<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0" xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom">     
    <channel>      
        <title>สหรัฐฯ - วอยซ์ ออฟ อเมริกา</title>     
        <link>https://www.voathai.com/z/1826</link>
        <description>ข่าวการเมือง ข่าวบันเทิง ข่าวกีฬา และข่าวเศรษฐกิจ จากสหรัฐอเมริกา</description>
        <image>
            <url>https://www.voathai.com/Content/responsive/VOA/th-TH/img/logo.png</url>
            <title>สหรัฐฯ - วอยซ์ ออฟ อเมริกา</title>
            <link>https://www.voathai.com/z/1826</link>
        </image>
        <language>th</language>
        <copyright>Copyright 2010-วอยซ์ ออฟ อเมริกา</copyright>   
        <ttl>60</ttl>        
        <lastBuildDate>Wed, 04 Nov 2026 20:26:37 +0700</lastBuildDate> 
        <generator>Pangea CMS – VOA</generator>        
        <atom:link href="https://www.voathai.com/api/zgkyve_mvr" rel="self" type="application/rss+xml" />
    		<item>
            <title>สหรัฐฯ ลงโทษจนท.ไทย ด้วยมาตรการวีซ่า ปมส่งชาวอุยกูร์กลับจีน</title>
            <description>รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ มาร์โค รูบิโอ ประกาศลงโทษด้วยมาตรการวีซ่า ต่อเจ้าหน้าที่ปัจจุบันและในอดีตของไทยที่เกี่ยวข้องทั้งโดยตรงและทางอ้อมกับการบังคับเนรเทศชาวอุยกูร์ไปยังประเทศจีน
คำแถลงของรัฐมนตรีรูบิโอไม่ได้ระบุชื่อของบุคคลที่ถูกลงโทษ ท่าทีนี้เป็นการตอบโต้ที่ไทยส่งตัวชาวอุยกูร์ 40 คนที่ถูกคุมขังไว้ที่กรุงเทพฯ ตั้งแต่ปี 2014 กลับไปยังเขตปกครองตนเองซินเจียงของจีนเมื่อวันที่ 27 ก.พ.
&quot;เรายึดมั่นในการต่อสู้กับความพยายามของจีนที่กดดันรัฐบาลประเทศต่าง ๆ ให้ส่งกลับชาวอุยกูร์ และคนกลุ่มอื่น ๆ ด้วยการบังคับ ไปยังจีน ที่ซึ่งพวกเขาอาจถูกทรมานและบังคับสูญหาย&quot; รูบิโอกล่าวในเเถลงการณ์วันศุกร์
เขาเสริมว่า &quot;เมื่อพิจารณาถึงการกระทำของจีนที่มีมายาวนานเรื่องการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์และอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ เราเรียกร้องให้รัฐบาลต่าง ๆ ทั่วโลก ปฏิเสธที่จะส่งตัวชาวอุยกูร์และคนกลุ่มอื่นๆ ไปยังจีน&quot;
การทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุด้วยว่าคนในครอบครัวของผู้ที่ถูกมาตรการลงโทษทางวีซ่าจากสหรัฐฯ บางรายอาจได้รับผลกระทบด้วยเช่นกัน
วีโอเอไทยติดต่อไปยังเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศของไทยทั้งที่กรุงเทพฯ และที่สถานทูตไทยประจำกรุงวอชิงตัน แต่ยังไม่ได้รับการตอบกลับ เมื่อนำรายงานชิ้นนี้ออกเผยเเพร่
เมื่อสัปดาห์ที่แล้วกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ ยอมรับกับวีโอเอว่า ได้ติดต่อประสานงานกับไทยหลายครั้งเพื่อเลี่ยงการส่งชาวอุยกูร์กลับไปจีน ซึ่งรวมถึงการเสนอรับตัวไปยังสหรัฐฯ
ทีมโฆษกกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯให้ข้อมูลในวันที่ 5 มี.ค. หลังรัฐบาลไทยส่งชาวอุยกูร์ 40 ชีวิตกลับไปยังจีนและในเวลาต่อมาสำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่ามีอย่างน้อยสามประเทศที่เสนอขอรับตัวไป แต่ทางการไทยยังตัดสินใจทำตามคำร้องขอส่งตัวของรัฐบาลปักกิ่งเนื่องจากกังวลต่อผลกระทบที่อาจจะตามมา
ทีมโฆษก กต. อเมริกันระบุว่า “เราร่วมงานกับไทยมาหลายปีเพื่อเลี่ยงสถานการณ์นี้ รวมถึงการเสนออย่างสม่ำเสมอและซ้ำไปซ้ำมาเรื่องการให้ชาวอุยกูร์ไปตั้งรกรากในประเทศอื่น ซึ่ง ณ จุดหนึ่งรวมถึงสหรัฐฯ”
นายภูมิธรรม เวชชยชัย รองนายกรัฐมนตรีไทย กล่าวที่งานแถลงข่าววันที่ 27 ก.พ. หลังจากไทยช่วยส่งชาวอุยกูร์กลับไปยังซินเจียง ว่าคนเหล่านี้กลับไปโดยสมัครใจ และฝ่ายไทยจะติดตามความเป็นไปของพวกเขาเพื่อให้เเน่ใจว่าทุกคนปลอดภัยดี โดยในสัปดาห์นี้ สื่อเช่นไทยพีบีเอส รายงานว่าทางการไทยกำลังเตรียมพานักข่าวไปรายงานเกี่ยวกับภารกิจดังกล่าวที่ซินเจียง
เมื่อวานนี้สมาชิกสภายุโรปลงคะเเนนรับรองญัตติประณามไทยเรื่องการส่งชาวอุยกูร์ไปยังจีน และเรียกร้องให้ไทยยุติการบังคับเนรเทศบุคคลไปยังประเทศที่มีความเสี่ยงต่อชีวิตของพวกเขา
ในเดือนมกราคมก่อนที่มาร์โค รูบิโอ จะได้รับการรับรองจากวุฒิสภาสหรัฐฯ เป็นรัฐมนตรีต่างประเทศ เขาประกาศว่า จะกดดันรัฐบาลไทยไม่ให้ส่งตัวชาวอุยกูร์กลับไปยังจีน
ในระหว่างการให้ขึ้นตอบคำถามเพื่อรับรองการเสนอชื่อของวุฒิสภาเมื่อวันที่ 15 ม.ค. รูบิโอกล่าวว่า “ประเทศไทยคือหุ้นส่วนที่แข็งแกร่งของสหรัฐฯ ... (เป็น) พันธมิตรเก่าแก่อันแข็งแกร่ง” และว่า “นี่เป็นเรื่องที่ผมคิดว่า หนทางการทูตน่าจะใช้ได้ผล เมื่อพิจารณาความสำคัญของความสัมพันธ์และความใกล้ชิดที่มีอยู่(ระหว่างสองประเทศ)”
รูบิโอระบุในเวลานั้นว่า ชะตากรรมของชาวอุยกูร์ในจีนนั้นเป็น “หนึ่งในเรื่องที่น่ากลัวที่สุดเรื่องหนึ่งที่เคยเกิดขึ้นมา” และว่า “คนเหล่านี้คือผู้ที่ถูกรวบตัวจับเพราะเชื้อชาติและศาสนาของพวกเขา และพวกเขาก็ถูกส่งตัวไปอยู่ในค่าย กลายเป็นคนที่ไร้ตัวตน ...ถูกบังคับใช้แรงงาน – เป็นแรงงานทาส”
ที่มา: วีโอเอ</description>
            <link>https://www.voathai.com/a/thai-uyghur-us-visa-restriction-rubio/8010970.html</link> 
            <guid>https://www.voathai.com/a/thai-uyghur-us-visa-restriction-rubio/8010970.html</guid>            
            <pubDate>Sat, 15 Mar 2025 02:07:53 +0700</pubDate>
            <category>ไทย</category><category>สหรัฐฯ</category><author>thai@voanews.com (VOA)</author><enclosure url="https://gdb.voanews.com/4be7a349-2c0f-48c9-9d9d-50a7d82a4b99_w800_h450.jpg" length="0" type="image/jpeg"/>
        </item>		
        <item>
            <title>วิเคราะห์: เช็คไพ่เศรษฐกิจ-ความมั่นคงไทย รับมือการเมืองโลกเปลี่ยน</title>
            <description>สองเดือนของการหวนคืนสู่ทำเนียบขาวของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ โลกได้เห็นการขยับจากกรุงวอชิงตันที่กระทบกับระเบียบโลกที่คุ้นชิน 
รูปธรรมของแรงกระเพื่อมมาในรูปแบบของการปรับท่าทีเข้าหารัสเซียมากขึ้น ขณะที่ทิ้งระยะห่างจากพันธมิตรเดิมเช่นยูเครนและยุโรป รวมถึงมาตรการกำแพงภาษีที่ไม่ละเว้นพันธมิตรที่ชิดใกล้อย่างเม็กซิโกและแคนาดา ซึ่งในอนาคตอาจหมายรวมไปถึงหุ้นส่วนอีกหลายชาติ รวมถึงไทย
ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับเงื่อนไขทางเศรษฐกิจ ความมั่นคงในประเทศและระหว่างประเทศ  ให้ทรรศนะกับวีโอเอไทยว่ายังมีจุดที่ไทยยังสามารถใช้ประโยชน์ได้จากสายลมการเมืองที่กำลังเปลี่ยนทิศ
หนึ่งในจุดที่น่าจับตามองคือมิติด้านความมั่นคง ที่ผ่านมาไทยถือเป็นพันธมิตรที่แนบแน่นยาวนานกับสหรัฐฯ ในฐานะพันธมิตรในระดับสนธิสัญญา มีการซ้อมรบร่วมประจำปี ‘คอบร้าโกลด์’ ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก ไปจนถึงหลักนิยมทั้งในหลักสูตรการศึกษาและการจัดวางกำลังพลที่อิงกับสหรัฐฯ และชาติตะวันตก
แต่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่าไทยขยับเข้าหาจีนมากขึ้น สะท้อนจากการซ้อมรบร่วมในรหัส STRIKE ที่ขยายตัว ไปจนถึงดีลซื้อเรือดำน้ำหลักหมื่นล้านบาท ที่เริ่มตั้งแต่ยุครัฐบาลทหาร แต่ยังติดขัดเรื่องการส่งมอบ สืบเนื่องจากการที่จีนจัดหาเครื่องยนต์มาติดตั้งไม่ได้ทันเวลา
สุภลักษณ์ กาญจนขุนดี ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การทหาร สภาผู้แทนราษฎร หลังการรัฐประหารปี 2549 และ 2557 เป็นช่วงที่สหรัฐฯ กระอักกระอ่วนในการพูดคุยกับรัฐบาลที่มาจากการยึดอำนาจ ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกันที่จีนขยายอำนาจลงมาในภูมิภาคอย่างรวดเร็วและรุนแรง
“ถ้าดูในแง่ของภูมิรัฐศาสตร์ เราก็จะเห็นว่าจีนเข้าไปทางพม่า มีความสัมพันธ์อันใกล้ชิดกับพม่ามีเขตที่เรียกว่า economic corridor (ระเบียงเศรษฐกิจ) และสามารถลงมหาสมุทรอินเดียได้ ทางด้านตะวันออกก็รุกผ่านลาว ผ่านกัมพูชา ตอนนี้มีฐานทัพอยู่ที่ภาคใต้กัมพูชาคือ (ฐานทัพเรือ) เรียม 
“ถ้าเรามองในแง่แบบนั้นก็คือไทยอยู่ภายใต้โดมทางด้านความมั่นคงของจีนในระดับภูมิภาคแล้ว เพราะฉะนั้นก็โอกาสที่จะหลีกเลี่ยงที่จะไม่มีปฏิสัมพันธ์กับจีนคงเป็นไปได้ยาก” สุภลักษณ์กล่าว
ข้ามกำแพงภาษีตอบโต้อีกหนึ่งปัจจัยที่น่าจับตามอง คือกำแพงภาษีของรัฐบาลทรัมป์ที่ต้องการปรับดุลการค้ากับต่างชาติที่มองว่าไม่เป็นธรรมกับรัฐบาลวอชิงตัน ซึ่งจะออกมาในรูปแบบของมาตรการภาษีตอบโต้ (reciprocal tariffs) ในอัตราเทียบเท่ากับที่ประเทศต่าง ๆ บังคับใช้กับสินค้าของสหรัฐฯ
ในภาพรวม สหรัฐฯ เสียดุลการค้าไทยสูงเป็นอันดับที่ 12 ของโลก ซึ่งเป็นอันดับสองในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รองมาจากเวียดนาม และไทยเองก็มีตลาดส่งออกหลักอันดับหนึ่งคือสหรัฐฯ มาตรการกำแพงภาษีตอบโต้จึงถูกมองว่าอาจส่งผลกระทบมาถึงไทยด้วย
กอปร์ธรรม นีละไพจิตร นักวิจัยนโยบายสาธารณะ ระบุว่ากลุ่มประเทศแรก ๆ ที่ได้รับผลกระทบจากกำแพงภาษีตอบโต้ โดยมากคือพันธมิตรของสหรัฐฯ และในกรณีที่จีนเข้ามาใช้ไทยเป็นฐานส่งออกเพื่อเลี่ยงภาษี ก็จะเป็นทั้งโจทย์ของผู้ประกอบการในประเทศ และโอกาสของรัฐบาลไทยในการชวนนักลงทุนเข้ามาในเขตเศรษฐกิจพิเศษ
“ตัวที่จะต่อรองได้ ผมคิดว่ายังยากถ้าต่อรองด้วยสินค้าโดยตรง แต่วิธีที่เป็นไปได้ก็คือการที่รัฐบาลอาจจะต้องเร่งการเจรจาแบบทวิภาคีกับสหรัฐฯอย่างต่อเนื่อง ในการที่จะแลกเปลี่ยนสิทธิประโยชน์บางอย่างหรือว่าลดภาษีนําเข้าของสหรัฐฯ บางประการ” กอปร์ธรรมกล่าว
กอปร์ธรรมเสนอด้วยว่าไทยอาจต้องลดการพึ่งพิงสหรัฐฯ และมองหาตลาดใหม่ ๆ เพิ่ม เช่น อาเซียน ยุโรปและตะวันออกกลาง ไปจนถึงประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ในกลุ่ม BRICS ซึ่งรวมถึงจีนและรัสเซีย ที่ไทยเพิ่งเข้าร่วมในฐานะประเทศหุ้นส่วน เมื่อ 1 มกราคมปีนี้
ทางด้าน ริชาร์ด ฮอร์ซีย์ ที่ปรึกษาอาวุโสด้านเมียนมา จากองค์กร International Crisis Group มองว่าไทยกำลังเผชิญความท้าทายในช่วงนี้ จากการเปลี่ยนแปลงในสหรัฐฯ และอิทธิพลของจีนที่แผ่ขยายลงมาทางเมียนมา ผ่านเวทีทางการเมืองกับรัฐบาลทหาร และการปราบปรามแก๊งมิจฉาชีพออนไลน์ตามชายแดนที่ติดกับไทย ที่สร้างความเสียหายทั่วโลกหลายพันล้านดอลลาร์ต่อปี
เขากล่าวว่า เป็นความท้าทายของไทยที่จะรักษาความเป็นอิสระในทางการทูตและนโบายต่างประเทศภายใต้แรงกดดันจากมหาอำนาจ ในขณะที่ความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ ก็ซับซ้อนขึ้น
หนึ่งในหมุดหมายที่อาจสะท้อนแรงกดดันของจีนต่อไทยที่น่าจับตามองสำหรับที่ปรึกษาจาก Crisis Group คือกรณีของเสอ จื้อเจียง ผู้บริหารกลุ่มผู้สร้างเมืองชเวโก๊กโก่ในเมียนมาที่กลายเป็นฐานปฏิบัติการมิจฉาชีพออนไลน์ ที่ปัจจุบันอยู่ในการจองจำของไทยและกำลังคัดค้านการส่งผู้ร้ายข้ามแดนกลับจีน และอ้างว่าเขาถูกรัฐบาลจีนกลั่นแกล้งใส่ความ
ในวันที่ตัวละครในการเมืองโลกกำลังปรับบทบาท สุภลักษณ์มองว่าการสร้างสมดุลอำนาจระหว่างมหาอำนาจเป็นเรื่องที่ยาก แต่ยังพอมีหลักให้แอบอิงได้ เช่นกลไกระหว่างประเทศ แทนที่จะรับแรงกดดันจากชาติมหาอำนาจเพียงอย่างเดียว
“ประเทศที่มีไซส์ขนาดเล็กเนี่ยมันก็ต้องไปหาหลักอย่างอื่นมาบาลานซ์ (สร้างสมดุล) เช่นกรณีอุยกูร์เราก็ต้องพูดว่ามันมีหลักการสากล หลักสิทธิมนุษยชน กฎบัตรต่าง ๆ ของยูเอ็น ซึ่งเราเข้าเป็นภาคี จีนก็เข้าเป็นภาคี อันนี้มันถึงจะเอามาเป็นหลักต่อรอง อย่างนี้ก็ถึงจะเรียกว่าทําบาลานซ์ ไม่ใช่เป็นการไปขอประกันความเสี่ยงจากจีน” สุภลักษณ์กล่าว
ข้อมูลเพิ่มเติมจาก หน่วยงานสำมะโนสหรัฐฯ กระทรวงพาณิชย์ไทย สำนักข่าวอิศรา
</description>
            <link>https://www.voathai.com/a/thailand-should-strike-balance-in-security-and-trade-says-expert/8010084.html</link> 
            <guid>https://www.voathai.com/a/thailand-should-strike-balance-in-security-and-trade-says-expert/8010084.html</guid>            
            <pubDate>Fri, 14 Mar 2025 05:52:23 +0700</pubDate>
            <category>เอเชีย</category><category>สหรัฐฯ</category><author>thai@voanews.com (Yiamyut Sutthichaya)</author><enclosure url="https://gdb.voanews.com/561bd4a3-1ce7-464a-8442-f48b586dbf5c_w800_h450.jpg" length="0" type="image/jpeg"/>
        </item>		
        <item>
            <title>“ทรัมป์” ขู่เก็บภาษีไวน์ยุโรป 200% ถ้าอียูไม่ยกเลิกภาษีวิสกี้ของอเมริกา</title>
            <description>ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขู่ว่าจะเพิ่มภาษีนำเข้าไวน์และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทั้งหมดจากยุโรปขึ้นเป็น 200% หากสหภาพยุโรป (อียู) ไม่ยอมยกเลิกแผนเก็บภาษีจากวิสกี้ของสหรัฐฯ ตามรายงานของรอยเตอร์
หลังทรัมป์ประกาศมาตรการภาษีสำหรับการนำเข้าเหล็กและอะลูมิเนียมจากทั่วโลก คณะกรรมาธิการยุโรป (EC) กล่าวเมื่อวันพุธว่า จะตอบโต้ด้วยแผนภาษีสำหรับสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ มูลค่าราว 28,000 ล้านดอลลาร์ตั้งแต่เดือนหน้าเป็นต้นไป แต่ก็พร้อมจะเจรจากับสหรัฐฯ ในเรื่องนี้ และย้ำว่า ภาษีนำเข้าอัตราที่สูงขึ้นนั้นไม่ได้เป็นประโยชน์ต่อฝ่ายใดเลย
อย่างไรก็ตาม ผู้นำสหรัฐฯ แสดงจุดยืนที่แข็งกร้าวขึ้นอีกในโพสต์ทางสื่อสังคมออนไลน์ในวันพฤหัสบดี
ทรัมป์ระบุในโพสต์ทางทรูธโซเชียล (Truth Social) ว่า “สหภาพยุโรป หนึ่งในผู้มีอำนาจเรียกเก็บภาษีที่ร้ายกาจและไม่เป็นมิตรที่สุดในโลก และจัดตั้งขึ้นมาเพื่อจุดประสงค์เดียว นั่นคือ การเอาเปรียบสหรัฐอเมริกา เพิ่งสั่งเก็บภาษี 50% สำหรับวิสกี้”
รอยเตอร์รายงานโดยอ้างข้อมูลจากหน่วยงานสถิติ Eurostat ของอียูว่า ไวน์จากยุโรปที่ส่งมาจำหน่ายในสหรัฐฯ นั้นมีมูลค่าราว 4,900 ล้านยูโร (ประมาณ 5,276 ล้านดอลลาร์) ในปีที่แล้ว โดยคิดเป็นสัดส่วน 29% ของการส่งออกไวน์ทั้งหมด ขณะที่ ไวน์จากฝรั่งเศสถือครองส่วนแบ่งเกือบครึ่งหนึ่งและของอิตาลีได้ส่วนแบ่งเกือบ 40% ของไวน์จากอียูที่ส่งมาสหรัฐฯ
คณะกรรมาธิการยุโรปกล่าวด้วยว่า จะยุติการระงับภาษีนำเข้าสำหรับสินค้าสหรัฐฯ ในวันที่ 1 เมษายน และจะกลับมาเก็บภาษีนำเข้าจากสินค้าทุกรายการภายใน 13 เมษายนด้วย
EC ยังไม่ได้ออกมาให้ความเห็นเกี่ยวกับโพสต์ล่าสุดของทรัมป์
อย่างไรก็ดี อุตสาหกรรมเหล้าและเครื่องสำอางออกมาโจมตีแผนภาษีของ EC สำหรับสินค้าของสหรัฐฯ ตั้งแต่เมื่อวันพุธ โดยกล่าวว่า แผนการดังกล่าวทำให้ภาวะการค้าโดยรวมกับสหรัฐฯ อยู่ในความเสี่ยง
สินค้าอื่น ๆ ที่อียูเล็งจะดำเนินมาตรการกำแพงภาษีด้วยมีทั้งจากภาคอุตสาหกรรมและภาคการเกษตร ตั้งแต่เหล็กและอะลูมิเนียม ไปจนถึง สิ่งทอ เครื่องใช้ครัวเรือน พลาสติก เนื้อสัตว์ปีก เนื้อวัว ไข่ ผลิตภัณฑ์นมเนย น้ำตาลและผัก
ทั้งนี้ ทิศทางการใช้มาตรการกำแพงภาษีอย่างหนักของทรัมป์ทำให้เกิดความระส่ำในหมู่นักลงทุน ผู้บริโภคและความเชื่อมั่นภาคธุรกิจ พร้อม ๆ กับส่งกระแสความกลัวว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯ จะเข้าสู่ภาวะถดถอย ขณะที่ การ ขู่ย้ำ ๆ ว่าจะผนวกแคนาดาเข้าเป็นรัฐใหม่ของสหรัฐฯ ก็ทำให้ความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้านที่เป็นพันธมิตรใกล้ชิดและคู่ค้าสำคัญที่สุดประเทศหนึ่ง ตึงเครียดหนักขึ้นเรื่อย ๆ
จุดยืนของผู้นำสหรัฐฯ ในเรื่องนี้ยังเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ตลาดหุ้นในนิวยอร์กตกฮวบต่อเนื่องมาหลายวันด้วย






