียลของอังกฤษที่หลงเหลืออยู่ นอกจากจะเห็นได้ในสหรัฐฯ แล้ว อีกที่หนึ่งที่ยังเห็นได้ก็คือตามผับบาร์ในอังกฤษเองในรูปแบบแก้ว ‘ไพน์ท’ 


หน่วยไพน์ท (Pint) เทียบเท่ากับ 16 ออนซ์ หรือ 473 มิลลิลิตรกว่า ๆ คือหน่วยวัดแบบอังกฤษที่ยังคงใช้งานกันอยู่ หลังอังกฤษเปลี่ยนระบบมาตรวัดให้เป็นแบบเมตริกตั้งแต่ปี 1965 ส่งผลให้ ‘เมตร’ เข้ามาแทนที่ ‘ฟุต’ และ ‘กรัม’ เข้ามาแทนที่ ‘ปอนด์’


หลังอังกฤษมีมติออกจากสหภาพยุโรปในปี 2020 หรือที่เรียกกันในชื่อ ‘เบรกซิท (Brexit)’ ก็เกิดคำถามขึ้นมาว่า อังกฤษจะหวนกลับมาใช้ระบบตวงวัดแบบอังกฤษหรือไม่ ซึ่งรัฐบาลอนุรักษ์นิยมก็ตัดสินใจไม่หวนกลับเส้นทางเดิม แต่ยกเว้นสินค้าบางประเภทเช่นผัก ผลไม้ตามตลาด รวมถึงเบียร์ที่ยังให้ใช้มาตรวัดอังกฤษ


หนึ่งในควันหลงหนึ่งที่เกิดขึ้นระหว่างการถกเถียงนี้ก็คือข้อกล่าวหาจากพรรคอนุรักษ์นิยม ที่บอกว่า ข้อเสนอเรื่องหน่วยชั่งตวงจากรัฐบาลพรรคแรงงานมีวัตถุประสงค์ให้ผับบาร์เลิกขายเบียร์เป็นไพน์ท


การถกเถียงดำเนินไปจนกระทั่งเมื่อวันพุธที่ผ่านมา สภาขุนนาง (House of Lord) ซึ่งเป็นสภาสูงในระบบรัฐสภาอังกฤษ มีมติรับรองกฎหมายคุ้มครองการใช้หน่วยไพน์ทในผลิตภัณฑ์นม เบียร์ หรือไซเดอร์ ตามรายงานในเอเอฟพี


นั่นหมายความว่า ผับยังคงสามารถเสิร์ฟเบียร์ให้ลูกค้าในหน่วยไพน์ทได้ 


หากมองด้วยสายตาของคนภายนอก อาจจะมีคำถามว่า สภาสถานในกรุงลอนดอนยิ่งใหญ่เกินไปที่จะเถียงกันในเรื่องยิบย่อยแบบนี้หรือไม่


คำตอบสั้น ๆ อาจจะอยู่ในคำว่า ‘วัฒนธรรม’ 


ส่วนคำตอบที่ยาวกว่านี้คืออรรถาธิบายจากผู้แทนในสภา เช่น ลอร์ดแอนดรูว ชาร์พ จากพรรคอนุรักษ์นิยม ที่บอกว่าไพน์ทไม่ใช่แค่มาตรวัด แต่ผูกพันกับประวัติศาสตร์ และเป็น “ส่วนหนึ่งของมรดกของพวกเรา”


ชาร์พยกตัวอย่างคำพูดสุดฮิตในสังคมเมืองผู้ดี คือ “Fancy a pint?” หรือแปลได้ว่า “สนใจสักไพน์ทมั้ย” ซึ่งอาจเทียบได้กับคำว่า “สักกรึ๊บมั้ย” ในบริบทสยามประเทศ


ท้ายที่สุด แม้กระทั่งรัฐบาลเองก็ยังสนับสนุนการคงไว้ซึ่งหน่วยไพน์ท 


ลอร์ดซันนี เลียง จากพรรคแรงงานซึ่งเป็นรัฐบาลอยู่ ระบุว่า “ด้วยสภาพอากาศที่ดีขึ้นสักที กระผมก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าผับทั้งประเทศจะเต็มไปด้วยลูกค้าที่มาหาความสุขกับเบียร์หรือไซเดอร์” และทิ้งท้ายด้วยว่า ‘ไพน์ท’ ยังคงปลอดภัยและอยู่คู่อังกฤษต่อไป



	ที่มา: เอเอฟพี

</description>
            <link>https://www.voathai.com/a/uk-house-of-lord-voted-to-safeguard-pint/8003109.html</link> 
            <guid>https://www.voathai.com/a/uk-house-of-lord-voted-to-safeguard-pint/8003109.html</guid>            
            <pubDate>Sat, 08 Mar 2025 05:50:45 +0700</pubDate>
            <category>โลก</category><category>บันเทิง / ไลฟ์สไตล์</category><author>thai@voanews.com (AFP)</author><enclosure url="https://gdb.voanews.com/dd2f880d-c938-4bad-845b-f8ab2cf6b0bb_cx0_cy9_cw0_w800_h450.jpg" length="0" type="image/jpeg"/>
        </item>		
        <item>
            <title>ทินเดอร์หลบไป! ต้นโอ๊คเยอรมันช่วยสื่อรักมานานกว่าร้อยปี</title>
            <description>ต้นโอ๊คต้นหนึ่งในป่าทางภาคเหนือของเยอรมนี เป็นที่รู้จักกันดีถึงความเป็นต้นไม้สื่อรักที่เชื่อมโยงคู่รักหากันมานานกว่าศตวรรษ


ต้นโอ๊คเจ้าบ่าว หรือ Bridegroom’s Oak ต้นนี้ ซึ่งชาวเยอรมันเรียกกันว่า “Bräutigamseiche” มีโพรงต้นไม้ที่ถูกใช้เป็นกล่องรับจดหมายมาตั้งแต่ปี 1892 หรือ 133 ปีก่อน และยังมีรหัสไปรษณีย์ของตัวเองด้วย


ต้นไม้สื่อรักตั้งตระหง่านอยู่ในป่าโดเดา ห่างจากกรุงเบอร์ลินไปทางเหนือราว 250 กม. ทุกเดือน บุรุษไปรษณีย์จะทำหน้าที่เป็นคิวปิดรับส่งจดหมายจากโพรงต้นไม้นี้เดือนละประมาณ 50 - 60 ฉบับ ส่วนใหญ่เป็นจดหมายของหนุ่มสาวจากเมืองต่าง ๆ ทั่วเยอรมนี และมีหลายฉบับที่มาจากต่างประเทศ




ต้นไม้อายุกว่า 500 ปีนี้มีความสูง 25 เมตร และโพรงสื่อรักนี้อยู่สูงจากพื้นดินราว 3 เมตร นั่นหมายความว่าทั้งบุรุษไปรษณีย์และคนรับส่งจดหมายจะต้องปีนบันไดขึ้นไปถึงโพรงดังกล่าว


ผู้มาเยือนต้นไม้เจ้าบ่าวนี้จะปีนขึ้นไปเลือกจดหมายที่ถูกใจในโพรงต้นไม้ จากนั้นก็ตัดสินใจว่าจะเขียนจดหมายตอบเพื่อสานต่อความสัมพันธ์กับเจ้าของจดหมายหรือไม่


สำนักงานไปรษณีย์ที่นั่นบอกว่า &quot;มีคู่รักที่แต่งงานกันเพราะจดหมายที่ถูกส่งผ่านโพรงต้นเจ้าบ่าวนี้แล้วหลายคู่&quot;




ตำนานเล่าว่า เมื่อ 133 ปีก่อน บุตรสาวของเจ้าหน้าที่ป่าไม้ผู้หนึ่งตกหลุมรักหนุ่มเจ้าของร้านช็อคโกแลตในเมืองไลป์ซิก แต่พ่อฝ่ายหญิงไม่ยอมรับ หนุ่มสาวคู่นี้จึงใช้วิธีเขียนจดหมายส่งให้กันผ่านโพรงต้นไม้นี้


จนในที่สุดเมื่อพ่อฝ่ายหญิงใจอ่อน ทั้งคู่ก็ได้แต่งงานกันใต้ต้นไม้ต้นไม้ต้นนี้ ก่อนที่จะกลายเป็นพฤกษาสื่อรักในเวลาต่อมา


สำหรับใครที่เบื่อแอปฯ ทินเดอร์ และอยากลองหาคู่วิธีใหม่ สามารถส่งจดหมายไปได้ที่ Bräutigamseiche, Dodauer Forst, 23701 Eutin, Germany.



	ที่มา: เอพี

</description>
            <link>https://www.voathai.com/a/7999320.html</link> 
            <guid>https://www.voathai.com/a/7999320.html</guid>            
            <pubDate>Thu, 06 Mar 2025 05:22:09 +0700</pubDate>
            <category>บันเทิง / ไลฟ์สไตล์</category><author>thai@voanews.com (AP)</author><enclosure url="https://gdb.voanews.com/cacebc16-1340-43d7-bb6e-6cfde9ca0c48_cx0_cy9_cw0_w800_h450.jpg" length="0" type="image/jpeg"/>
        </item>		
        <item>
            <title>ออสการ์ 2025: มงลง &apos;อโนรา&apos; - ลิซ่าขึ้นเเสดง - ประโยค &apos;ผมรักคุณ&apos; บนเวที </title>
            <description>งานประกาศรางวัลออสการ์ของวงการภาพยนตร์จบลงเมื่อคืนวันอาทิตย์ ด้วยสีสันมากมายเช่นเคย แต่มีบางโมเมนต์ที่สร้างความน่าตื่นเต้นให้กับชาวไทยเป็นพิเศษ


ภาพยนตร์ของผู้กำกับแนวอินดี้ ฌอน เบเคอร์ เรื่อง &apos;อโนรา&apos; (Anora) คว้าหลายรางวัลเด่น ทั้งภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ดารานำหญิงยอดเยี่ยมจากไมกี้ เเมดิสัน และเบเคอร์เองก็รับตุ๊กตาทองสาขาผู้กำกับยอดเยี่ยมไป


&apos;อโนรา&apos; หนังดราม่าคอมเมดี้ที่เล่าชีวิตผู้ขายบริการทางเพศ ยังได้ตุ๊กตาทองกลับบ้านเมื่อคืนนี้ในสาขาบทภาพยนตร์ดั้งเดิมและตัดต่อภาพยนตร์อีกด้วย โดยเบเคอร์คือเจ้าของรางวัล 2 สาขานี้เช่นกัน


สรุปแล้ว &apos;อโนรา&apos; กวาดตุ๊กตาทองไป 5 ตัว ที่งานประกาศรางวัลออสการ์ปีนี้


ขณะเดียวกัน &apos;เดอะ บรูทัลลิสต์&apos; (The Brutalist) รับออสการ์จากฝีมือ เอเดรียน โบรดี สาขานักแสดงชายยอดเยี่ยม ในบทสถาปนิกเชื้อสายยิวที่ย้ายมาอยู่สหรัฐฯ จากยุโรปในยุคหลังสงครามโลกครั้งที่สอง


ส่วนผู้รับรางวัลนักเเสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม คือโซอี ซัลดาญา จากภาพยนตร์แนวมิวสิคัล &apos;เอมิเลีย เปเรซ&apos; (Emilia Perez) และสมบทชายตกเป็นของเคียเเรน คัลกิน จาก &apos;อะ เรียลเพน&apos; (A Real Pain) หนังที่เล่าถึงการเดินทางของญาติสองคนเพื่อรำลึกประวัติสมาชิกครอบครัวชาวยิวของพวกเขาในโปแลนด์


ภาพยนตร์ทำเงิน &apos;วิคเคด&apos; (Wicked) ได้รับตุ๊กตาทองสาขาออกแบบเครื่องแต่งกายและออกแบบการสร้างยอดเยี่ยม


ผลงานที่ได้รางวัลภาพบนตร์ภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยมคือหนัง &apos;แอม สติล เฮียร์&apos; (I&apos;m Still Here) จากบราซิล ที่เล่าชีวิตครอบครัวที่พังทลายลงเพราะผลจากความรุนเเรงทางการเมือง สาขานี้เคยเป็นที่จับตามองของชาวไทยเพราะผลงาน “หลานม่า” เกือบเข้าถึงรอบชิง




สำหรับแฟน ๆ ลิซ่า แบล็คพิงค์ ซึ่งขึ้นเเสดงที่เวทีงานประกาศรางวัลเมื่อคืนนี้ ได้เห็นเธอฝากลีลาร้องเเละเต้นในเพลง &quot;Live and Let Die&quot;


การแสดงของลิซ่าเป็นตัวเปิดเซ็ต 3 เพลงที่ย้อนพาผู้ชมไปกับภาพยนตร์อมตะ เจมส์ บอนด์ 007 โดยศิลปินอีกสองคนที่ขึ้นเวทีร่วม คือโดจาแคตที่มากับเพลง “Diamonds Are Forever” และเรย์ซึ่งสะกดคนดูด้วยเสีบงทรงพลังใน “Skyfall”




หลังจากนั้นราว ๆ หนึ่งชั่วโมง มีการประกาศรางวัล บันทึกเสียงยอดเยี่ยม ซึ่งตกเป็นของทีมของภาพยนตร์เรื่อง &apos;ดูน: พาร์ต ทู&apos; (Dune: Part Two) ในระหว่างฟังคำกล่าวของผู้ชนะตุ๊กตาทองสาขานี้ ผู้ชมได้ยินคำขอบคุณของรอน บาร์ตเลตต์ ที่เขาพูดถึงภรรยา ซึ่งบาร์ตเลตต์ เอ่ยประโยค &quot;ผมรักคุณ&quot; เป็นภาษาไทย


วีโอเอไทยพบร้านเสื้อผ้าโรเบิร์ต เอลลิส บูติก ในเขตลอสเเอนเจลิสเคยลงภาพของบาร์ตเลตต์และภรรยา เมื่อครั้งที่เขาถ่ายภาพคู่เมื่อ 3 ปีก่อน ซึ่งบาร์ตเลตต์ชนะออสการ์สาขาบันทึกเสียงยอดเยี่ยมเช่นกัน จากภาพยนตร์ดูน (Dune) ภาคเเรก และในภาพถือตุ๊กตาทองอยู่ในมือ


ห้องเสื้อดังกล่าวเขียนคำบรรยายว่า &quot;รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้ช่วย Nattee ภรรยาเเสนสวยของเขาเลือกชุดในคืนนี้&quot; พร้อมปักหมุดโรงละครโดลบี้ สถานที่จัดงานประกาศรางวัลออสการ์



	ที่มา: วีโอเอ


 

</description>
            <link>https://www.voathai.com/a/oscar-lisa-anora-ron-bartlett/7995302.html</link> 
            <guid>https://www.voathai.com/a/oscar-lisa-anora-ron-bartlett/7995302.html</guid>            
            <pubDate>Tue, 04 Mar 2025 00:37:16 +0700</pubDate>
            <category>สหรัฐฯ</category><category>บันเทิง / ไลฟ์สไตล์</category><author>thai@voanews.com (VOA)</author><enclosure url="https://gdb.voanews.com/921bc92f-b433-423d-8ca0-229961d721ef_cx0_cy3_cw0_w800_h450.jpg" length="0" type="image/jpeg"/>
        </item>		
        <item>
            <title>‘กัปตันอเมริกา’ แรงต่อเนื่องสุดสัปดาห์ออสการ์ แม้รายได้น่าผิดหวัง</title>
            <description>“Captain America: Brave New World” ยังคงครองอันดับหนึ่งบนตารางอันดับหนังทำเงินในอเมริกาเหนือ หลังจากออกฉายมาแล้วสามสัปดาห์ โดยเก็บรายได้เพิ่มอีก 15 ล้านดอลลาร์


‘กัปตันอเมริกา: ศึกฮีโร่จักรวาลใหม่’ เล่าถึงการเปลี่ยนผ่านจากยุคสมัยของคริส เอฟวานส์ กัปตันคนเก่า ไปยัง แอนโธนี แมกกี กัปตันผิวสีคนใหม่ โดยได้ แฮริสัน ฟอร์ด มารับบทประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่กลายร่างเป็นยักษ์แดง Red Hulk


จนถึงขณะนี้ กัปตันอเมริกาภาคล่าสุดทำเงินไปแล้ว 164 ล้านดอลลาร์ในอเมริกาเหนือ ซึ่งต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ ท่ามกลางเสียงตอบรับในแง่ลบจากทั้งนักวิจารณ์และผู้ชมทั่วไป


ตามมาอันดับ 2 คือหนังเข้าใหม่ “Last Breath” ที่อ้างอิงจากเรื่องจริงของนักดำน้ำลึกที่ไปติดอยู่ใต้ความลึก 300 ฟุตจากระดับน้ำทะเล และต้องหาทางเอาชีวิตรอดจากสถานการณ์คับขันนี้ นำแสดงโดย วู้ดดี้ ฮาเรลสัน และซือมู่ หลิว เก็บเงินไป 7.8 ล้านดอลลาร์ในสัปดาห์เปิดตัว


อันดับ 3 ตกลงมาจากที่ 2 เมื่อสัปดาห์ก่อน “The Monkey” หรือ หรือในชื่อไทย “จ๋อ จัด ตาย” ซึ่งดัดแปลงจากเรื่องสั้นของเจ้าพ่อนิยายหลอน สตีเฟน คิง เล่าถึงสองพี่น้องที่พบกับตุ๊กตาลิงไขลานที่นำพาความสยองสั่นประสาทมาสู่ชีวิตพวกเขา ทำรายได้ไปอีก 6.4 ล้านดอลลาร์


อันดับ 4 “Paddington in Peru” หนังภาคที่สามของเจ้าหมีแพดดิงตัน เก็บเงินค่าเดินทางไป 4.5 ล้านดอลลาร์ในการฉายสัปดาห์ที่สาม


อันดับ 5 “Dog Man” ภาพยนตร์แอนิเมชั่นจากค่ายดรีมเวิร์กที่สร้างจากหนังสือการ์ตูนเด็กยอดนิยม เข้าฉายมาแล้ว 5 สัปดาห์ เก็บเงินไปอีก 4.2 ล้านดอลลาร์


อันดับภาพยนตร์ในตารางบ็อกซ์ออฟฟิศ สุดสัปดาห์ 28 ก.พ. - 2 มี.ค. 2025


1. “Captain America: Brave New World,&quot; $15 million.


2. “Last Breath,&quot; $7.8 million.


3. “The Monkey,” $6.4 million.


4. “Paddington in Peru,” $4.5 million.


5. “Dog Man,” $4.2 million.


6. “Mufasa: The Lion King,” $1.9 million.


7. “Ne Zha 2,” $1.8 million.


8. “Heart Eyes,” $1.3 million.


9 “The Unbreakable Boy,” $1.2 million.


10. “One of Them Days,” $925,000.