ที่มา: รอยเตอร์</description>
            <link>https://www.voathai.com/a/trump-threatens-200-wine-tariff-if-eu-does-not-relent-on-whiskey/8009518.html</link> 
            <guid>https://www.voathai.com/a/trump-threatens-200-wine-tariff-if-eu-does-not-relent-on-whiskey/8009518.html</guid>            
            <pubDate>Thu, 13 Mar 2025 22:30:02 +0700</pubDate>
            <category>การเมืองสหรัฐฯ</category><category>สหรัฐฯ</category><author>thai@voanews.com (Reuters)</author><enclosure url="https://gdb.voanews.com/75715ae6-06a8-4ceb-90dc-f580878835e7_w800_h450.jpg" length="0" type="image/jpeg"/>
        </item>		
        <item>
            <title>เครมลินชี้ รัสเซีย “ไม่ได้อะไร” จากข้อเสนอของสหรัฐฯ ในการพักรบกับยูเครน</title>
            <description>เจ้าหน้าที่ระดับสูงที่ใกล้ชิดกับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน กล่าวในวันพฤหัสบดีว่า ได้แจ้งกับตัวแทนสหรัฐฯ แล้วว่า ข้อเสนอหยุดยิง 30 วันในสงครามยูเครนนั้น มีแต่จะทำให้กรุงเคียฟมีเวลาพักเอาแรง โดยรัสเซียไม่ได้อะไรที่เป็นประโยชน์เลย ตามรายงานของรอยเตอร์
ยูริ อุชาคอฟ อดีตทูตรัสเซียประจำกรุงวอชิงตันซึ่งได้รับมอบหมายเป็นตัวแทนของปูตินในด้านนโยบายต่างประเทศที่สำคัญ ๆ บอกกับสื่อรัสเซียในวันพฤหัสบดีว่า ได้พูดคุยกับ ไมค์ วอลซ์ ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐฯ เกี่ยวกับจุดยืนของมอสโกในประเด็นการหยุดยิงเมื่อวันพุธ และระบุว่า ข้อเสนอที่สหรัฐฯ ได้หารือกับตัวแทนของกรุงเคียฟที่ซาอุดีอาระเบียเมื่อต้นสัปดาห์นั้นไม่ได้มีอะไรมากไปกว่าการเปิดทางให้กองทัพยูเครนได้พักรบเท่านั้น “ไม่มีอะไรมากไปกว่านั้นเลย”
อุชาคอฟกล่าวด้วยว่า ข้อเสนอดังกล่าว “ไม่ได้ให้อะไรกับเรา ให้แต่พวกยูเครนมีโอกาสได้ตั้งลำ ฟื้นฟูเรี่ยวแรงและเดินหน้าทำการแบบเดิมต่อไป”
ตัวแทนรัสเซียยืนยันว่า เป้าหมายของมอสโกคือ “การบรรลุข้อตกลงอย่างสันติและยั่งยืน โดยพิจารณาถึงผลประโยชน์อันชอบธรรมของประเทศเราและความกังวลของเราที่ทราบกันดีอยู่”
และเมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า รัสเซียจะปฏิเสธข้อเสนอของสหรัฐฯ หรือไม่ อุชาคอฟกล่าวว่า ปูตินน่าจะต้องการพูดกับสื่อและให้รายละเอียดเกี่ยวกับจุดยืนของรัสเซียด้วยตนเอง
คำกล่าวของเจ้าหน้าที่เครมลินที่ทำงานเคียงคู่ปูตินมาตั้งแต่ปี 2012 มีออกมา ขณะที่ สตีฟ วิตคอฟฟ์ ผู้แทนพิเศษประจำตะวันออกกลางของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เดินทางถึงกรุงมอสโกเพื่อหารือข้อตกลงหยุดยิงในสงครามที่เกิดขึ้นจากการรุกรานยูเครนโดยรัสเซีย
ยังไม่มีความชัดเจนว่า ทรัมป์จะมีปฏิกิริยาอย่างไรในเรื่องนี้ หลังกล่าวเมื่อวันพุธว่า ตนหวังว่ามอสโกจะตกลงยอมรับข้อเสนอหยุดยิงเพื่อยุติ “การนองเลือด” และว่า ไม่ต้องการจะทำการลงโทษด้านการเงินอย่างรุนแรงต่อรัสเซียเหมือนที่เคยดำเนินการในรัฐบาลตนในสมัยแรก เพราะ “ผมต้องการเห็นสันติภาพ”