	ที่มา: เอพี

</description>
            <link>https://www.voathai.com/a/7994495.html</link> 
            <guid>https://www.voathai.com/a/7994495.html</guid>            
            <pubDate>Mon, 03 Mar 2025 05:30:49 +0700</pubDate>
            <category>บันเทิง / ไลฟ์สไตล์</category><author>thai@voanews.com (AP)</author><enclosure url="https://gdb.voanews.com/5b0aed29-e365-4855-8566-64f177d2fa0d_cx0_cy2_cw0_w800_h450.jpg" length="0" type="image/jpeg"/>
        </item>		
        <item>
            <title>เปิดม่าน “ออสการ์ ครั้งที่ 97” กับหลากรางวัลและเซอร์ไพรส์มากมาย</title>
            <description>การประกาศผลรางวัลออสการ์ครั้งที่ 97 ในเย็นวันอาทิตย์ตามเวลาในสหรัฐฯ ในปีนี้ เป็นอีกหนึ่งเวทีที่ถูกจับตาดูอย่างมาก เพราะไม่มีผู้เข้าชิงรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมใดจากทั้งหมด 10 เรื่องที่เป็นตัวเต็งอย่างชัดเจน


งานประกาศรางวัลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของอุตสาหกรรมภาพยนตร์โดยสถาบันศิลปะและวิชาการทางภาพยนตร์ (Academy of Motion Picture Arts and Sciences) หรือ ออสการ์ ในปีนี้จัดขึ้นที่โรงละครดอลบี ในฮอลลีวู้ด นครลอสแอนเจลิส โดยจะเริ่มเปิดม่านเวลา 16.00 น.ตามเขตเวลาแปซิฟิก หรือ 19.00 น. ตามเขตเวลาตะวันออก ของวันอาทิตย์ หรือ 7.00 น.ของวันจันทร์ ตามเวลาในไทย


โคแนน โอไบรอัน พิธีกรรายการทอล์คโชว์ชื่อดังของสหรัฐฯ ที่รับหน้าที่พิธีกรงานในปีนี้เป็นครั้งแรก เปิดเผยว่า ได้เตรียมมุกตลกมากมายมาใช้ในการดำเนินรายการ และเพื่อเฉลิมฉลองความสำเร็จของผู้ผลิตผลงานต่าง ๆ รวมทั้งเตรียมบทพูดสำหรับช่วงเวลาจริงจังทั้งหลาย เช่น การให้กำลังใจต่อชาวนครลอสแอนเจลิสในการฟื้นตัวจากเหตุภัยพิบัติไฟป่าเมื่อเดือนมกราคม และการพูดถึงประเด็นการเมืองบ้างพอควร




โอไบรอันบอกกับผู้สื่อข่าวว่า “มุกตลกดี ๆ คือ ส่วนประกอบที่สำคัญมาก ๆ แต่มันก็มีส่วนอื่นที่สำคัญเช่นกัน”


สำหรับบรรยากาศก่อนการประกาศผลรางวัลนั้น ประเด็นหนึ่งที่ถูกจับตาดูก็คือ ใครจะได้รางวัลใหญ่ที่สุดของค่ำคืนนี้ อันได้แก่ รางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม โดยมีผู้คาดกันว่า 3 ใน 10 ผู้ท้าชิงที่มีโอกาสสูงสุดคือ Anora ที่เล่าเรื่องราวของผู้หญิงขายบริการซึ่งจับพลัดจับผลูกลายมาเป็นเหมือนเจ้าหญิงซินเดอเรลลายุคใหม่ และ The Brutalist ที่ว่าด้วยเรื่องของผู้อพยพและสถาปนิกเชื้อสายยิวที่ไล่ล่าตามหาความฝันแบบอเมริกันชน รวมทั้ง Conclave ซึ่งเล่าเรื่องราวกระบวนการอันเป็นความลับก่อนจะมีการลงคะแนนเลือกตั้งโป๊ปคนใหม่


นอกจากประเด็นนี้แล้ว การที่ ภาพยนตร์มิวสิคัล Emilia Perez จากค่ายเน็ตฟลิกซ์ ได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัลมากที่สุดถึง 13 รางวัลก็เป็นเรื่องที่หลายคนเฝ้าดู แม้ว่า โอกาสที่ภาพยนตร์เรื่องนี้จะได้รางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมมีน้อยลง หลัง คาร์ลา โซเฟีย กัสกอน ดาราข้ามเพศที่ได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัลออสการ์คนแรก และรับบทนักค้ายาเสพติดเม็กซิกันที่ผ่าตัดเเปลงเพศ ตกเป็นข่าวใหญ่ จากกรณีโพสต์เก่า ๆ ที่มีเนื้อหาเหยียดศาสนา เพศและความหลากหลายบนเวทีออสการ์ ทำให้นักแสดงคนนี้งดออกงานมาสักพัก แต่มีข่าวว่า จะมาร่วมงานออสการ์ในปีนี้


ชื่อของผู้ชนะรางวัลออสการ์นั้นเป็นผลจากการลงคะแนนเสียงของสมาชิกสถาบันศิลปะและวิชาการทางภาพยนตร์ราว 11,000 คนที่มีตั้งแต่นักแสดงไปจนถึงผู้ผลิต ผู้กำกับและผู้ที่ทำงานเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมผลิตภาพยนตร์


สำหรับตัวเก็งผู้ชนะในสาขาอื่น ๆ นั้น ผู้เชี่ยวชาญคาดว่า เคียราน คัลกิน น่าจะคว้ารางวัลนักแสดงสมทบชายจากบทบาทในภาพยนตร์ A Real Pain ขณะที่ รางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมอาจเป็นของ ทิโมธี ชาลาเมต์ จากการรับบทเป็นนักดนตรีระดับตำนาน บ็อบ ดีแลน ใน A Complete Unknown หรือไม่ก็เป็น เอเดรียน โบรดี จาก The Brutalist




โบรดีนั้นเป็นเจ้าของสถิติผู้ชนะรางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมบนเวทีออสการ์ที่มีอายุน้อยที่สุด เมื่อคว้ารางวัลนี้จากบทนำในภาพยนตร์ The Pianist ตอนที่มีอายุ 29 ปี แต่ถ้าชาลาเมต์สามารถชนะรางวัลนี้ไปได้ เขาก็จะเป็นเจ้าของสถิติใหม่ไปด้วย เพราะนักแสดงหนุ่มผู้นี้จะมีอายุน้อยกว่าโบรดีเมื่อครั้งนั้น 9 เดือน




ส่วนรางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมนั้น ขณะที่หลายคนคาดว่า น่าจะตกเป็นของ เดมิ มัวร์ กับบทดาราดังช่วงขาลงที่แสวงหาหนทางเยาว์วัยตลอดกาลด้วยการพึ่งพา “สารลึกลับ” ในภาพยนตร์ The Substance หลังนักแสดงสาวสวยผู้นี้คว้ารางวัลในสาขาเดียวกันมาจากทุกเวทีแล้ว มีผู้ติงว่า รางวัลนี้อาจกลายมาเป็นของ เฟอร์นานดา ตอร์เรส จากภาพยนตร์ I’m Still Here หลังได้รับรางวัลดารานำหญิง สาขาหนังดรามา จากเวทีลูกโลกทองคำมาแล้ว


สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างบนเวทีออสการ์ปีนี้คือ การที่ผู้จัดยกเลิกส่วนที่ให้นักดนตรีขึ้นมาแสดงบทเพลงที่ได้เข้าชิงรางวัลเพลงประกอบยอดเยี่ยม เพราะต้องการให้จุดสนใจตกไปอยู่ที่ผู้ร่วมเขียนเพลงดังกล่าวมากกว่า และจัดให้มีการแสดงเพลงอื่น ๆ ทดแทน โดย ซินเธีย เอริโว และอาเรียอานา กรานเด ซึ่งมีชื่อเข้าชิงสาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมและนักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม จากภาพยนตร์เรื่อง Wicked ที่จะมาขับกล่อมเพลงเพื่อระลึกถึงโปรดิวเซอร์ชื่อดัง ควินซี โจนส์ ที่เสียชีวิตลงเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่แล้ว และ ลิซ่า โดจา แคท และเรย์ ซึ่งมีผลงานเพลง Born Again ร่วมกันด้วย




ขณะเดียวกัน ผู้จัดงานได้แย้มว่า ผู้ชมควรเกาะติดการถ่ายทอดสดเพื่อรอชมแขกพิเศษที่ไม่ได้มีการเปิดเผยชื่อมาก่อนงานเริ่มด้วย ซึ่งจะเป็นหนึ่งในเซอร์ไพรส์ที่ทีมงานตั้งใจนำเสนออย่างมาก


 



	ที่มา: รอยเตอร์

</description>
            <link>https://www.voathai.com/a/oscars-take-the-stage-on-sunday-with-best-picture-up-for-grabs/7994490.html</link> 
            <guid>https://www.voathai.com/a/oscars-take-the-stage-on-sunday-with-best-picture-up-for-grabs/7994490.html</guid>            
            <pubDate>Mon, 03 Mar 2025 04:56:48 +0700</pubDate>
            <category>บันเทิง / ไลฟ์สไตล์</category><author>thai@voanews.com (Reuters)</author><enclosure url="https://gdb.voanews.com/f2ee83ef-cfae-46ae-062e-08dd4a817621_w800_h450.jpg" length="0" type="image/jpeg"/>
        </item>		
        <item>
            <title>แฟนคลับลิซ่าแห่ให้กำลังใจ ก่อนขึ้นแสดงเวทีออสการ์ 2025</title>
            <description>ลลิษา มโนบาล หรือ ลิซ่า นักร้องชาวไทยจากเกิร์ลกรุ๊ปสัญชาติเกาหลีชื่อก้องโลก แบล็คพิงค์ (Blackpink) ปรากฎตัวที่นครลอสแอนเจลิสเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เพื่อจัดงานเปิดตัวอัลบั้มใหม่ ก่อนที่จะเข้าร่วมงานประกาศผลรางวัลออสการ์ในคืนวันอาทิตย์นี้


ลิซ่า โดจา แคท และเรย์ ซึ่งมีผลงานเพลง Born Again ร่วมกัน อยู่ในรายชื่อผู้ที่จะขึ้นแสดงในเวทีออสการ์ปีนี้ด้วย โดยทีมผู้จัดเผยว่าจะเป็นการแสดงดนตรีที่ยกย่องนครลอสแอนเจลิสและการสร้างภาพยนตร์ในฮอลลีวู้ด


ผู้สื่อข่าวของวีโอเอภาคภาษาไทย มีโอกาสเข้าร่วมงานเปิดตัวอัลบั้มใหม่ของลิซ่าที่ใช้ชื่อว่า Lisa Alter Ego ที่ The Wiltern ในนครลอสแอนเจลิส เมื่อวันพุธที่ 26 ก.พ. และได้สัมภาษณ์แฟนคลับลิซ่าหลายคนที่มาร่วมงานนี้ รวมทั้ง ไอราส ทรงมิตร ชาวไทยในลอสแอนเจลิส


“คือแพทน่ะภูมิใจในตัวน้องมากๆค่ะเพราะว่าน้องอ่ะแล้ว represent

ความเป็นไทยได้ดีมากแล้ว คือน้องไม่ว่าจะไปที่ไหนอ่ะน้องลิซ่าจะพูดคะตลอด ยกมือไหว้ตลอดพูดขอบคุณพูดสวัสดีตลอด คือ represent ความเป็นไทยได้ดีมาก

ไม่ใช่แค่ว่าเก่ง น่ารักสวยอย่างเดียว แต่ว่าน้องเนี่ยมีความภูมิใจในความเป็นไทยไม่ว่าจะไปอยู่ที่ไหน สามารถที่จะแบบว่าเป็นแบบเป็นแอมบาสเดอร์ของไทยแลนด์ได้เลย”




นอกจากคนไทยแล้วยังมีแฟนเพลงของลิซ่าจากหลายเชื้อชาติที่มาร่วมงานเปิดตัวอัลบั้มใหม่นี้ด้วย รวมทั้ง จีนส์ เฟอร์เรราส์ ชาวอเมริกันเชื้อสายฟิลิปปินส์ที่ติดตามลิซ่าอย่างเหนียวแน่นมาตั้งแต่ปี 2020 ซึ่งจีนส์เชื่อว่าการที่ลิซ่ามีชื่อเสียงส่งผลให้ทั่วโลกรู้จักประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพิ่มขึ้นด้วย


“It’s gonna pretty much be on the map. They’re going to look at Asia South

Asian countries about their acting skills and music skills. They’ve been

around I mean especially Filipino, they always good at karaoke. It’s like

their gift. And now she&apos;s putting everybody on the map and basically she

opens the door for everyone now”




ชาวอเมริกันเชื้อสายฟิลิปปินส์ผู้นี้บอกว่า ผู้คนจะมองมายังประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ว่ามีความสามารถในด้านการแสดงและดนตรีเช่นกัน เป็นพรสวรรค์ของพวกเขาเหมือนกับที่คนฟิลิปปินส์ชอบร้องคาราโอเกะ ลิซ่าช่วยให้โลกรู้จักพวกเราและช่วยเปิดประตูสำหรับทุกคน


ด้าน แดเนียล สปิรา ชาวอเมริกันจากรัฐแมรีแลนด์ ซึ่งย้ายมาอยู่ที่ลอสแอนเจลิส บอกกับวีโอเอภาคภาษาไทยว่า เคยไปเมืองไทยมาแล้วเมื่อ 13 ปีก่อน และยิ่งตื่นเต้นยิ่งขึ้นเมื่อเห็นลิซ่าแสดงในซีรีย์ The White Lotus ซึ่งมีเรื่องราวเกี่ยวกับเมืองไทยด้วย


“I&apos;ve been to Bangkok. Oh yeah I mean I wanted to go back again even

since the last time I went was maybe 13 years ago so it&apos;s been a long time

but I think watching White Lotus in Thailand has made me want to go back

even more all the food is so good and the fresh fruit and the weather and

all that stuff and the people there so nice too so I would love to go back

soon”




สปิราบอกว่า The White Lotus ทำให้ตนอยากกลับไปเมืองไทยอีก ทั้งอาหารไทย ผลไม้และอากาศที่เมืองไทย รวมทั้งผู้คนล้วนดีมาก



ส่วน คิมเบอร์ลีย์ โลเปซ ชาวลอสแอนเจลิส เชื้อสายฮิสแปนิก ผู้เคยตามไปดูคอนเสิร์ตของ Blackpink มาแล้วสองครั้ง ชื่นชมการแสดงบนเวทีของลิซ่าที่ทำให้เธอหันมาชื่นชอบเพลงของฝั่งเอเชียแม้จะฟังภาษาเกาหลีหรือภาษาไทยไม่ออกก็ตาม เธอบอกว่าเธอยิ่งตื่นเต้นเมื่อทราบข่าวว่าลิซ่าจะขึ้นแสดงบนเวทีออสการ์ในปีนี้ด้วย


“I&apos;m so excited to see her with Ray and I think it&apos;s Doja Cat so I guess. They&apos;re all performing three of them so I&apos;m excited to see the three of them perform I&apos;m sure she&apos;s going to do really good. I was shocked yes I was not expecting her to perform but now I’m like yeah she’s performing. She deserves it. She deserves to perform”




คิมเบอร์ลีย์บอกว่า ตื่นเต้นที่จะเห็น ลิซ่า โดจา แคท และเรย์ บนเวทีออสการ์ และเชื่อว่าทั้งสามคนจะทำได้ดี เธอเชื่อว่าลิซ่าคู่ควรกับการแสดงในค่ำคืนนี้

ทางด้าน ไอราส ทรงมิตร ชาวไทยในลอสแอนเจลิส เป็นแฟนเพลงอีกคนที่ตื่นเต้นมากเช่นกัน


“เซอร์ไพรส์มาก ตื่นเต้นสุดๆ โอ๊ยนอนไม่หลับ ตื่นเต้นมากค่ะ แล้วก็แบบนี่ก็เลยรีบลางานเลยเพราะว่าจะต้องรีบกลับไปดูน้องค่ะเพราะว่ากลัวจะพลาดไม่ได้ดูน้อง

แพทคิดว่าน้องเนี่ยเป็นคนที่มี potential ที่ทำอะไรทำสุดอยู่แล้วจัดเต็มอยู่แล้วนะคะก็อยากจะให้น้องเนี่ยจัดให้เต็มที่ไปเลยค่ะ แบบสุด ๆ ของที่หนูทำเลยทำให้ดีที่สุดไปเลย แล้วก็ represent ความเป็นไทยไปด้วย อย่างที่หนูทำ ทำให้ดีที่สุด น่าจะเป็น opportunity ที่ดี เป็นโอกาสที่ดีที่น้องลิซ่าเนี่ยก็จะได้รับโอกาสในการแสดงเพิ่มขึ้นด้วย

มันไม่มีอะไรเกินความสามารถของน้องค่ะพี่ หนูว่าอยากให้น้องนะก้าวขึ้นไปถึงจุดที่สูงสุดเท่าที่จะมีในประวัติศาสตร์ชาติไทยและทั่วโลกเลยอ่ะ คือให้น้องไปอยู่แบบระดับแบบเอลิสเลยค่ะของทั่วโลกเลยค่ะ”



	รายงาน: สุภกิจ ภัทรธีรานน์ ผู้สื่อข่าววีโอเอภาคภาษาไทย ประจำลอสเอเจลิส 


 

</description>
            <link>https://www.voathai.com/a/lisa-blackpink-fanclub-interviews-before-oscars-performing/7994471.html</link> 
            <guid>https://www.voathai.com/a/lisa-blackpink-fanclub-interviews-before-oscars-performing/7994471.html</guid>            
            <pubDate>Mon, 03 Mar 2025 04:29:56 +0700</pubDate>
            <category>บันเทิง / ไลฟ์สไตล์</category><category>คนไทยในอเมริกา</category><category>ไทย</category><author>thai@voanews.com (Supakit Pattarateranon)</author><enclosure url="https://gdb.voanews.com/7145124d-b67f-4a0b-ee19-08dd4a81f35f_w800_h450.jpg" length="0" type="image/jpeg"/>
        </item>		
        <item>
            <title>ชาวเน็ตตาดี พบ ‘เขาหมาน้อย’ จุดเช็คอินใหม่ริมแม่น้ำแยงซี</title>
            <description>ใครจะรู้ว่าภูเขาที่ตั้งตระหง่านริมแม่น้ำแยงซีมาหลายชั่วอายุคน วันหนึ่งจะกลายเป็นจุดสนใจบนโลกออนไลน์ เมื่อชาวจีนรายหนึ่งสะกิดใจขึ้นมาว่าสันฐานของภูเขาช่างละม้ายคล้ายสุนัขตัวน้อยเหลือเกิน


เอพีรายงานเรื่องราวของกัว ฉิงชาน นักออกแบบในนครเซี่ยงไฮ้ที่ไปเดินเขาที่บ้านเกิดที่เมืองอี๋ชาง มณฑลหูเป่ย ตอนกลางของประเทศจีน ในช่วงปลายเดือนมกราคม 


กระทั่งการเดินทางกลับบ้านล่วงเลยผ่านไป เขากลับมาไล่ดูรูปภาพที่ถ่ายไว้ และพบว่ามีภูเขาลูกหนึ่งที่มีลักษณะคล้ายหัวสุนัขกำลังหมอบราบไปกับผิวน้ำ


กัวกล่าวว่า “ท่าทางของลูกหมาเหมือนกับมันกำลังดื่มน้ำหรือกำลังมองดูปลา มันเหมือนกำลังปกป้องแม่น้ำแยงซีด้วยเหมือนกันนะ”