รัสเซียรุกกลับหนักในวันพฤหัสบดี รัสเซียอ้างว่า กองกำลังมอสโกได้ผลักดันทัพยูเครนออกจากเมืองซุดชา ซึ่งเป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของแคว้นเคิร์สกแล้ว ตามรายงานของเอพี
กระทรวงกลาโหมรัสเซียกล่าวอ้างความสำเร็จดังกล่าวไม่กี่ชั่วโมง หลังมีรายงานว่าปธน.ปูตินเดินทางเยี่ยมบรรดาผู้บัญชาการทหารในแคว้นเคิร์สกซึ่งอยู่ติดกับยูเครน
เอพีระบุว่า ไม่สามารถยืนยันว่า สิ่งที่รัสเซียกล่าวอ้างนั้นเป็นความจริงหรือไม่ และเจ้าหน้าที่ยูเครนก็ไม่ได้ให้ความเห็นในประเด็นนี้
ที่ผ่านมา กองทัพยูเครนเผชิญแรงกดดันอย่างหนักจากรัสเซียที่ได้แรงเสริมจากกองทัพเกาหลีเหนือและโต้กลับฝ่ายเคียฟที่เข้ายึดอาณาเขตบางส่วนของเคิร์สกไว้ได้เป็นเวลาหลายเดือนแล้ว
รายงานข่าวเปิดเผยว่า ปูตินได้พูดกับบรรดาผู้นำทหารเมื่อวันพุธว่า ตนคาดหวังกองทัพรัสเซียให้ “ปลดปล่อยแคว้นเคิร์สกให้เป็นอิสระอย่างสมบูรณ์จากศัตรูในอนาคตอันใกล้ที่สุด” และว่า สิ่งที่จำเป็นในอนาคตก็คือ “การสร้างโซนป้องกันความมั่นคงตามแนวชายแดน” ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้สื่อข่าวระบุว่า เป็นสัญญาณบ่งชี้ว่ามอสโกอาจพยายามบุกยึดพื้นที่เขตปกครองซูมีของยูเครนเพิ่ม
เอพีชี้ว่า หากสัญญาณที่ว่าเป็นความจริง ประเด็นนี้ก็จะยิ่งทำให้การบรรลุข้อตกลงหยุดยิงยุ่งยากขึ้นโดยปริยาย










ที่มา: เอพีและรอยเตอร์</description>
            <link>https://www.voathai.com/a/kremlin-says-there-s-nothing-for-russia-in-a-us-ceasefire-idea-for-ukraine-claims-to-have-retaken-kursk-biggest-town/8009410.html</link> 
            <guid>https://www.voathai.com/a/kremlin-says-there-s-nothing-for-russia-in-a-us-ceasefire-idea-for-ukraine-claims-to-have-retaken-kursk-biggest-town/8009410.html</guid>            
            <pubDate>Thu, 13 Mar 2025 21:13:38 +0700</pubDate>
            <category>สงครามรัสเซีย-ยูเครน</category><category>สหรัฐฯ</category><category>โลก</category><author>thai@voanews.com (AP, Reuters)</author><enclosure url="https://gdb.voanews.com/f69a7b6b-262f-4013-0e29-08dd5c8d307c_w800_h450.jpg" length="0" type="image/jpeg"/>
        </item>		
        <item>
            <title>รู้จัก &apos;แอกกี้&apos; บททดสอบตำนาน &apos;แมว 9 ชีวิต&apos; หลังรอดหายนะไฟป่า</title>
            <description>ดูเหมือนว่าคำว่า &apos;แมว 9 ชีวิต&apos; ได้ถูกทดสอบอีกครั้ง เมื่อแมวพันธุ์เมนคูน ที่ชื่อ &apos;แอกกี้&apos; พลัดพรากจากเจ้าของระหว่างเหตุไฟป่าในรัฐเเคลิฟอร์เนียเมื่อต้นปี และทุกคนคิดว่ามันไม่น่าจะรอดจากหายนะครั้งนี้
เเคเธอรีน คีเฟอร์ วัย 82 ปีไม่คิดว่า แอกกี้ ยังมีชีวิตอยู่ เมื่อเกิดไฟป่าพาลิเสดส์ ในเขตลอสเเอนเจลิส ที่เผาบ้านของเธอจนเหลือเเต่เถ้าถ่านราวสองเดือนก่อน
แต่ว่าเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ คีเฟอร์ได้รับโทรศัพท์จากสถานสงเคราะห์สัตว์เขตเวสต์ลอสเเอนเจลิส นำมาซึ่งการได้พบกันอีกครั้งระหว่างเธอและเเอกกี้ โดยลูกสาวของคีเฟอร์ นำคลิปเหตุการณ์มาลงติ๊กตอกในวันเสาร์
ภาพการหลั่งน้ำตาของคีเฟอร์โดยมีแอกกี้อยู่ในอ้อมเเขน มีคนเข้ามากดไลค์กว่า 1 ล้านครั้งเเล้ว
เธอกล่าวว่า &quot;ฉันกังวลอย่างหนักว่า ถ้าตื่นขึ้นมาแล้วทราบว่าเรื่องนี้เป็นเพียงเเค่ความฝัน&quot;
ในวันที่เกิดไฟไหม้ คีเฟอร์ไม่ได้อยู่บ้าน เพราะเธอมีนัดกับเเพทย์ ลูก ๆ ของเธอพยายามจะช่วยแอกกี้ออกมา แต่หามันไม่เจอ
ครอบครัวของคีเฟอร์อยู่ในกลุ่มคนจำนวนมากที่พลัดพรากจากสัตว์เลี้ยง ระหว่างการอพยพที่ชุลมนจากไฟป่าพาลิเสดส์ เมื่อเดือนมกราคม
แอกกี้ ซึ่งอายุประมาณ 5 ขวบ เป็นของขวัญที่เพื่อนคีเฟอร์คนหนึ่งมอบให้เธอในช่วงการระบาดของโควิด-19
เมื่อชาวเน็ตได้เห็นคลิปการพบกันอีกครั้งหนึ่งของทั้งคู่ พวกเขารู้สึกประทับใจอย่างมากและร่วมระดมทุนเป็นเงินกว่า 28,000 ดอลลาร์ หรือกว่า 9 แสนบาท ณ บ่ายวันพุธ ผ่านเว็บ GoFundMe เกินกว่าเป้า 20,000 ดอลลาร์ เพื่อใช้จ่ายเรื่องการฟื้นฟูสุขภาพของแอกกี้ ที่ต้องถ่ายเลือดและรับการดูเเลพิเศษจากสัตวเเพทย์เฉพาะทาง
เเคโรลิน ลูกของเเคเธอรีน คีเฟอร์กล่าวถึงแอกกี้ว่า &quot;เธอผอมแห้งหนังติดกระดูก และอยู่ในสภาพขาดอาหารอย่างที่สุด&quot;
เเมวตัวนี้มีกำหนดออกจากโรงพยาบาลในวันพฤหัสบดี ขณะที่เเคเธอรีนรอคอยการกลับมาอยู่ด้วยกันอีกครั้งอย่างใจจดใจจ่อ
เธอฝากบอกไปยังผู้คนที่มีสัตว์เลี้ยงว่า &quot;อย่าประเมินเเมวต่ำเกินไป&quot;
ที่มา: เอพี</description>
            <link>https://www.voathai.com/a/cat-reunited-with-owner-after-california-fire/8008414.html</link> 
            <guid>https://www.voathai.com/a/cat-reunited-with-owner-after-california-fire/8008414.html</guid>            
            <pubDate>Thu, 13 Mar 2025 02:57:30 +0700</pubDate>
            <category>สหรัฐฯ</category><author>thai@voanews.com (AP)</author><enclosure url="https://gdb.voanews.com/62c629f1-19c9-4a5e-96df-1d5613d55735_cx0_cy15_cw0_w800_h450.jpg" length="0" type="image/jpeg"/>
        </item>		
        <item>
            <title>ทรัมป์พบนักธุรกิจ - ชี้เเจงเหตุผลมาตรการภาษี หลังหุ้นร่วง</title>
            <description>ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์พบบรรดาซีอีโอบริษัทขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ เมื่อวันอังคารเพื่อชี้เเจงเหตุผลการใช้นโยบายภาษีของเขาโดยบางบริษัทที่มีผู้บริหารเข้าประชุมได้รับผลกระทบจากเเรงเทขายหุ้น ท่ามกลางความกังวลในตลาดเกี่ยวกับโอกาสเกิดเศรษฐกิจถดถอยและปัญหาจากเงินเฟ้อ
งานดังกล่าวมีซีอีโอเข้าร่วมราว ๆ 100 คน ซึ่งรวมถึง จากบริษัทแอปเปิล สถาบันการเงินเจพีมอร์เเกน เชสและยักษ์ใหญ่แห่งวงการค้าปลีกวอลมาร์ท โดยเป็นการพบปะตามกำหนดเป็นประจำที่งาน Business Roundtable 
ในวันพุธ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ฟื้นตัวจากวันอังคารที่โดนเเรงขายต่อเนื่อง 
ตั้งเเต่ต้นปี จนถึง ณ เวลาปิดตลาดเมื่อวานนี้  ดัชนี S&amp;P 500 ลดลง 5.3% ส่วนในวันจันทร์ดัชนีดังกล่าวลดลงมากที่สุดตั้งเเต่เริ่มปีหลังจากที่ทรัมป์แสดงท่าทีในการสัมภาษณ์ในช่วงสุดสัปดาห์ว่าเขาไม่ตัดความเป็นไปได้ที่อาจเกิดเศรษฐกิจถดถอยจากนโยบายการค้าของเขา
อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีทรัมป์ใช้โอกาสแสดงความชัดเจนกับนักข่าวในวันอังคาร โดยกล่าวว่าเขาไม่คิดว่าจะเกิดเศรษฐกิจถดถอยขึ้น
ในงานพบนักธุรกิจที่เวที Business Roundtable ทรัมป์กล่าวว่านโยบายภาษีของเขาจะ &quot;นำเงินมาสู่ประเทศนี้อย่างเทน้ำเทท่า&quot; เขาบอกบรรดาซีอีโอด้วยว่าอาจยกระดับมาตรการภาษีขึ้นอีกด้วย
รอยเตอร์รายงานว่าผู้บริหารบริษัทที่อยู่ในห้องประชุมไม่เเสดงความรู้สึกผ่านสีหน้า เมื่อทรัมป์พูดสั้นๆ ที่งานดังกล่าว ในช่วงที่เปิดให้สื่อรายงานข่าว แต่ยังพอมีเสียงหัวเราะจากผู้ร่วมงานเมื่อผู้นำสหรัฐฯ กล่าวว่า เขาไม่ชอบบางคนที่นั่งอยู่ในห้องนี้
ในช่วงที่การประชุมไม่เปิดให้ทำข่าว ทรัมป์กล่าวว่าเขาจะเร่งอนุมัติมาตรการต่างๆ ในสังกัดหน่วยงานสิ่งเเวดล้อมและจะลดภาษีมาอยู่ที่ 15% สำหรับบริษัทที่ผลิตสินค้าในสหรัฐฯ ตามรายงายของรอยเตอร์ที่อ้างข้อมูลจากแหล่งข่าวรายหนึ่งที่ไม่เปิดเผยชื่อ 
ก่อนหน้าที่จะเกิดเเรงขายหุ้นในช่วงหลายวันที่ผ่านมา นักลงทุนมีความรู้สึกเชิงบวกกับนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของทรัมป์ เช่นเเนวทางลดภาษี และพวกเขาหวังว่าทรัมป์จะสามารถลดแรงกดดันจากเงินเฟ้อได้บ้าง ผ่านมาตรการเช่นการผ่อนคลายกฎเกณฑ์ที่มีต่อการผลิตเชื้อเพลิงฟอสซิล
แต่รอยเตอร์รายงานว่าการลดภาษีต้องผ่านกระบวนการอนุมัติโดยสภา ส่วนการเพิ่มการผลิตพลังงานฟอสซิลก็อาจต้องใช้เวลา
นักวิเคราะห์เศรษฐกิจ มองว่าแนวทางเนรเทศคนต่างด้าวที่เข้าเมืองผิดกฎหมายอาจทำให้จำนวนเเรงงานในสหรัฐฯ ลดลงและอาจกดดันให้ต้นทุนค่าเเรงเพิ่มขึ้น ส่วนการลดขนาดระบบราชการภายใต้รัฐบาลนี้อาจทำให้อัตราคนว่างงานเพิ่มขึ้น
ที่มา: รอยเตอร์</description>
            <link>https://www.voathai.com/a/trump-business-roundtable-/8008162.html</link> 
            <guid>https://www.voathai.com/a/trump-business-roundtable-/8008162.html</guid>            
            <pubDate>Thu, 13 Mar 2025 00:43:13 +0700</pubDate>
            <category>สหรัฐฯ</category><category>ธุรกิจ</category><author>thai@voanews.com (Reuters)</author><enclosure url="https://gdb.voanews.com/01593fa1-f7cb-46f9-86b1-071f707c23af_cx0_cy5_cw0_w800_h450.jpg" length="0" type="image/jpeg"/>
        </item>		
        <item>
            <title>ส่องผลการขึ้นภาษีโลหะยุคทรัมป์ 1 - บอกอนาคตได้อย่างไรบ้าง</title>
            <description>ในสัปดาห์นี้ ข่าวใหญ่ในตลาดการลงทุน มาจากการตั้งกำเเพงภาษีของรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐฯ โดยเฉพาะต่อสินค้าเหล็กและอะลูมิเนียม
ทิศทางนโยบายการค้าที่ว่านี้ เคยเกิดมาเเล้วในสมัยเเรกของการบริหารประเทศของทรัมป์ปี 2017-2021
รอยเตอร์ออกรายงานที่ฉายภาพผลลัพธ์ของเเนวทางดังกล่าว ที่อาจช่วยบอกอนาคตว่าการใช้มาตรการเดียวกันในครั้งนี้ จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง
</description>
            <link>https://www.voathai.com/a/8007679.html</link> 
            <guid>https://www.voathai.com/a/8007679.html</guid>            
            <pubDate>Wed, 12 Mar 2025 08:03:35 +0700</pubDate>
            <category>วิดีโอจากวีโอเอ</category><category>สหรัฐฯ</category><category>วิดีโอ</category><enclosure url="https://gdb.voanews.com/2b426998-ef96-4224-0cb5-08dd5c8d307c_tv_w800_h450.jpg" length="0" type="image/jpeg"/>
        </item>		
        <item>
            <title>ทรัมป์เผยจะซื้อรถเทสลา ช่วยมัสก์หลังหุ้นร่วงหนัก!</title>
            <description>ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวในวันอังคารว่าจะซื้อรถเทสลาจากบริษัทของอิลอน มัสก์ เพื่อแสดงความสนับสนุนต่อมหาเศรษฐีเบอร์หนึ่งของโลกผู้กำลังเผชิญกระแสตีกลับทางการเมืองที่ทำให้หุ้นของเทสลาราคาร่วงลงอย่างมากในช่วงหลายสัปดาห์มานี้
</description>
            <link>https://www.voathai.com/a/8007665.html</link> 
            <guid>https://www.voathai.com/a/8007665.html</guid>            
            <pubDate>Wed, 12 Mar 2025 07:36:34 +0700</pubDate>
            <category>วิดีโอจากวีโอเอ</category><category>สหรัฐฯ</category><category>วิดีโอ</category><category>การเมืองสหรัฐฯ</category><enclosure url="https://gdb.voanews.com/52ca4b78-0763-4c8f-325d-08dd5c897904_tv_w800_h450.jpg" length="0" type="image/jpeg"/>
        </item>		
        <item>
            <title>ทรัมป์ 2.0 เปิดตัวแอปใหม่ให้คนต่างด้าวกลับประเทศโดยสมัครใจ </title>
            <description>รัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เปิดตัวแอปใหม่เมื่อวันจันทร์ ซึ่งอนุญาตให้ผู้ที่ลักลอบเข้าสหรัฐฯ อย่างผิดกฎหมายสามารถ &quot;ส่งตัวเองกลับประเทศ&quot; โดยสมัครใจ แทนการถูกจับกุมคุมขังก่อนถูกขับไล่ออกนอกประเทศ