นักออกแบบรายนี้โพสต์รูปภูเขาดังกล่าวลงในโซเชียลมีเดีย ‘เสี่ยวหงชู’ หรือเรดโน้ต (RedNote) และปรากฏว่าเป็นที่ถูกอกถูกใจของชาวเน็ต จนมีคนมากดไลก์มากกว่า 120,000 ครั้งภายในเวลา 10 วัน


ความไวรัลไม่จบลงเท่านั้น เพราะภาพดังกล่าวถูกนำไปเล่าใหม่ขยายต่อ ทั้งคนที่เอาภาพสุนัขตนเองมาเทียบว่าคล้ายคลึงประหนึ่งเป็นต้นแบบของภูเขาเพียงใด และมีอีกหลายคนที่เดินทางไปดูภูเขาดังกล่าวด้วยตาของตนเอง


เรื่องราวของภูเขาแห่งนี้ถูกกล่าวขานในเรดโน้ต ที่สามารถดูได้ผ่านแฮชแท็ก #xiaogoushan (เสียวโก่วชาน หรือแปลว่า เขาหมาน้อย) ซึ่งมีคนเข้ามาดูแล้วหลายล้านครั้ง


หลังจากภาพของกัวโด่งดังบนโลกออนไลน์ ชาวเน็ตหลายคนก็แชร์ภาพที่เคยถ่ายในจุดเดียวกัน โดยมีหลายคนที่บอกว่าก่อนหน้านี้ไม่เคยคิดว่าเหมือนลูกหมามาก่อน ขณะที่บางคนก็คุยกันว่าลักษณะของเขาลูกนี้เปลี่ยนไปตามกาลเวลา



	ที่มา: เอพี

</description>
            <link>https://www.voathai.com/a/puppy-mountain-in-china-gone-viral/7993096.html</link> 
            <guid>https://www.voathai.com/a/puppy-mountain-in-china-gone-viral/7993096.html</guid>            
            <pubDate>Sat, 01 Mar 2025 05:50:39 +0700</pubDate>
            <category>เอเชีย</category><category>บันเทิง / ไลฟ์สไตล์</category><author>thai@voanews.com (AP)</author><enclosure url="https://gdb.voanews.com/7fc7feef-9d50-4e57-b3e7-e071ecc8789b_cx0_cy10_cw0_w800_h450.jpg" length="0" type="image/jpeg"/>
        </item>		
        <item>
            <title>นักแสดงออสการ์ “จีน แฮกแมน” เสียชีวิตพร้อมภรรยาและสุนัขในบ้าน</title>
            <description>เจ้าหน้าที่พบ จีน แฮกแมน นักแสดงระดับตำนานเจ้าของรางวัลออสการ์ และภรรยา เสียชีวิตในบ้านพักในรัฐนิวเม็กซิโกเมื่อวันพุธ ตามเวลาในสหรัฐฯ


ในเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ระบุเพียงว่า กำลังมีการสอบสวนหาสาเหตุของการเสียชีวิตของทั้งสองแล้ว แม้จะไม่มีเหตุบ่งชี้ความผิดปกติหรือกรณีต้องสงสัยใด ๆ ก็ตาม


รายงานข่าวระบุว่า เจ้าหน้าแวะเยี่ยมแฮกแมนที่บ้านเพื่อตรวจสอบความเป็นอยู่ของนักแสดงวัย 95 ปีผู้นี้ ก่อนจะพบว่า เขาเสียชีวิตแล้วพร้อมเบ็ตซี อาราคาวา ภรรยาวัย 64 ปี และสุนัขของทั้งสอง




แฮกแมนเป็นศิลปินนักแสดงชาวอเมริกันที่รับบทบาทต่าง ๆ มากมายมาตลอดระยะเวลาหลายสิบปี ทั้งบนเวทีบรอดเวย์ ในจอแก้วและในภาพยนตร์กว่า 80 เรื่อง โดยได้รับรางวัลออสการ์ในสาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยมจากภาพยนตร์เรื่อง The French Connection ในปี 1971 และรางวัลนักแสดงสนับสนุนชายยอดเยี่ยมจากภาพยนตร์ Unforgiven ในปี 1992


นอกจากนั้น แฮกแมนซึ่งปรากฏตัวในบทแอคชั่น เขย่าขวัญและตลกมากมาย ยังได้รับการเสนอชื่อเข้ารับรางวัลออสการ์จากบทอื่นในภาพยนตร์ Bonnie and Clyde เมื่อปี 1967 รวมทั้ง I Never Sang for My Father ในปี 1970 และ Mississippi Burning ในปี 1988 ด้วย


หนึ่งในบทบาทที่ผู้ชมจำนวนไม่น้อยอาจคุ้นเคยกับแฮกแมนคือ บท “เล็กซ์ ลูธอร์” คู่ปรับตัวฉกาจของซูเปอร์แมนที่นำแสดงโดย คริสโตเฟอร์ รีฟ เมื่อปี 1978 และปี 1980


นักแสดงระดับตำนานผู้นี้ปรากฏตัวครั้งสุดท้ายในภาพยนตร์ Welcome to Mooseport ในปี 2004


 



	ข้อมูลบางส่วนมาจากเอพี เอเอฟพีและรอยเตอร์

</description>
            <link>https://www.voathai.com/a/actor-gene-hackman-wife-found-dead-at-new-mexico-home/7990275.html</link> 
            <guid>https://www.voathai.com/a/actor-gene-hackman-wife-found-dead-at-new-mexico-home/7990275.html</guid>            
            <pubDate>Thu, 27 Feb 2025 23:16:05 +0700</pubDate>
            <category>บันเทิง / ไลฟ์สไตล์</category><author>thai@voanews.com (VOA)</author><enclosure url="https://gdb.voanews.com/6adf57f0-9733-45b4-8ae7-ef4be90529ff_w800_h450.jpg" length="0" type="image/jpeg"/>
        </item>		
        <item>
            <title>ผู้จัดเวทีออสการ์ 2025 พร้อมขนทัพดาราดังและเซอร์ไพรส์ตลอดงาน</title>
            <description>ทีมผู้จัดงานประกาศรางวัลออสการ์ครั้งที่ 97 เผยว่าจะขนทัพดารานักแสดงและคนดังมากมายมาร่วมงาน อีกทั้งอาจจะมีเซอร์ไพรส์ที่สร้างการจดจำในเวทีปีนี้อีกด้วย ตามรายงานของเอพี


ราจ คาปูร์ ผู้อำนวยการสร้างและผู้จัดการประกาศรางวัลออสการ์ ครั้งที่ 97 ที่แคลิฟอร์เนีย ซึ่งจะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 2 มีนาคมนี้ เผยกับเอพีว่า “รู้สึกกดดัน .. แต่เราไม่ใช่คนที่หยุดนิ่งอยู่กับความสำเร็จ เราต้องการก้าวข้ามขีดจำกัดอยู่เสมอ”


นับถอยหลังเข้าสู่งานประกาศรางวัลออสการ์ 2025 ซึ่งจะถ่ายทอดสด 3 ชั่วโมงครึ่ง ทางสถานีโทรทัศน์ ABC และไลฟ์สตรีมทาง Hulu ในวันอาทิตย์นี้ ทีมเบื้องหลังการจัดงานเผยน้ำจิ้มของสิ่งที่จะได้เห็นในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ว่า อยากให้เป็นงานที่ดูได้ทั้งครอบครัวเพื่อนฝูงและเปิดการสนทนากันต่อ “เราอยากให้ทุกคนมีความรู้สึกหลากหลายเมื่อได้ดูงานประกาศรางวัล”


โคแนน โอไบรอัน พิธีกรรายการทอล์คโชว์ชื่อดังของสหรัฐฯ รับหน้าที่พิธีกรออสการ์ ซึ่งทีมงานตื่นเต้นที่จะได้เห็นบทบาทพิธีกรออสการ์ครั้งแรกของเขา ซึ่งคาปูร์เชื่อว่าจะได้เห็นความสดใหม่ แนวคิดและจินตนาการที่ล้นเหลือ และแนวทางการด้นสดในงานที่เขามีความเชี่ยวชาญ พร้อมแย้มว่าอาจมีเซอร์ไพรส์ที่คาดไม่ถึงด้วย


สำหรับการแสดงในปีนี้ ออสการ์ปีนี้แหวกม่านประเพณีด้วยการไม่จัดแสดงบทเพลงที่เข้าชิงออสการ์สาขาเพลงประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม แต่จะเปลี่ยนเป็นการให้ความสำคัญกับผู้เขียนเพลงผ่านมุมมองส่วนตัวและเบื้องหลังการทำงานของพวกเขาแทน และแทนที่ด้วยการแสดงของคนดัง


โดยซินเธีย เอริโว และอาเรียอานา กรานเด ซึ่งเข้าชิงออสการ์สาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมและนักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม จากภาพยนตร์เรื่อง Wicked จะขึ้นแสดงในปีนี้ แต่ไม่เผยว่าจะออกมาในรูปแบบใด


นอกจากนี้ ลิซ่า โดจา แคท และเรย์ มีผลงานเพลง Born Again ร่วมกัน ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกเมื่อ 6 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา อยู่ในรายชื่อผู้ที่จะขึ้นแสดงในเวทีออสการ์ปีนี้ด้วย โดยทีมผู้จัดเผยว่าจะเป็นการแสดงดนตรีที่ยกย่องนครลอสแอนเจลิสและการสร้างภาพยนตร์ในฮอลลีวู้ด


งานประกาศรางวัลออสการ์ เกิดขึ้นหลังจากเหตุไฟป่าครั้งใหญ่ในแอลเอ ซึ่งทีมผู้จัดเผยว่าจะมีการกล่าวถึงเรื่องนี้ในงานด้วยเช่นกัน



	ที่มา: เอพี

</description>
            <link>https://www.voathai.com/a/oscars-producers-promise-fresh-energy-big-stars-and-surprises-at-the-show/7989241.html</link> 
            <guid>https://www.voathai.com/a/oscars-producers-promise-fresh-energy-big-stars-and-surprises-at-the-show/7989241.html</guid>            
            <pubDate>Thu, 27 Feb 2025 03:00:45 +0700</pubDate>
            <category>บันเทิง / ไลฟ์สไตล์</category><author>thai@voanews.com (AP)</author><enclosure url="https://gdb.voanews.com/a577b26f-ed32-4bea-8996-f86d6e3ec7e3_cx0_cy5_cw0_w800_h450.jpg" length="0" type="image/jpeg"/>
        </item>		
        <item>
            <title>‘ลิซ่า’ เตรียมโชว์ในเวทีออสการ์ 2 มี.ค. นี้</title>
            <description>ลิซ่า เตรียมขึ้นโชว์ในเวทีงานประกาศรางวัลออสการ์ วันอาทิตย์นี้ตามเวลาสหรัฐฯ พร้อมกับโดจา แคท, เรย์, ซินเธีย เอริโว อาเรียอานา กรานเด ควีน ลาทีฟา และศิลปินชื่อดังอีกมากมาย


รอยเตอร์รายงานว่า สถาบันศิลปะและวิชาการทางภาพยนตร์ (Academy of Motion Picture Arts and Sciences) เผยรายละเอียดศิลปินที่ร่วมแสดงในงานประกาศผลรางวัลออสการ์ครั้งที่ 97 ที่โรงภาพยนตร์ดอลบีเธียเตอร์ ในย่านฮอลลีวูด รัฐแคลิฟอร์เนีย ผ่านทางเว็บไซต์และสื่อสังคมออนไลน์ของออสการ์


ทั้งนี้ ทางผู้จัดไม่ได้ลงรายละเอียดเกี่ยวกับการแสดงต่าง ๆ ในงานเพิ่มเติม แต่ระบุว่าจะมีคณะนักร้องประสานเสียง Los Angeles Master Chorale มาร่วมแสดงด้วย


ด้านเว็บไซต์บันเทิง Variety เผยว่าออสการ์ปีนี้แหวกม่านประเพณีด้วยการไม่จัดแสดงบทเพลงที่เข้าชิงออสการ์สาขาเพลงประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม แต่จะเปลี่ยนเป็นการให้ความสำคัญกับผู้เขียนเพลงผ่านมุมมองส่วนตัวและเบื้องหลังการทำงานของพวกเขาแทน


โดยเอริโวและกรานเด เข้าชิงออสการ์สาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมและนักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม จากภาพยนตร์เรื่อง Wicked ส่วนลิซ่า โดจา แคท และเรย์ มีผลงานเพลง Born Again ร่วมกัน ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกเมื่อ 6 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา


งานประกาศรางวัลออสการ์ครั้งที่ 97 จะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 2 มีนาคมนี้ โดยมีโคแนน โอไบรอัน พิธีกรรายการทอล์คโชว์ชื่อดังของสหรัฐฯ เป็นพิธีกรปีนี้



	ที่มา: รอยเตอร์

</description>
            <link>https://www.voathai.com/a/blackpink-s-lisa-doja-cat-raye-and-cast-of-wicked-to-perform-at-the-oscars/7987833.html</link> 
            <guid>https://www.voathai.com/a/blackpink-s-lisa-doja-cat-raye-and-cast-of-wicked-to-perform-at-the-oscars/7987833.html</guid>            
            <pubDate>Wed, 26 Feb 2025 02:58:22 +0700</pubDate>
            <category>บันเทิง / ไลฟ์สไตล์</category><author>thai@voanews.com (Reuters)</author><enclosure url="https://gdb.voanews.com/a57d6a8d-e9ad-43b4-9bf7-d0e14a833c00_w800_h450.jpg" length="0" type="image/jpeg"/>
        </item>		
        <item>
            <title>‘Conclave’ เก็บชัยยิ่งใหญ่ในเวที SAG Awards</title>
            <description>ภาพยนตร์ทริลเลอร์ตีแผ่คริสตจักร Conclave คว้ารางวัลใหญ่ในงานประกาศรางวัล Screen Actors Guild Awards (SAG Awards) ครั้งที่ 31 ที่นครลอสแองเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย เมื่อค่ำวันอาทิตย์


ภาพยนตร์ Conclave คว้ารางวัลทีมนักแสดงยอดเยี่ยม ซึ่งเป็นรางวัลใหญ่ของค่ำคืนวันอาทิตย์ และชัยชนะของภาพยนตร์ที่เล่าถึงกระบวนการเลือกพระสันตปาปาในช่วงการประชุมพระคาร์ดินัล มาในจังหวะข่าวการประชวรของสมเด็จพระสันตปาปาฟรานซิส ประมุขแห่งคริสตจักรนิกายโรมันคาทอลิก ซึ่งทีมงานได้ใช้โอกาสช่วงขึ้นรับรางวัลในเวทีนี้ขอภาวนาให้กับโป๊ปฟรานซิส




ส่วน ทิโมธี ชาลาเมต์ คว้ารางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยม ผู้รับบทบ็อบ ดีแลน จากภาพยนตร์ A Complete Unknown ซึ่งเอาชนะตัวเต็งอย่างเอเดรียน โบรดี นักแสดงนำจากภาพยนตร์ The Brutalist ไปได้




ส่วนนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม ตกเป็นของ เดมี มัวร์ ที่รับบทดาราดังช่วงขาลงที่แสวงหาหนทางเยาว์วัยตลอดกาลด้วยการพึ่งพา “สารลึกลับ” ในภาพยนตร์ The Substance




ด้านโซอี ซัลดัญญา คว้านักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม จากภาพยนตร์ Emilia Pérez และเคียแรน คัลกิน คว้ารางวัลนักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม A Real Pain




อีกด้านหนึ่งในฝั่งซีรีส์โทรทัศน์ คอลิน ฟาร์เรล คว้ารางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมจากลิมิเต็ดซีรีส์ The Penguin เจสสิกา กันนิง ได้รางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม จากลิมิเต็ด Baby Reindeer ส่วนฮิโรยูกิ ซานะดะ และแอนนา ซาวะอิ คว้านักแสดงนำชายและนำหญิงยอดเยี่ยมสาขาดรามา จากซีรีส์ Shogun สำหรับสาขาคอมาดี มาร์ติน ชอร์ต ได้รางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมจาก Only Murders in the Building และ จีน สมาร์ท คว้านักแสดงนำหญิงสาขาคอมาดีจาก Hacks




SAG Awards 2025 รางวัลที่จัดขึ้นเพื่อมอบให้กับผลงานยอดเยี่ยมทางการแสดงของปี โดยสมาพันธ์นักแสดงอาชีพแห่งอเมริกา หรือ SAG ประกาศผลความยอดเยี่ยมแห่งปี ทั้งในสาขาภาพยนตร์และซีรีส์โทรทัศน์ โดยในปีนี้งานประกาศรางวัลเกิดขึ้นท่ามกลางไฟไหม้ป่าเมื่อต้นเดือนมกราคม จนต้องยกเลิกการประกาศรายชื่อผู้เข้าชิง และเปลี่ยนมาเป็นการจัดตั้งกองทุนช่วยเหลือสมาชิก SAG-AFTRA ที่ประสบภัยไฟป่า และเชิญนักผจญเพลิงมาเป็นแขกพิเศษในงานนี้ด้วย



	ที่มา: เอพี

</description>
            <link>https://www.voathai.com/a/conclave-triumphs-at-sag-awards-timothee-chalamet-wins-best-actor-upending-oscar-predictions/7986536.html</link> 
            <guid>https://www.voathai.com/a/conclave-triumphs-at-sag-awards-timothee-chalamet-wins-best-actor-upending-oscar-predictions/7986536.html</guid>            
            <pubDate>Tue, 25 Feb 2025 04:43:22 +0700</pubDate>
            <category>บันเทิง / ไลฟ์สไตล์</category><author>thai@voanews.com (AP)</author><enclosure url="https://gdb.voanews.com/3b29940e-fbe7-4fbd-8cf9-08dd4a843460_w800_h450.jpg" length="0" type="image/jpeg"/>
        </item>		
        <item>
            <title>นักร้องดังยุค ’70 ‘โรเบอร์ตา แฟล็ค’ เสียชีวิตในวัย 88 ปี</title>
            <description>โรเบอร์ตา แฟล็ค ศิลปินดังแห่งยุค ’70 ในบทเพลง Killing Me Softly with His Song และ The First Time Ever I Saw Your Face เสียชีวิตในวัย 88 ปีเมื่อวันจันทร์


เอเลน ช็อค ทีมพีอาร์ของโรเบอร์ตา แฟล็ค ระบุในแถลงการณ์ว่า เธอเสียชีวิตที่บ้าน หลังจากเมื่อปี 2022 ศิลปินดังได้ประกาศว่าเธอป่วยด้วยโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง และทำให้เธอไม่สามารถร้องเพลงได้อีก


โรเบอร์ตา แฟล็ค โด่งดังในช่วงข้ามคืน หลังจากบทเพลง The First Time I Ever Saw Your Face ปรากฎในภาพยนตร์สยองขวัญ มิสตี้ เพลงรักมรณะ (Play Misty for Me) เมื่อปี 1971 ที่นำแสดงโดยคลินท์ อีสต์วู้ด กับดอนนา มิลส์