แอปที่ชื่อว่า CBP Home ซึ่งมาจาก U.S. Customs and Border Protection หรือสำนักงานศุลกากรและปกป้องชายแดนสหรัฐฯ จะเสนอทางเลือกให้กับคนเข้าเมืองผิดกฎหมายเพื่อส่งสัญญาณว่า &quot;ต้องการกลับประเทศ&quot;


คริสตี โนเอม รัฐมนตรีกระทรวงความมั่นคงมาตุภูมิ มีแถลงการณ์ว่า “แอป CBP Home ให้ทางเลือกแก่คนต่างด้าวที่ต้องการกลับประเทศทันทีโดยสมัครใจ เพื่อที่อาจจะสามารถกลับมาอเมริกาได้ใหม่อย่างถูกกฎหมายในอนาคต และมีชีวิตตามความฝันของคนอเมริกัน&quot; ในทางกลับกันหากไม่เป็นเช่นนั้น &quot;เราจะค้นหาพวกเขา เราจะขับไล่พวกเขา และคนเหล่านั้นจะไม่ได้กลับมาอีก&quot;


รัฐบาลทรัมป์ 2.0 พยายามใช้มาตรการหลายอย่างเพื่อกดดันให้ผู้เข้าเมืองผิดกฎหมายเดินทางกลับประเทศ รวมทั้งการกำหนดให้ผู้ที่อาศัยอย่างไม่ถูกต้องจะต้องมาลงทะเบียนกับรัฐบาลกลาง ไม่เช่นนั้นจะถูกปรับเงินหรือถูกจำคุก


สำหรับแอป CBP Home นี้ถูกนำมาใช้แทนแอป CBP One ที่นำออกมาใช้ในสมัยประธานาธิบดีโจ ไบเดน ซึ่งมีฟังก์ชั่นที่อนุญาตให้ผู้อพยพที่อยู่ในฝั่งเม็กซิโก สามารถนัดหมายเวลากับเจ้าหน้าที่เพื่อทำเรื่องขอข้ามแดนอย่างถูกกฎหมายได้ด้วย


แต่แอปดังกล่าวถูกวิจารณ์อย่างหนักจากพรรครีพับลิกันว่า ทำให้มีผู้อพยพทะลักเข้ามาในอเมริกาอย่างมากในยุคของไบเดน 



	ที่มา: รอยเตอร์

</description>
            <link>https://www.voathai.com/a/trump-administration-launches-new-self-deportation-app/8007366.html</link> 
            <guid>https://www.voathai.com/a/trump-administration-launches-new-self-deportation-app/8007366.html</guid>            
            <pubDate>Wed, 12 Mar 2025 05:14:39 +0700</pubDate>
            <category>การเมืองสหรัฐฯ</category><category>สหรัฐฯ</category><author>thai@voanews.com (Reuters)</author><enclosure url="https://gdb.voanews.com/d42efc7c-b962-412c-89e7-e937cfc5d196_cx0_cy4_cw0_w800_h450.jpg" length="0" type="image/jpeg"/>
        </item>		
        <item>
            <title>ทรัมป์เผยจะซื้อรถเทสลา ช่วยมัสก์หลังหุ้นร่วงหนัก!</title>
            <description>ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวในวันอังคารว่าจะซื้อรถเทสลาจากบริษัทของอิลอน มัสก์ เพื่อแสดงความสนับสนุนต่อมหาเศรษฐีเบอร์หนึ่งของโลกผู้กำลังเผชิญกระแสตีกลับทางการเมืองที่ทำให้หุ้นของเทสลาราคาร่วงลงอย่างมากในช่วงหลายสัปดาห์มานี้
ถือเป็นตัวอย่างล่าสุดของความไว้วางใจที่ทรัมป์และมัสก์มีต่อกัน หลังจากที่มัสก์ทุ่มเงินในการหาเสียงของทรัมป์เมื่อปีที่แล้ว และเป็นหนึ่งในบุคคลสำคัญในคณะทำงานทรัมป์ 2.0
ประธานาธิบดีทรัมป์ กล่าวว่า ตนจะซื้อรถเทสลาคันใหม่ &quot;เพื่อแสดงความมั่นใจและสนับสนุนต่ออิลอน มัสก์ ชาวอเมริกันผู้ยิ่งใหญ่อย่างแท้จริง&quot;
ทรัมป์ระบุในสื่อสังคมออนไลน์ว่า &quot;อิลอน มัสก์ เอาตัวเข้ารับความเสี่ยงเพื่อช่วยประเทศชาติ เขาทำงานได้อย่างดีเยี่ยม!&quot; &quot;แต่ฝ่ายซ้ายสุดโต่งจิตฟั่นเฟือนกำลังกระทำผิดกฎหมายเหมือนที่ทำมาตลอด ด้วยความพยายามคว่ำบาตรเทสลา ซึ่งเป็นบริษัทรถยนต์ที่ยิ่งใหญ่ของโลก และเป็นเหมือนลูกของอิลอน เพื่อที่จะโจมตีและทำอันตรายต่อตัวเขาและทุกอย่างที่เขายืนหยัดมา&quot;
ทางทำเนียบขาวมิได้ให้รายละเอียดเกียวกับเรื่องนี้ เช่น จะจัดซื้อรถเทสลาอย่างไร หรือรถที่ซื้อใหม่นี้จะเก็บไว้ที่ไหน ซึ่งโดยปกติแล้ว ประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะไม่ขับรถยนต์ด้วยตัวเองเนื่องจากเหตุผลด้านความปลอดภัย
ปัจจุบัน บริษัทรถยนต์ เทสลา กำลังเผชิญกับภาวะยอดขายตกและราคาหุ้นร่วงหล่น ในช่วงที่มัสก์เข้ามารับบทบาทที่ปรึกษาให้กับทรัมป์ และดูแลเรื่องการลดขนาดของรัฐบาลกลาง ผ่านหน่วยงานประสิทธิภาพรัฐบาล หรือ DOGE (Department of Government Efficiency)
บริษัทเทสลาเผชิญการประท้วงในหลายเมือง และมีรถยนต์หลายคันถูกทำให้เสียหาย
ที่มา: เอพี

</description>
            <link>https://www.voathai.com/a/trump-says-he-ll-buy-a-tesla-to-show-support-for-musk/8007286.html</link> 
            <guid>https://www.voathai.com/a/trump-says-he-ll-buy-a-tesla-to-show-support-for-musk/8007286.html</guid>            
            <pubDate>Wed, 12 Mar 2025 04:39:35 +0700</pubDate>
            <category>สหรัฐฯ</category><category>ธุรกิจ</category><author>thai@voanews.com (AP)</author><enclosure url="https://gdb.voanews.com/c2a13fd1-9954-4030-a236-27d4b5e5df9b_cx0_cy7_cw0_w800_h450.jpg" length="0" type="image/jpeg"/>
        </item>		
        <item>
            <title>ส่องผลการขึ้นภาษีโลหะยุคทรัมป์ 1 - บอกอนาคตได้อย่างไรบ้าง</title>
            <description>ในสัปดาห์นี้ ข่าวใหญ่ในตลาดการลงทุน มาจากการตั้งกำเเพงภาษีของรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐฯ โดยเฉพาะต่อสินค้าเหล็กและอะลูมิเนียม
ทิศทางนโยบายการค้าที่ว่านี้ เคยเกิดมาเเล้วในสมัยเเรกของการบริหารประเทศของทรัมป์ปี 2017-2021
รอยเตอร์ออกรายงานที่ฉายภาพผลลัพธ์ของเเนวทางดังกล่าว ที่อาจช่วยบอกอนาคตว่าการใช้มาตรการเดียวกันในครั้งนี้ จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง
เช่นเดียวกับการบริหารประเทศสมัยเเรก ท่าทีล่าสุดนนี้สะท้อนถึงแนวคิดชาตินิยมทางเศรษฐกิจ แต่รอยเตอร์ระบุว่าเป็นการติดเขี้ยวเล็บที่แหลมคมกว่าเดิม
ปฏิกิริยาตอบกลับเเรกของนโยบายกำเเพงภาษีต่อสินค้าเหล็กและอะลูมิเนียมของสหรัฐฯ คือราคาสินค้าที่เเพงขึ้น
ทั้งอะลูมิเนียมและเหล็กราคาเพิ่มขึ้นในช่วงปีเเรก ๆ ของการบริหารประเทศสมัยเเรกของทรัมป์ โดยราคาในประเทศดีดตัวเเรงเป็นพิเศษ
ราคาเหล็กสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 5% ในเดือนเเรกของการเริ่มใช้มาตรการ ส่วนราคาอะลูมิเนียมแพงขึ้น 10%
อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลาผ่านไปหลายเดือน ราคาอะลูมิเนียมในสหรัฐฯ ปรับตัวลง ตามมาด้วยการลดลงของราคาเหล็กในประเทศ ส่วนการที่ราคาสินค้าเหล่านี้ในสหรัฐฯ แพงกว่าในต่างประเทศยังคงเป็นเช่นนั้นต่อไป และส่วนต่างกว้างกว่าช่วงก่อนตั้งกำเเพงภาษี
การปรับฐานลงมาของราคาโลหะทั้งสองประเภทยังคงไม่มากพอ หากเทียบกับการเพิ่มขึ้นในช่วงเเรก โดยเฉพาะเหล็กที่มีระดับภาษี 25% โดยราคาเหล็กไม่ได้ลดลงต่ำกว่าระดับก่อนใช้มาตรการภาษี จนกระทั้งเดือนมกราคมปี 2019
กลางปีดังกล่าว สหรัฐฯ เลิกมาตรการภาษีต่อเหล็กและอะลูมิเนียมของแคนาดาและเม็กซิโก ซึ่งรวมกันสองประเทศมีส่วนแบ่งตลาดนำเข้า 27% ของเหล็กที่สหรัฐฯ ซื้อจากต่างประเทศ และ 43% สำหรับอะลูมิเนียม
เมื่อโจ ไบเดนรับตำแหน่งประธานาธิบดีต่อจากทรัมป์ เขายกเลิกมาตรการภาษีโลหะต่อสหภาพยุโรปในปี 2021 ท่ามกลางราคาเหล็กที่เเพงเป็นสถิติใหม่เนื่องจากความปั่นป่วนของระบบขนส่งและผลิตสินค้าโลกช่วงโควิด-19 ระบาด
ปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เหล็กและอะลูมิเนียมราคาถูกลง มาจากการเพิ่มการผลิตสินค้าเหล่านี้
ศาสตราจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์ วิลเลียม ฮอค ที่มหาวิทยาลัยเซาธ์คาโรไลนา ที่เชี่ยวชาญเรื่องการค้าระหว่างประเทศกล่าวว่า &quot;มาตรการภาษีสามารถเป็นเเรงจูงใจให้ผู้ผลิตเหล็กและอะลูมิเนียมสหรัฐฯ เพิ่มกำลังการผลิต หรือนำกำลังการผลิตที่ว่างอยู่มาใช้&quot;
เขาเสริมว่า การเพิ่มกำลังการผลิตสินค้าเหล่านี้ในประเทศไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องใช้เวลาเเละเงินทุนในระดับสูง จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่อธิบายว่าราคาไม่ได้ลงมารวดเร็วเมื่อเทียบกับการดีดขึ้นในตอนเเรก
ในขณะเดียวกัน ราคาที่เเพงขึ้นโดยรวมหมายถึงต้นทุนการผลิตของสินค้าที่ใช้เหล็กและอะลูมิเนียมเป็นส่วนประกอบ เช่นในกิจการก่อสร้างและคมนาคม ซึ่งมีส่วนให้การขยายตัวของอุตสาหกรรมชะลอลงหลังจากที่เกิดมาตรการภาษี
ส่วนผลลัพธ์เรื่องการจ้างงาน มองได้หลายเเง่มุม ตามรายงานของรอยเตอร์
ด้านหนึ่งเกิดการจ้างงานในอุตสาหกรรมผลิตโลหะ จำนวนคนที่ทำงานในโรงงานผลิตเหล็กและอะลูมิเนียมเพิ่มขึ้นในปี 2017 และ 2019 ที่ระดับ 6% และ 5% ตามลำดับ
แต่ในเวลาต่อมา เมื่อมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ต่อเม็กซิโกและเเคนาดาถูกยกเลิกไป และตลาดได้รับผลกระทบจากความต้องการที่ลดลงช่วงการระบาดของโควิด-19 การจ้างงานในอุตสาหกรรมนี้ไม่ได้เติบโตต่อเนื่องอย่างเช่นในตอนเเรก
การศึกษาโดยระบบธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟดเมื่อปี 2019 ชี้ว่าต้นทุนที่สูงขึ้นในการผลิตบางประเทศเนื่องจากมาตรการภาษีปี 2018 ทำให้การจ้างงานในภาคการผลิตลดลง เทียบกับสถานการณ์จำลอง ภายใต้สมมุติฐานว่าไม่มีการใช้มาตรการภาษีและราคาต้นทุนโลหะที่สูงขึ้น
รอยเตอร์รายงานว่ามาตรการภาษีรอบใหม่ของประธานาธิบดีทรัมป์ที่กำลังเกิดขึ้น น่าจะนำมาซึ่งผลลัพธ์คล้ายกับครั้งเเรก แต่หนักหน่วงกว่าเดิมเพราะมาพร้อมกับมาตรการภาษีการค้าอื่น ๆ
ผลการสำรวจความเห็นไม่นานนี้ชี้ว่า ความกังวลต่อความเป็นไปได้เรื่องภาวะเศรษฐกิจถดถอยมีมากขึ้น เนื่องจากมาตรการภาษี
อย่างไรก็ตามประธานาธิบดีทรัมป์บอกว่าสิ่งที่เกิดขึ้น เป็นเพียงช่วง &quot;เปลี่ยนผ่าน&quot; ของเศรษฐกิจอเมริกัน
รอยเตอร์ปิดท้ายรายงานชิ้นนี้โดยระบุว่า ยังคงต้องรอในอีกหลายเดือนจากนี้ กว่าที่ทราบถึงสิ่งที่จะเกิดจริงกับเศรษฐกิจ
ที่มา: รอยเตอร์</description>
            <link>https://www.voathai.com/a/8007250.html</link> 
            <guid>https://www.voathai.com/a/8007250.html</guid>            
            <pubDate>Wed, 12 Mar 2025 04:35:03 +0700</pubDate>
            <category>สหรัฐฯ</category><author>thai@voanews.com (Reuters)</author><enclosure url="https://gdb.voanews.com/3e75dcab-5f30-41ea-b844-eb36f04fa3f2_w800_h450.jpg" length="0" type="image/jpeg"/>
        </item>		
        <item>
            <title>“ทรัมป์” ประกาศเพิ่มภาษีนำเข้าเหล็ก-อะลูมิเนียมจากแคนาดาขึ้นเป็น 50%</title>
            <description>ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุในวันอังคารว่า จะสั่งเพิ่มอัตราภาษีนำเข้าสำหรับโลหะจากแคนาดาขึ้นจากที่เดิมตั้งไว้ที่ 25% เป็น 50% เพื่อตอบโต้การขึ้นราคาค่าไฟแคนาดาสำหรับลูกค้าชาวอเมริกัน 25% ก่อนที่ มณฑลออนแทรีโอที่เป็นผู้ขายไฟจะยอมระงับแผนดังกล่าวชั่วคราว
คำประกาศล่าสุดของผู้นำสหรัฐฯ ส่งสัญญาณยกระดับการทำสงครามการค้ากับประเทศเพื่อนบ้านที่สร้างความกังวลไปทั่วและเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ร่วงหนักในวันจันทร์
ทรัมป์เขียนในโพสต์ทางแพลตฟอร์มทรูธโซเชียลว่า “ผมได้สั่งรัฐมนตรีพาณิชย์ของผมให้เพิ่มภาษีนำเข้าอีก 25% เป็น 50% สำหรับเหล็กและอะลูมิเนียมที่เข้ามาสหรัฐอเมริกาจากแคนาดา (ใน)อัตราภาษีนำเข้าที่สูงที่สุดสำหรับประเทศใด ๆ ก็ตามในโลก”
ผู้นำสหรัฐฯ ระบุว่า อัตราภาษีใหม่นี้จะมีผลบังคับใช้ในวันพุธ
การสั่งขึ้นภาษีเพิ่มของปธน.สหรัฐฯ เป็นการตอบโต้การประกาศของมุขมนตรีมณฑลออนแทรีโอ ซึ่งเป็นเขตปกครองที่มีประชากรมากที่สุดของแคนาดาและเป็นผู้ส่งไฟฟ้าให้กับผู้บริโภคในรัฐมินนิโซตา นิวยอร์กและมิชิแกน เพราะสงครามการค้าของรัฐบาลสหรัฐฯ
นอกจากนั้น ทรัมป์ยังโพสต์ด้วยว่า “นอกจากนั้น แคนาดาต้องเลิกกำแพงภาษีต่อต้านเกษตรกรอเมริกันอัตรา 250%-390% สำหรับสินค้านมเนยหลายรายการของสหรัฐฯ ในทันที (เพราะภาษีเหล่านี้) ถือเป็นท่าทีที่อุกอาจ และเร็ว ๆ นี้ผมจะประกาศภาวะฉุกเฉินแห่งชาติสำหรับประเด็นไฟฟ้าในพื้นที่ที่ถูกคุกคาม”
ผู้นำสหรัฐฯ ยังขู่ที่จะ “ปรับขึ้นอัตราภาษีอย่างมีนัยสำคัญ” สำหรับนำเข้าของรถยนต์ที่ส่งเข้ามาสหรัฐฯ ตั้งแต่วันที่ 2 เมษายน “หากแคนาดาไม่ยกเลิกอัตราภาษีนำเข้าแสนชั่วร้ายที่บังคับใช้มานานสำหรับสินค้าอื่น ๆ ด้วย”
และหลังได้รับทราบข่าวนี้ ดัก ฟอร์ด มุขมนตรีมณฑลออนแทรีโอ ให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ MSNBC ว่า ตนจะไม่ยอมถอยและจะเดินหน้าต่อไป พร้อมกล่าว “ขอโทษต่อชาวอเมริกันที่ปธน.ทรัมป์ตัดสินใจทำการโจมตีประเทศของเรา แม้ไม่ได้ถูกยั่วยุแต่อย่างใด”
รอยเตอร์ระบุว่า มีประชาชนราว 1.5 ล้านครัวเรือนในพื้นที่ 3 รัฐของสหรัฐฯ ซึ่งรับไฟฟ้าจากออนแทรีโอ
ข่าวคำประกาศล่าสุดของทรัมป์ส่งผลให้ตลาดหุ้นร่วงทันที โดยดัชนี S&amp;P 500 ปรับลดกว่า 1% เพราะนักลงทุนกังวลว่า การขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ จะทำให้การขยายตัวของเศรษฐกิจของประเทศมีปัญหา และทำให้ค่าเงินเฟ้อพุ่งขึ้นอีกครั้ง ขณะที่ ดัชนี S&amp;P/TSX Composite ของตลาดหุ้นโตรอนโต ลดลง 0.6% และค่าเงินดอลลาร์แคนาดาอ่อนลงแตะระดับต่ำสุดในรอบสัปดาห์ เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ
อย่างไรก็ดี ในเวลาต่อมา ฟอร์ดตกลงที่จะระงับการขึ้นราคาค่าไฟ 25% ไว้ก่อน และจะพบกับ ฮาวเวิร์ด ลัตนิก รัฐมนตรีพาณิชย์สหรัฐฯ เพื่อหารือสถานการณ์นี้ในวันพฤหัสบดี