โรเบอร์ตา แฟล็ค เกิดในรัฐนอร์ธแคโรไลนา และเติบโตที่อาร์ลิงตัน เวอร์จิเนีย เริ่มต้นเส้นทางสายดนตรีด้วยการเป็นนักเปียโนคลาสสิค จนได้ทุนการศึกษาเต็มจำนวนที่มหาวิทยาลัย Howard ตั้งแต่อายุ 15 ปี และในช่วงอายุประมาณ 20 ปี เธอทุ่มเทชีวิตหลังเรียนจบไปกับการสอนดนตรีที่โรงเรียนมัธยมในแถบกรุงวอชิงตัน ควบคู่ไปกับการแสดงดนตรีตามคลับต่าง ๆ หลังเลิกงานในฐานะเป็นศิลปินสมทบ


ด้วยเสียงร้องแนวบัลลาด ผนวกกับเสียงโซปราโนอันสง่างามที่ล่องลอยอยู่บนทำนองเปียโน ทำให้แฟล็คยืนหนึ่งในชาร์ตเพลงป๊อปของ Billboard เมื่อปี 1972 และคว้ารางวัลสาขาบันทึกเสียงแห่งปี หรือ record of the year ในงานประกาศรางวัลแกรมมี ในปี 1973 จากบทเพลง The First Time I Ever Saw Your Face และในปี 1974 บทเพลงดัง Killing Me Softly with His Song คว้ารางวัลแกรมมีในสาขาเดียวกัน ทำให้เธอสร้างประวัติศาสตร์เป็นศิลปินคนแรกที่ทำได้ในเวทีแกรมมี


โดยตลอดชีวิตในเส้นทางดนตรี เธอคว้า 5 รางวัลแกรมมี โดย 3 รางวัลมาจากบทเพลง Killing Me Softly with His Song และได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงแกรมมี 8 สาขา



	ที่มา: เอพี

</description>
            <link>https://www.voathai.com/a/roberta-flack-grammy-winning-singer-with-an-intimate-style-dies-at-88/7986441.html</link> 
            <guid>https://www.voathai.com/a/roberta-flack-grammy-winning-singer-with-an-intimate-style-dies-at-88/7986441.html</guid>            
            <pubDate>Tue, 25 Feb 2025 03:17:52 +0700</pubDate>
            <category>บันเทิง / ไลฟ์สไตล์</category><author>thai@voanews.com (AP)</author><enclosure url="https://gdb.voanews.com/c4af9bb0-55dd-4e1b-e847-08dd4a81f35f_w800_h450.jpg" length="0" type="image/jpeg"/>
        </item>		
        <item>
            <title>‘กัปตันอเมริกา’ ปราบ ‘ตุ๊กตาลิงคลั่ง’ นั่งบัลลังก์หนังทำเงินต่ออีกสัปดาห์</title>
            <description>ภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่ “Captain America: Brave New World” ไปต่อในตำแหน่งแชมป์อีกสมัยในสัปดาห์ที่สอง ขณะที่หนังสยองจากตุ๊กตาลิงคลั่งยังไม่อาจต้านทานพลังกัปตันคนใหม่ได้


“Captain America: Brave New World” ยังครองอันดับ 1 หนังทำเงินในสัปดาห์นี้ ด้วยรายได้ ค่าตั๋ว 28.2 ล้านดอลลาร์ โดยเล่าถึงการเปลี่ยนผ่านจากยุคสมัยของคริส เอฟวานส์ กัปตันคนเก่า ไปยัง แอนโธนี แมกกี กัปตันผิวสีคนใหม่ โดยได้ แฮริสัน ฟอร์ด มารับบทประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่กลายร่างเป็นยักษ์แดง Red Hulk อีกด้วย


โดยปีนี้จะมีหนังของมาร์เวลออกฉาย 3 เรื่องด้วยกัน อีกสองเรื่องคือ “Thunderbolts (asterisk)” ที่จะฉายในเดือนพฤษภาคม และ “The Fantastic Four: First Steps” จะเปิดตัวในเดือนกรกฎาคม


อันดับ 2 หนังสยองเข้าใหม่ “The Monkey” หรือในชื่อไทย “จ๋อ จัด ตาย” ซึ่งดัดแปลงจากเรื่องสั้นของเจ้าพ่อนิยายหลอน สตีเฟน คิง เล่าถึงสองพี่น้องที่พบกับตุ๊กตาลิงไขลาน ที่นำพาความสยองสั่นประสาทมาสู่ชีวิตพวกเขา ทำรายได้เปิดตัว 14.2 ล้านดอลลาร์ ให้กับค่ายหนัง Neon ตามหลังความสำเร็จของภาพยนตร์หลอน Longlegs ที่เปิดตัว 22.4 ล้านดอลลาร์


อันดับ 3 “Paddington in Peru” หนังภาคที่สามของเจ้าหมีแพดดิงตัน ที่ทำรายได้ไปอีก 6.5 ล้านดอลลาร์ในสัปดาห์นี้


อันดับ 4 “Dog Man&quot; ยังแรงต่อเนื่องหลังจากเข้าฉายมาแล้ว 4 สัปดาห์ เก็บเงินไปอีก 5.9 ล้านดอลลาร์ กับภาพยนตร์แอนิเมชั่นจากค่ายดรีมเวิร์กที่สร้างจากหนังสือการ์ตูนเด็กยอดนิยม


อันดับ 5 “Ne Zha 2” หรือ นาจาภาค 2 ครองสัมปทาน Top 5 ต่อที่รายได้ 3.1 ล้านดอลลาร์


1. “Captain America: Brave New World,” $28.2 million.


2. “The Monkey,” $14.2 million.


3. “Paddington in Peru,” $6.5 million.


4. “Dog Man,” $5.9 million.


5. “Ne Zha 2,” $3.1 million.


6. “Heart Eyes,” $2.9 million.


7. “Mufasa: The Lion King,” $2.5 million.


8. “The Unbreakable Boy,” $2.5 million.


9. “Chhaava,” $1.5 million.


10. “One of Them Days,” $1.4 million.


ที่มา: เอพี

</description>
            <link>https://www.voathai.com/a/captain-america-dives-in-second-weekend-the-monkey-adds-to-neon-s-successes/7985322.html</link> 
            <guid>https://www.voathai.com/a/captain-america-dives-in-second-weekend-the-monkey-adds-to-neon-s-successes/7985322.html</guid>            
            <pubDate>Mon, 24 Feb 2025 04:33:05 +0700</pubDate>
            <category>บันเทิง / ไลฟ์สไตล์</category><author>thai@voanews.com (AP)</author><enclosure url="https://gdb.voanews.com/a50bd2a4-4f98-4291-ff80-08dd4a817620_w800_h450.jpg" length="0" type="image/jpeg"/>
        </item>		
        <item>
            <title>คนหาไม่เจอ คนเจอไม่ต้องหา: ‘กระทิงขนปุย’ หลุดฟาร์มป่วนคอนเนคทิคัต</title>
            <description>แม้เหตุสัตว์หลุดจากฟาร์มไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับชาวรัฐคอนเนคทิคัต แต่วัวกระทิงพันธุ์สกอตติชไฮแลนด์ตัวหนึ่งกำลังกลายเป็นที่พูดถึงของชาวเมืองเคนต์ เพราะคนที่ตามหากลับไม่เจอ แต่คนที่เจอคือคนอื่น และยังไม่มีใครจับตัวมันได้


เอพีรายงานว่ามีรายงานการพบเห็นกระทิงขนปุกปุยนี้ประปราย อ้างอิงจากลี โซห์ล เจ้าหน้าที่ควบคุมสัตว์ในเมืองเคนต์ 


โซห์ลกล่าวว่า “คนเห็นมันอยู่เรื่อย และพวกเขาก็ไม่รู้ว่ามีคนกำลังตามหามันอยู่” และยังเล่าต่อไปว่า เมื่อเธอได้รับแจ้งเหตุการเห็นกระทิงตัวนี้ ก็จะแจ้งไปที่เจ้าของ แต่ว่าการพยายามจับตัวที่ผ่านมาจบลงด้วยความล้มเหลว โดยสาเหตุหนึ่งเป็นเพราะสภาพอากาศที่หนาวเหน็บในช่วงเวลานี้


โจ แอน โจเรย์ ผู้เป็นเจ้าของ กล่าวว่ามีคนที่ออกไปตามหาเจ้ากระทิงตัวต้นเรื่อง แต่ยังไม่มีใครจับได้


สวนทางกับการคว้าน้ำเหลวของคนที่ออกตามหา เจ้ากระทิงตัวนี้กลับปรากฏตัวให้คนอื่นพบเห็นและถ่ายรูปอัพโหลดลงโซเชียลมีเดีย โดยความเห็นของชาวเน็ตนั้นมีทั้งคนที่เห็นใจชะตากรรมของมัน เอ็นดูในความน่ารัก ไปจนถึงคนที่คิดว่าเนื้อกระทิงก็น่าจะเป็นสเต็กรสชาติดีเด็ด


โซห์ลจากหน่วยงานควบคุมสัตว์กล่าวว่า ที่ผ่านมาพื้นที่นี้มักพบเห็นสารพัดสัตว์ที่หลุดจากฟาร์มมาเพ่นพ่านข้างนอก เช่นวัว ม้า หรือแพะ


ความพลิ้วของกระทิงตัวนี้ทำให้เอพีหวนนึกถึงเหตุการณ์เมื่อปี 2020 ของ ‘เจ้าบัดดี้’ วัวไบซันลูกผสมตัวหนึ่งที่หลุดออกมาระหว่างการส่งตัวไปโรงเชือด และหลบหนีการจับกุมในป่าตอนกลางของคอนเนคทิคัตหลายเดือน ก่อนถูกจับได้และนำส่งไปที่สถานพักพิงสัตว์ในฟลอริดา