ที่มา: เอพีและรอยเตอร์</description>
            <link>https://www.voathai.com/a/trump-doubles-planned-tariffs-on-canadian-steel-and-aluminum-to-50-as-trade-war-intensifies/8006799.html</link> 
            <guid>https://www.voathai.com/a/trump-doubles-planned-tariffs-on-canadian-steel-and-aluminum-to-50-as-trade-war-intensifies/8006799.html</guid>            
            <pubDate>Tue, 11 Mar 2025 22:34:58 +0700</pubDate>
            <category>การเมืองสหรัฐฯ</category><category>สหรัฐฯ</category><author>thai@voanews.com (AP, Reuters)</author><enclosure url="https://gdb.voanews.com/d1d7e844-1161-4434-aa5e-57052d323268_w800_h450.jpg" length="0" type="image/jpeg"/>
        </item>		
        <item>
            <title>สหรัฐฯ กลับมาให้ความช่วยเหลือทางทหารแก่ยูเครน หลังประชุมดีลสันติภาพที่ซาอุฯ</title>
            <description>หลังการประชุมในช่วงเช้าวันอังคารระหว่างตัวแทนของวอชิงตันและเคียฟที่ซาอุดีอาระเบีย รัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยกเลิกการระงับความช่วยเหลือทางทหารและการแบ่งปันข้อมูลข่าวกรองกับยูเครน ขณะที่ ยูเครนส่งสัญญาณพร้อมรับข้อตกลงหยุดยิง 30 วันหากรัสเซียยอมรับข้อเสนอ
สหรัฐฯ ระงับความช่วยเหลือดังกล่าวให้ยูเครนเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เพื่อกดดันให้ประธานาธิบดีโวโลดีเมียร์ เซเลนสกี ยอมร่วมโต๊ะเจรจาข้อตกลงยุติสงครามที่เริ่มจากการรุกรานยูเครนโดยรัสเซียในช่วงต้นปี 2022
การยืนยันการตัดสินใจกลับมาให้ความช่วยเหลือทางทหารและข่าวกรองโดยสหรัฐฯ เกิดขึ้นหลังการประชุมที่นครเจดดาห์ ซาอุดีอาระเบีย ในวันอังคาร ที่รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ มาร์โค รูบิโอ และที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติประจำทำเนียบขาว ไมค์ วอลต์ซ ร่วมโต๊ะหารือกับ อันดรีย์ เยอร์มัก หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่ของทำเนียบประธานาธิบดียูเครน พร้อมกับ อันดรี ซีบิฮา รัฐมนตรีต่างประเทศ รัสเตม อูเมรอฟ รัฐมนตรีกลาโหมและพาฟโล พาลิซา ผู้บัญชาการกองทัพ
นี่คือการประชุมครั้งแรกระหว่างสองฝ่าย นับตั้งแต่เกิดเหตุขึ้นเสียงโต้กันระหว่างปธน.ทรัมป์ และปธน.เซเลนสกี ที่ทำเนียบขาวเมื่อเกือบ 2 สัปดาห์ก่อน
อันดรีย์ เยอร์มัก หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่ของทำเนียบประธานาธิบดียูเครน บอกกับผู้สื่อข่าวก่อนเริ่มประชุมว่า ยูเครนนั้นพร้อม “ที่จะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้สันติภาพ” และเมื่อถูกถามว่า ยูเครนกำลังพยายามหาการรับประกันด้านความมั่นคงอยู่หรือไม่ เยอร์มักตอบว่า “ใช่” และว่า ยูเครนต้องการที่จะมั่นใจว่า รัสเซียจะไม่ทำการรุกรานซ้ำอีกต่อไป
รมต.รูบิโอกล่าวว่า สหรัฐฯ จะส่งข้อเสนอหยุดยิงที่เป็นข้อสรุปจากการประชุมนี้ให้เครมลินต่อไป พร้อมระบุว่า “เราจะบอกพวกเขาว่า นี่คือทุกอย่างที่มีให้พิจารณา ยูเครนพร้อมที่จะหยุดยิงและเริ่มพูดคุยแล้ว และตอนนี้ ก็ขึ้นอยู่กับพวกเขา(รัสเซีย) ว่า จะตอบรับ หรือไม่”
ความคืบหน้าในการผลักดันให้เกิดสันติภาพในยุโรปนี้เกิดขึ้น หลังรัสเซียยิงโดรนจำนวน 343 ลำของยูเครนตก ในการโจมตีที่ได้ชื่อว่า รุนแรงที่สุดจากฝั่งกรุงเคียฟ นับตั้งแต่สงครามนี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อกว่า 3 ปีก่อน ตามรายงานของเอพี
ยูเครนและสหรัฐฯ ยังไม่ได้ออกมาให้ความเห็นเกี่ยวกับเหตุโจมตีดังกล่าวที่เกิดขึ้นในพื้นที่ 10 แคว้นของรัสเซีย และทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 คนและบาดเจ็บ 18 คนซึ่งรวมถึงเด็ก 3 คน อ้างอิงข้อมูลจากเจ้าหน้าที่รัสเซีย
ขณะเดียวกัน รัสเซียส่งโดรน 126 ลำและยิงขีปนาวุธวิถีโค้งพิสัยไกลเข้าใส่ยูเครนด้วย ตามการเปิดเผยของกองทัพอากาศยูเครน


คำถาม: แล้วจะเกิดอะไรขึ้นกับข้อตกลงสินแร่หายาก?หนึ่งในหัวใจหลักของการเป็นตัวกลางของสหรัฐฯ ในการเจรจายุติสงครามนี้คือ สินแร่หายากของยูเครน หลังปธน.ทรัมป์แสดงความสนใจที่จะเดินหน้ามอบความช่วยเหลือทางทหารให้กรุงเคียฟ เพื่อแลกกับการที่สหรัฐฯ เข้าถึงทรัพยากรนี้ของยูเครน
สินแร่กว่า 40 ชนิด ซึ่งรวมถึงสินแร่ที่หายากหลายประเภท และนิกเกิลและลิเธียม คือ ทรัพยากรที่มีความสำคัญสำหรับเศรษฐกิจและงานด้านกลาโหมของสหรัฐฯ ขณะที่ ยูเครนมียูเรเนียม ลิเธียมและไทเทเนียมจำนวนมากอยู่ในมือ
ก่อนหน้าการประชุมที่เจดดาห์ รมต.รูบิโอชี้แจงว่า การบรรลุข้อตกลงด้านทรัพยากรสินแร่หายากของยูเครนนั้นไม่ใช่จุดประสงค์หลักในการหารือในวันอังคาร และระบุว่า “มีรายละเอียดมากมายที่ต้องหารือกัน และ ณ จุดนี้ เราเพียงอาจจะลงนามข้อตกลงที่เฉพาะเจาะจง มากกว่าทำบันทึกความเข้าใจ (MOU)”
รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวชื่นชมอังกฤษและฝรั่งเศสที่เข้ามามีบทบาทในการหารือกับยูเครน และบอกกับ วีโอเอ ด้วยว่า ยังไม่มีการหารือว่า จีนจะมีส่วนร่วมในกระบวนการฟื้นฟูและรักษาสันติภาพในยูเครนหลังสงครามสิ้นสุดลงหรือไม่
สำหรับฝั่งยูเครน เจ้าหน้าที่บอกกับเอพีว่า สิ่งที่เตรียมเสนอเข้าไปในแผนสงบศึกคือ การหยุดยิงในพื้นที่ต่าง ๆ ที่รวมถึงในทะเลดำ ซึ่งจะทำให้การเดินเรือปลอดภัยขึ้น และการหยุดใช้ขีปนาวุธพิสัยไกลโจมตีพลเรือนในยูเครน รวมทั้งการปล่อยตัวเชลยศึกด้วย
เจ้าหน้าที่ 2 คนของยูเครนเปิดเผยด้วยว่า กรุงเคียฟพร้อมจะลงนามในข้อตกลงกับสหรัฐฯ เพื่อเปิดทางให้เข้าถึงสินแร่หายาก ตามที่ทรัมป์สนใจ




ข้อมูลบางส่วนมาจากเอพี เอเอฟพีและรอยเตอร์</description>
            <link>https://www.voathai.com/a/ukraine-to-present-peace-plan-in-talks-with-us/8006763.html</link> 
            <guid>https://www.voathai.com/a/ukraine-to-present-peace-plan-in-talks-with-us/8006763.html</guid>            
            <pubDate>Tue, 11 Mar 2025 22:08:27 +0700</pubDate>
            <category>สงครามรัสเซีย-ยูเครน</category><category>สหรัฐฯ</category><category>โลก</category><author>thai@voanews.com (VOA)</author><enclosure url="https://gdb.voanews.com/6db83ec6-6eb5-4b15-3107-08dd5c897904_w800_h450.jpg" length="0" type="image/jpeg"/>
        </item>		
        <item>
            <title>สหรัฐฯ-ยูเครนเตรียมเจรจาที่ซาอุฯ ปูทางยุติสงครามกับรัสเซีย</title>
            <description>รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ มาร์โค รูบิโอ เดินทางถึงเมืองเจดดาห์ แห่งซาอุดีอาระเบีย เพื่อเตรียมหารือกับตัวเเทนของยูเครน ในความพยายามให้เกิดเเนวทางยุติสงครามที่ดำเนินมากว่า 3 ปีหลังจากรัสเซียบุกยูเครน


แถลงการณ์อย่างเป็นทางการระบุว่าภารกิจต้องการ &quot;ทำให้เกิดความคืบหน้าต่อเป้าหมายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เพื่อให้สงครามรัสเซีย-ยูเครนยุติลง&quot;


การเยือนครั้งนี้เกิดขึ้น ไม่นานหลังจากที่ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกีแห่งยูเครนพยายามฟื้นบรรยากาศตึงเครียดที่เกิดจากการพบกันระหว่างเขาและประธานาธิบดีทรัมป์ ที่ทำเนียบขาวในกรุงวอชิงตันเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ โดยผู้นำยูเครนได้ส่งจดหมายเเสดงความสมานฉันท์ไปยังผู้นำสหรัฐฯ


ทรัมป์กล่าวเมื่อวันศุกร์ว่า &quot;ผมคิดว่าเราไปได้ดีกับรัสเซีย เเต่ตอนนี้ พวกเขาทิ้งระเบิดลงยูเครนอย่างหนัก ส่วนยูเครนนั้นผมพบว่าดีลกับยูเครนได้ยากขึ้น&quot;




หนึ่งในวิธีการที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ใช้เพื่อให้ประเทศที่เกี่ยวข้องยอมเจรจากัน คือการระงับความช่วยเหลือทางทหารแก่กองทัพรัฐบาลเคียฟ และขู่ใช้มาตรการลงโทษต่อรัสเซีย


นักวิเคราะห์กล่าวว่า การผลักดันให้เกิดข้อตกลงเป็นสิ่งสำคัญทางการเมืองสำหรับทรัมป์


วิลเลียม พอเมอรานซ์ นักวิจัยอาวุโสแห่งสถาบันเคนเเนน (Kennan Institute) กล่าวว่า &quot;เขาเดิมพันความเป็นประธานาธิบดีจากการให้เกิดความตกลงอย่างใดอย่างหนึ่ง และผมไม่ทราบ คือว่ามันมีตัวเเสดงมากมาย ระหว่างการเจรจาเหล่านั้น ไม่ว่าจะเป็นรัสเซีย ยูเครน และอียู&quot;


คาดว่าที่เมืองเจดดาห์ การเจรจาระหว่างผู้เเทนสหรัฐฯ และยูเครนจะดำเนินไปจนถึงวันที่ 12 มีนาคม


นอกจากรัฐมนตรีรูบิโอแล้ว ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐฯ ไมค์ วอลต์ซ เป็นตัวเเทนอีกคนหนึ่งจากทำเนียบขาวที่ไปร่วมเจรจาที่ซาอุดีอาระเบีย


แหล่งข่าวจากรัฐบาลอเมริกันกล่าวว่า สิ่งที่ฝ่ายสหรัฐฯ มุ่งหวังให้เกิดขึ้นจากการประชุมครั้งนี้คือกรอบความตกลงสันติภาพและการหยุดยิงระหว่างรัสเซียเเละยูเครน


ก่อนหน้านี้ราว 3 สัปดาห์ สหรัฐฯ หารือกับรัสเซียที่กรุงริยาร์ด ในซาอุดีอาระเบียไปเเล้ว


ฝ่ายยูเครนระบุว่า &quot;ตั้งใจอย่างเต็มที่&quot; ที่จะให้เกิดการเจรจาอย่างสร้างสรรค์ กับสหรัฐฯ และหวังว่า &quot;จะพูดคุยและตกลงกันในเรื่องที่ต้องตัดสินใจและก้าวย่างต่าง ๆ ที่สำคัญ&quot;


ประธานาธิบดีเซเลนสกีกล่าวผ่านเเพลตฟอร์ม X เมื่อวันเสาร์ว่า &quot;ยูเครนพยายามเเสวงหาสันติภาพตั้งเเต่วินาทีเเรกของสงครามครั้งนี้ ข้อเสนอที่เป็นไปตามสถานการณ์จริงวางอยู่บนโต๊ะเเล้ว กุญเเจสำคัญคือการเดินหน้าอย่างรวดเร็วและได้ผล&quot;


และในเวลาเดียวกัน ผู้สนับสนุนยูเครนออกมาเเสดงพลังที่กรุงวอชิงตันเมื่อวันเสาร์ ส่วนเจ้าหน้าที่รัฐบาลเคียฟออกมาประณามการโจมตีหลายชุดของรัสเซียที่เขตดอแนตสก์รวมทั้งภูมิภาคอื่น ๆ


หลังจากซาอุดีอาระเบีย จุดหมายถัดไปของรัฐมนตรีรูบิโอคือเมืองชาร์เลอวัวซ์ ประเทศเเคนาดา ซึ่งเป็นเจ้าภาพการประชุมของกลุ่มจี7 ระหว่างวันที่ 12 - 14 มีนาคม


ทั้งนี้ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ กลุ่มจี7 ประชุมนอกรอบที่เวที Munich Security Conference โดยรัฐมนตรีของประเทศสมาชิกออกเเถลงการณ์ร่วมที่ย้ำถึงความพยายามให้เกิด &quot;สันติภาพที่คงทน&quot; และ &quot;ความจำเป็นที่จะสร้างการการันตีที่แข็งแกร่งด้านความมั่นคงต่อยูเครน&quot;


แถลงการณ์ดังกล่าวระบุด้วยว่า &quot;การใช้มาตรการลงโทษเพิ่มเติมใด ๆ หลังจากเดือนกุมภาพันธ์ ควรยึดโยงกับเรื่องที่ว่ารัสเซียดำเนินความพยายามที่จริงจังและจริงใจหรือไม่เพื่อทำให้เกิดการยุติลงอย่างยั่งยืนของสงครามกับยูเครน&quot;



	ที่มา: วีโอเอ


 

</description>
            <link>https://www.voathai.com/a/us-ukraine-saudi-talks-russia-war/8005803.html</link> 
            <guid>https://www.voathai.com/a/us-ukraine-saudi-talks-russia-war/8005803.html</guid>            
            <pubDate>Tue, 11 Mar 2025 04:46:19 +0700</pubDate>
            <category>โลก</category><category>สหรัฐฯ</category><category>สงครามรัสเซีย-ยูเครน</category><author>thai@voanews.com (VOA)</author><enclosure url="https://gdb.voanews.com/35ffcb9c-a250-4410-af31-62d6cf801afa_w800_h450.jpg" length="0" type="image/jpeg"/>
        </item>		
        <item>
            <title>&quot;ออนแทรีโอ&quot; สั่งขึ้นค่าไฟผู้บริโภคอเมริกา 25%-ตอบโต้สงครามการค้าทรัมป์</title>
            <description>มุขมนตรีมณฑลออนแทรีโอ ประเทศแคนาดา ประกาศสั่งขึ้นค่าไฟ 25% สำหรับผู้บริโภคชาวอเมริกันที่รับไฟฟ้าจากประเทศเพื่อนบ้านทางเหนือนี้ไปใช้งาน เพื่อตอบโต้การทำสงครามการค้าของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ตามรายงานของสำนักข่าวเอพี


มณฑลออนแทรีโอคือ เขตการปกครองที่มีประชากรหนาแน่นที่สุดของแคนาดาและเป็นผู้ผลิตไฟฟ้าส่งให้พื้นที่รัฐมินนิโซตา นิวยอร์กและมิชิแกนของสหรัฐฯ


ดัก ฟอร์ด มุขมนตรีของมณฑลนี้ กล่าวระหว่างการแถลงข่าวในนครโตรอนโตว่า ตนไม่ลังเลเลยในการสั่งปรับขึ้นค่าไฟ และหากสหรัฐฯ ทำให้สถานการณ์การค้าระหว่างสองประเทศตึงเครียดขึ้นไปกว่าที่เป็นอยู่ ตนจะสั่งให้ปิดการส่งไฟให้ผู้บริโภคอเมริกันทันที


ฟอร์ดกล่าวด้วยว่า “เชื่อเถอะ ผมไม่ต้องการจะทำอย่างนี้เลย ผมรู้สึกแย่แทนคนอเมริกันที่ไม่ได้เป็นคนเริ่มสงครามการค้านี้ คน ๆ เดียวที่ต้องรับผิดชอบคือ ประธานาธิบดีทรัมป์”


มุขมนตรีมณฑลออนแทรีโอกล่าวด้วยว่า จะเดินหน้าการเก็บภาษีดังกล่าวต่อไป แม้ปธน.ทรัมป์จะสั่งเลื่อนการบังคับใช้มาตรการเก็บภาษีนำเข้าสินค้าแคนาดาอัตรา 25% เป็นเวลา 4 สัปดาห์ก็ตาม เพราะ 1 เดือนของการระงับการใช้นโยบายนี้ไม่ได้มีผลดีอะไรเลย แต่ยังนำมาซึ่งความไม่แน่นอนยิ่งกว่าเดิมด้วย ขณะที่ มณฑลควิเบกก็กำลังพิจารณาจะดำเนินมาตรการขึ้นภาษีค่าไฟที่ส่งไปสหรัฐฯ เช่นกัน




ตามข้อมูลจากสำนักงานมุขมนตรีมณฑลออนแทรีโอ กฎใหม่นี้ระบุว่า ผู้ผลิตไฟฟ้าในแคนาดาที่ขายไฟฟ้าให้สหรัฐฯ ต้องคิดค่าธรรมเนียมเพิ่ม 25% โดยมณฑลแห่งนี้คาดว่า มาตรการดังกล่าวจะทำให้มีรายได้เพิ่มวันละ 208,000-277,000 ดอลลาร์ “ซึ่งจะถูกนำไปใช้สนับสนุนเจ้าหน้าที่ สมาชิกในครอบครัวและบริษัทในออนแทรีโอ”


ค่าธรรมเนียมนี้เป็นส่วนที่คิดเพิ่มเติมจากภาษีโต้ตอบมูลค่า 21,000 ล้านดอลลาร์ที่รัฐบาลกลางแคนาดาสั่งดำเนินการเก็บจากสินค้าต่าง ๆ ของสหรัฐฯ ตั้งแต่น้ำส้มคั้น ไปจนถึงเนยถั่ว กาแฟ เครื่องใช้ในครัวเรือน รองเท้า เครื่องสำอาง รถจักรยานยนต์และผลิตภัณฑ์กระดาษและเยื่อกระดาษบางประเภท


ทั้งนี้ ประเด็นสงครามการค้าเพราะนโยบายของทรัมป์และการที่ผู้นำทำเนียบขาวเรียกแคนาดาว่าเป็น รัฐที่ 51 ของสหรัฐฯ ทำให้ชาวแคนาดาโกรธเคืองมาก จนมีคนทำเสียงโห่ระหว่างมีการบรรเลงเพลงชาติสหรัฐฯ ที่การแข่งขันฮอกกี้ NHL และบาสเก็ตบอล NBA ไปแล้ว ขณะที่ บางคนตัดสินใจยกเลิกแผนการท่องเที่ยวในสหรัฐฯ และหลายคนหลีกเลี่ยงการซื้อสินค้าอเมริกันบ้างแล้ว


ดัก ฟอร์ด มุขมนตรีของมณฑลออนแทรีโอ ยังเปิดเผยด้วยว่า มณฑลแอลเบอร์ตาได้ตกลงที่จะคิดภาษีส่งออกสำหรับน้ำมันด้วย โดยมณฑลแห่งนี้ส่งน้ำมันถึง 4.3 ล้านบาร์เรลไปสหรัฐฯ ในแต่ละวัน


แม้ทรัมป์จะกล่าวอ้างว่า สหรัฐฯ ไม่ต้องพึ่งพาน้ำมันจากแคนาดา ข้อมูลชี้ว่า เกือบ 1 ใน 4 ของน้ำมันที่สหรัฐฯ ใช้อยู่นั้นมาจากประเทศเพื่อนบ้านทางเหนือแห่งนี้ ขณะที่ ราว 60% ของน้ำมันดิบที่อเมริกานำเข้ามาจากแคนาดาเช่นกัน และ 85% ของไฟฟ้าที่สหรัฐฯ นำเข้าก็มาจากแคนาดา


 


 



	ที่มา: เอพี

</description>
            <link>https://www.voathai.com/a/ontario-slaps-25-tax-increase-on-electricity-exports-to-us-in-response-to-trump-s-trade-war/8005880.html</link> 
            <guid>https://www.voathai.com/a/ontario-slaps-25-tax-increase-on-electricity-exports-to-us-in-response-to-trump-s-trade-war/8005880.html</guid>            
            <pubDate>Tue, 11 Mar 2025 04:16:20 +0700</pubDate>
            <category>สหรัฐฯ</category><category>ธุรกิจ</category><category>การเมืองสหรัฐฯ</category><author>thai@voanews.com (AP)</author><enclosure url="https://gdb.voanews.com/902f01b7-76be-43dd-932f-734bbfa5d7e6_w800_h450.jpg" length="0" type="image/jpeg"/>
        </item>		
        <item>
            <title>รื้อถนน “Black Lives Matter” ใกล้ทำเนียบขาว หลังทรัมป์-คองเกรสกดดันหนัก</title>
            <description>คนงานในกรุงวอชิงตันเริ่มการลบชื่อ Black Lives Matter ที่มีการทาสีไว้บนถนนสายหนึ่งซึ่งอยู่ไม่ไกลจากทำเนียบขาวในวันจันทร์ ขณะที่ นายกเทศมนตรีของเมืองหลวงของสหรัฐฯ พยายามต่อสู้กับแรงกดดันมากมายจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์และสภาคองเกรสที่พรรครีพับลิกันคุมเสียงข้างมากอยู่


เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว มิวเรียล เบาเซอร์ นายกเทศมนสตรีหญิงกรุงวอชิงตัน ระบุในโพสต์ทางแพลตฟอร์มเอ็กซ์ (X) ว่า “ภาพวาดตามผนังเป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้คนนับล้านและช่วยให้เมืองของเราผ่านพ้นช่วงเวลาอันแสนเจ็บปวด แต่ตอนนี้ เราไม่อาจยอมให้การแทรกแซงอันไร้สาระจากคองเกรสทำให้เราเขวไปได้ ผลกระทบที่สร้างความเสียหายจากการปลดเจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางต้องเป็นความกังวลอันดับหนึ่งของเรา”