สำหรับกระทิงสกอตติชไฮแลนด์ที่ยังหาตัวไม่พบนี้ สมาคมวัวไฮแลนด์แห่งสกอตแลนด์ระบุว่า วัวพันธุ์นี้มีความถึกทน และสามารถใช้ชีวิตอยู่ข้างนอกได้ทั้งปี ซึ่งสภาพอากาศที่ต่ำกว่าจุดเยือกแข็งในคอนเนคทิคัตเวลานี้ก็ถือเป็นสภาพอากาศที่ดีสำหรับมัน



	ที่มา: เอพี

</description>
            <link>https://www.voathai.com/a/scottish-highland-bull-on-the-loose-but-spotted-here-and-there/7983938.html</link> 
            <guid>https://www.voathai.com/a/scottish-highland-bull-on-the-loose-but-spotted-here-and-there/7983938.html</guid>            
            <pubDate>Sat, 22 Feb 2025 05:34:25 +0700</pubDate>
            <category>สหรัฐฯ</category><category>บันเทิง / ไลฟ์สไตล์</category><author>thai@voanews.com (AP)</author><enclosure url="https://gdb.voanews.com/3d203781-1bd2-4096-a368-89c685833832_w800_h450.jpg" length="0" type="image/jpeg"/>
        </item>		
        <item>
            <title>‘เทย์เลอร์ สวิฟต์’ ขึ้นแท่นศิลปินทำยอดขายสูงสุดในโลกเป็นครั้งที่ 5</title>
            <description>เทย์เลอร์ สวิฟต์ ขึ้นแท่นศิลปินทำยอดขายสูงสุดทั่วโลก ประจำปี 2024 นับเป็นครั้งที่ 5 แล้วที่ศิลปินหญิงชื่อดังได้รับรางวัลนี้จากองค์กรด้านอุตสาหกรรมเพลง IFPI


สมาพันธ์ผู้ผลิตสิ่งบันทึกเสียงระหว่างประเทศ หรือ IFPI ยกให้เทย์เลอร์ สวิฟต์ เป็นศิลปินทำยอดขายสูงสุดทั่วโลก หรือ Global Recording Artist of the Year จากอัลบัม The Tortured Poets Department นอกจากนี้ อัลบัมล่าสุดของเธอยังคว้าอันดับ 1 ใน 4 ชาร์ตของ IFPI ได้แก่ Global Album, Global Vinyl Album, Global Streaming Album และ Global Album Sales


ในการจัดอันดับ Global Album Sales อัลบัม The Tortured Poets Department ทำยอดขายอัลบัมในทุกรูปแบบที่ 5.6 ล้าน ในขณะที่อัลบัม Romance: Untold ของศิลปินเคป๊อป ENHYPEN ตามมาในอันดับสองที่ยอดขายอัลบัม 3.4 ล้าน


IFPI ระบุว่า ทัวร์คอนเสิร์ต Eras ของเทย์เลอร์ สวิฟต์ เป็นคอนเสิร์ตแรกที่ทำรายได้ทะลุ 1,000 ล้านดอลลาร์ ยังช่วยส่งเสริมให้อัลบัมในอดีตของเธอขายดิบขายดีไปด้วย และกลับมาติดอันดับในชาร์ต Vinyl Album และ Streaming Album อีกครั้ง และว่า “นี่คือปีที่ยิ่งใหญ่ของเทย์เลอร์ และน่าทึ่งมากที่ได้เห็นว่าแฟน ๆ ทั่วโลกมีความผูกพันกับผลงานเพลงอันยอดเยี่ยมของเธอมากแค่ไหน”


ทั้งนี้ เทย์เลอร์ สวิฟต์ ได้รับตำแหน่งศิลปินทำยอดขายสูงสุดทั่วโลกจาก IFPI ครั้งแรกเมื่อปี 2014 จากนั้นในปี 2019, 2022 และ 2023 ซึ่งไม่มีศิลปินคนใดทำได้มาก่อนนับตั้งแต่จัดอันดับมาตั้งแต่ 12 ปีที่แล้ว


ทาง Global Recording Artist Chart จัดอันดับศิลปินจากทั่วโลก โดยพิจารณาจากยอดขาย การดาวน์โหลด และการสตรีมตลอดปี 2024 ที่ผ่านมา โดยศิลปินแคนาดา เดรค และศิลปินเคป็อป SEVENTEEN ตามมาในที่ 2 และ 3 ตามลำดับ



	ที่มา: รอยเตอร์

</description>
            <link>https://www.voathai.com/a/taylor-swift-wins-recording-artist-of-the-year-crown-for-fifth-time/7979765.html</link> 
            <guid>https://www.voathai.com/a/taylor-swift-wins-recording-artist-of-the-year-crown-for-fifth-time/7979765.html</guid>            
            <pubDate>Wed, 19 Feb 2025 05:17:36 +0700</pubDate>
            <category>บันเทิง / ไลฟ์สไตล์</category><author>thai@voanews.com (Reuters)</author><enclosure url="https://gdb.voanews.com/c320cea4-0a8f-4951-a30b-ba9009ebce44_w800_h450.jpg" length="0" type="image/jpeg"/>
        </item>		
        <item>
            <title>‘กัปตันอเมริกา: ศึกฮีโร่จักรวาลใหม่’ คว้าชัย $100 ล้านเปิดตัวสุดสัปดาห์หยุดยาว</title>
            <description>“Captain America: Brave New World” หรือในชื่อไทย ‘กัปตันอเมริกา: ศึกฮีโร่จักรวาลใหม่’ กระแทกบัลลังก์อันดับหนึ่งในตารางหนังทำเงินสุดสัปดาห์นี้ได้ตามคาด ด้วยรายได้เปิดตัว 88.5 ล้านดอลลาร์จนถึงวันอาทิตย์ และคาดว่าจะขัยบไปถึง 100 ล้านดอลลาร์เมื่อรวมรายได้วันจันทร์ ซึ่งเป็นวันหยุดเนื่องในวันประธานาธิบดีสหรัฐฯ (Presidents&apos; Day)


กับตันอเมริกาภาคใหม่ กลายเป็นหนังมาร์เวลเรื่องแรกของปีที่ทำรายได้ถึง 100 ล้านดอลลาร์ และสร้างกำลังใจให้กับบรรดาแฟน ๆ ของฮีโร่มาร์เวลที่ค่อนข้างซบเซาในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา


“Captain America: Brave New World” ของสตูดิโอดีสนีย์ ยังถือเป็นการเปลี่ยนผ่านจากยุคสมัยของคริส เอฟวานส์ กัปตันคนเก่า ไปยัง แอนโธนี แมกกี กัปตันผิวสีคนใหม่ โดยได้ แฮริสัน ฟอร์ด มารับบทประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่กลายร่างเป็นยักษ์แดง Red Hulk อีกด้วย


โดยปีนี้จะมีหนังของมาร์เลวออกฉาย 3 เรื่องด้วยกัน อีกสองเรื่องคือ “Thunderbolts (asterisk)” ที่จะฉายในเดือนพฤษภาคม และ “The Fantastic Four: First Steps” จะเปิดตัวในเดือนกรกฎาคม


ตามมาห่าง ๆ ที่อันดับ 2 คือ “Paddington in Peru” หนังภาคที่สามของเจ้าหมีแพดดิงตัน ที่คาดว่าจะทำรายได้แตะ 16 ล้านดอลลาร์หลังจากวันจันทร์นี้ โดยเรื่องนี้เปิดฉายที่อังกฤษ ถิ่นกำเนิดของหมีน้อยตัวนี้ เมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว 


อันดับ 3 “Heart Eyes” หนังหวีดกลิ่นอายรอมคอม ว่าด้วยฆาตรกรหน้ากากตารูปหัวใจ ที่ไล่เข่นฆ่าคู่รักในวันวาเลนไทน์มาหลายปี เก็บเงินไปอีก 10 ล้านดอลลาร์ในการฉายสัปดาห์ที่สอง


อันดับ 4 “Dog Man&quot; ยังแรงต่อเนื่องหลังจากเข้าฉายมาแล้วสามสัปดาห์ เก็บเงินไปอีก 9.7 ล้านดอลลาร์ กับภาพยนตร์แอนิเมชั่นจากค่ายดรีมเวิร์กที่สร้างจากหนังสือการ์ตูนเด็กยอดนิยม 


อันดับ 5 หนังฟอร์มยักษ์จากฝั่งจีน “Ne Zha 2&quot; เปิดตัวในโรงหนัง 660 แห่งในอเมริกาเหนือและเก็บรายได้ไปไม่น้อย 7.2 ล้านดอลลาร์


 


อันดับภาพยนตร์ในตารางบ็อกซ์ออฟฟิศ สุดสัปดาห์ 14 - 17 ก.พ. 2025


1. “Captain America: Brave New World,” $88.5 million.


2. “Paddington in Peru,” $13 million.


3. “Heart Eyes,” $10 million.


4. “Dog Man,” $9.7 million.


5. “Ne Zha 2,” $7.2 million.


6. “Love Hurts,” $4.4 million.


7. “Mufasa: The Lion King,” $4.2 million.


8. “One of Them Days,” $3 million.


9. “Companion,” $1.9 million.


10. “Becoming Led Zeppelin,” $1.8 million.



	ที่มา: เอพี

</description>
            <link>https://www.voathai.com/a/captain-america-brave-new-world-soars-toward-100-million-holiday-weekend/7977130.html</link> 
            <guid>https://www.voathai.com/a/captain-america-brave-new-world-soars-toward-100-million-holiday-weekend/7977130.html</guid>            
            <pubDate>Mon, 17 Feb 2025 05:45:42 +0700</pubDate>
            <category>บันเทิง / ไลฟ์สไตล์</category><author>thai@voanews.com (AP)</author><enclosure url="https://gdb.voanews.com/bda5e69b-0831-4ed7-f921-08dd4a817620_w800_h450.jpg" length="0" type="image/jpeg"/>
        </item>		
        </channel></rss>