ความเห็นดังกล่าวของเบาเซอร์แสดงอย่างชัดเจนของการปรับเปลี่ยนจุดยืนเกี่ยวกับทรัมป์และสมาชิกรัฐสภาสหรัฐฯ ที่สังกัดพรรครีพับลิกันของนายกเทศมนตรีหญิงผู้นี้ เมื่อเทียบกับเมื่อครั้งสมัยแรกของรัฐบาลทรัมป์




เมื่อเกือบ 5 ปีก่อน เบาเซอร์ซึ่งเป็นสมาชิกพรรคเดโมแครต สั่งให้มีการทาสีชื่อ Black Lives Matter บนถนนใจกลางเมืองหลวง และเปลี่ยนชื่อทางแยกตรงจุดนั้นให้เป็น Black Lives Matter Plaza เพื่อแสดงการขัดขืนทางสังคม หลังเกิดเหตุประท้วงหนักติดต่อกันหลายวันที่บริเวณดังกล่าว เพราะเหตุการใช้ความรุนแรงของตำรวจในนครมินนิอาโปลิสจนทำให้ชายชาวอเมริกันเชื้อสายแอฟริกา จอร์จ ฟลอยด์ เสียชีวิต


ในครั้งนั้น การที่เบาเซอร์เปิดทางให้มีการชุมนุมประท้วงโดยสันติเพื่อเรียกร้องความยุติธรรมให้กับ จอร์จ ฟลอยด์ ทำให้เกิดความขัดแย้งกับทรัมป์ที่กล่าวหานายกเทศมนตรีกรุงวอชิงตันว่า ควบคุมความสงบของเมืองไม่อยู่และขู่จะใช้อำนาจประธานาธิบดีเข้าควบคุมหน่วยงานตำรวจของเมืองหลวงสหรัฐฯ แม้จะไม่ได้ทำตามคำขู่ก็ตาม


แต่ในสมัย 2 ของรัฐบาลทรัมป์ เบาเซอร์เลือกใช้วิธีที่จะหลีกเลี่ยงการสร้างความขัดแย้งต่าง ๆ กับผู้นำสหรัฐฯ และยังได้เดินทางไปยังบ้านพักตากอากาศ มาร์-อะ-ลาโก ของทรัมป์หลังทราบผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2024 ก่อนจะออกมาประกาศเกี่ยวกับประเด็นที่ทั้งสองเห็นพ้องต้องกัน เช่น การสั่งให้เจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางกลับมาทำงานที่สำนักงานเต็มเวลาอีกครั้ง เป็นต้น




ถึงกระนั้น เมื่อเร็ว ๆ นี้ ทรัมป์เริ่มออกมาพูดถึงแผนการเข้าควบคุมเมืองหลวงของสหรัฐฯ โดยอ้างว่า เป็นพื้นที่ที่เต็มไปด้วยอาชญากรรม การขีดเขียนและวาดตามกำแพงและผนัง รวมทั้งปัญหาคนไร้บ้านตั้งเต็นท์นอนอยู่ทั่วเมือง ขณะที่ พรรครีพับลิกันพยายามส่งสัญญาณขู่ออกมาหลายครั้งว่า จะดำเนินการแทรกแซงการบริหารกรุงวอชิงตัน ซึ่งรวมถึงการเสนอร่างกฎหมาย Bowser Act ที่มีจุดประสงค์ยกเลิกกฎหมาย Home Rule Act ปี 1973 ที่ให้เมืองหลวงของประเทศมีอำนาจปกครองตนเองแบบจำกัด


ในอีกมุมหนึ่ง การที่เบาเซอร์ออกตัวสนับสนุนการเคลื่อนไหว Black Lives Matter ไม่ได้ชนะใจนักเคลื่อนไหวนักในปี 2020 เพราะกลุ่มผู้สนับสนุนเรื่องนี้มองว่า นายกเทศมนตรีหญิงผู้นี้ทำไปเพื่อให้คนเห็นว่าได้ทำ และหลังเบาเซอร์โพสต์ข้อความเรียกร้องให้ผู้คนสนใจเรื่องการลดขนาดรัฐบาลกลางมากกว่าเรื่องการรื้อถนน เน เน เทย์เลอร์ ผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่ม D.C. Black Lives Matter ก็ออกมาให้ความเห็นว่า “(เบาเซอร์)ไม่เคยแคร์เรื่องของ Black Lives Matter การทาสีถนนนั้นก็เป็นแค่การทำให้คนดูเท่านั้น”


 


 



	ที่มา: เอพี

</description>
            <link>https://www.voathai.com/a/crews-remove-black-lives-matter-street-mural-near-white-house/8005784.html</link> 
            <guid>https://www.voathai.com/a/crews-remove-black-lives-matter-street-mural-near-white-house/8005784.html</guid>            
            <pubDate>Tue, 11 Mar 2025 03:04:15 +0700</pubDate>
            <category>การเมืองสหรัฐฯ</category><category>สหรัฐฯ</category><author>thai@voanews.com (AP)</author><enclosure url="https://gdb.voanews.com/2f690af3-c74a-45f1-306f-08dd5c897904_w800_h450.jpg" length="0" type="image/jpeg"/>
        </item>		
        <item>
            <title>รูบิโอเผยยกเครื่อง USAID เสร็จสิ้น ตัดทิ้งโครงการช่วยเหลือ 83% </title>
            <description>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ มาร์โค รูบิโอ กล่าวในวันจันทร์ว่า กระบวนการยกเครื่องขององค์กรเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐฯ​ หรือ USAID (U.S. Agency for International Development) เสร็จสิ้นแล้วหลังจากใช้เวลา 6 สัปดาห์ และมีโครงการพัฒนาที่เหลือรอดมาราว 18% ซึ่งจะได้รับเงินสนับสนุนต่อไป


คำประกาศของรัฐมนตรีรูบิโอถูกโพสต์ในสื่อสังคมออนไลน์ X ในวันจันทร์ ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในรอบ 60 ปีของโครงการความช่วยเหลือต่าง ๆ ภายใต้การดูแลของ USAID ที่ถูกสั่งปิดชั่วคราวจากคำสั่งของรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และคณะทำงานของหน่วยงานเพื่อประสิทธิภาพรัฐบาล หรือ DOGE (Department of Government Efficiency) ที่นำโดยอิลอน มัสก์


รูบิโอกล่าวขอบคุณ DOGE และระบุว่า &quot;เจ้าหน้าที่ของเราทำงานอย่างหนักเป็นเวลาหลายชั่วโมงเพื่อให้การปฏิรูปครั้งประวัติศาสตร์ด้านความช่วยเหลือต่างประเทศนี้บรรลุผล&quot;


เมื่อเดือนมกราคม ประธานาธิบดีทรัมป์ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหารให้ระงับเงินช่วยเหลือต่างประเทศและทบทวนโครงการความช่วยเหลือและพัฒนาในต่างประเทศทั้งหมดมูลค่าหลายหมื่นล้านดอลลาร์ โดยระบุว่า ความช่วยเหลือส่วนใหญ่นั้นสูญเปล่าและถูกนำไปใช้สนับสนุนแนวคิดเสรีนิยม


และในวันจันทร์ รัฐมนตรีรูบิโอยืนยันว่า การทบทวนโครงการเหล่านั้น &quot;เสร็จสิ้นแล้วอย่างเป็นทางการ&quot; โดยมีโครงการของ USAID ถูกตัดทิ้งราว 5,200 โครงการจากทั้งหมด 6,200 โครงการ




รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุใน X ว่า โครงการเหล่านั้น &quot;ใช้เงินหลายหมื่นล้านดอลลาร์ในแนวทางที่ไม่เป็นประโยชน์ (และในบางกรณีกลายเป็นอันตราย) ต่อผลประโยชน์หลักแห่งชาติของสหรัฐฯ&quot;


และว่า &quot;เรามุ่งหวังว่าโครงการที่เหลืออยู่อีก 18% จะได้รับการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นภายใต้การดูแลของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ&quot;


อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีรายละเอียดว่าโครงการที่รอดจากการถูกตัดนั้นมีอะไรบ้าง และกระทรวงการต่างประเทศจะบริหารโครงการเหล่านั้นอย่างไร


ด้านสมาชิกรัฐสภาจากพรรคเดโมแครตหลายคนกล่าวว่า การสั่งปิดโครงการที่ได้รับการรับรองรัฐสภาสหรัฐฯ ถือเป็นการละเมิดกฎหมาย และจำเป็นต้องผ่านการอนุมัติจากรัฐสภาสหรัฐฯ เสียก่อน


USAID เป็นที่หมายตาของผู้ที่ต้องการตัดลดงบประมาณมาระยะหนึ่งเเล้ว องค์กรนี้ดูเเลเรื่องโครงการพัฒนา งานด้านความมั่นคง และความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ในประเทศต่าง ๆ รวมแล้ว 120 ประเทศ


ไม่กี่สัปดาห์หลังคำสั่งฝ่ายบริหารของทรัมป์ มีเจ้าหน้าที่ของ USAID หลายคนในหลายประเทศที่ถูกปลดจากตำแหน่งหรือถูกพักงาน รวมทั้งยกเลิกโครงการความช่วยเหลือและพัฒนาต่าง ๆ หลายพันโครงการ ส่งผลให้หน่วยงานที่ทำงานรูปแบบเดียวกันต้องปลดคนออกจากงาน หรือพักงานจำนวนมากเช่นกัน


การปิดการทำงานของ USAID ทำให้มีเจ้าหน้าที่และลูกจ้างจำนวนมาก รวมทั้งครอบครัวของพวกเขา ที่ตกค้างอยู่ในหลายประเทศ เฝ้ารอเงินเดือนย้อนหลังจากทางการสหรัฐฯ รวมถึงค่าใช้จ่ายในการเดินทางกลับประเทศด้วย



	ที่มา: เอพี


 

</description>
            <link>https://www.voathai.com/a/rubio-says-purge-of-usaid-programs-complete-with-83-of-agency-s-programs-gone-/8005170.html</link> 
            <guid>https://www.voathai.com/a/rubio-says-purge-of-usaid-programs-complete-with-83-of-agency-s-programs-gone-/8005170.html</guid>            
            <pubDate>Mon, 10 Mar 2025 21:49:29 +0700</pubDate>
            <category>การเมืองสหรัฐฯ</category><category>สหรัฐฯ</category><author>thai@voanews.com (AP)</author><enclosure url="https://gdb.voanews.com/c50ab4f7-7c2f-4723-03cd-08dd5c8b1668_cx6_cy2_cw92_w800_h450.jpg" length="0" type="image/jpeg"/>
        </item>		
        <item>
            <title>เผยจำนวนเรือทหาร-เรือพาณิชย์จีน แซงหน้าสหรัฐฯ ไปไกล</title>
            <description>เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศว่า ตนได้จัดตั้งคณะทำงานใหม่ของทำเนียบขาว เพื่อทำหน้าที่ฟื้นฟูอุตสาหกรรมการต่อเรือของสหรัฐฯ ทั้งเรือทหารและเรือพาณิชย์ ซึ่งถือเป็นส่วนสำคัญด้านความมั่นคงแห่งชาติ และสหรัฐฯ จะเริ่มการต่อเรืออย่างรวดเร็ว ท่ามกลางการแข่งขันเชิงยุทธศาสตร์กับจีน

</description>
            <link>https://www.voathai.com/a/8004815.html</link> 
            <guid>https://www.voathai.com/a/8004815.html</guid>            
            <pubDate>Mon, 10 Mar 2025 08:10:51 +0700</pubDate>
            <category>วิดีโอจากวีโอเอ</category><category>สหรัฐฯ</category><category>วิดีโอ</category><enclosure url="https://gdb.voanews.com/1bfdebc6-5d50-4836-0395-08dd5c8b1668_tv_w800_h450.jpg" length="0" type="image/jpeg"/>
        </item>		
        <item>
            <title>‘ทรัมป์’ ยืนยันใช้นโยบายกำแพงภาษีกดดัน ปราบเฟนทานิล</title>
            <description>เจ้าหน้าที่ด้านเศรษฐกิจประจำทำเนียบข่าวเปิดเผยในวันอาทิตย์ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยืนยันที่จะคงไว้ซึ่งนโยบายกำแพงภาษีเพื่อกดดันเม็กซิโก แคนาดาและจีน ให้ดำเนินการปราบปรามและสกัดกั้นการหลั่งไหลเข้าสหรัฐฯ ของยาเสพติดเฟนทานิลให้ได้

</description>
            <link>https://www.voathai.com/a/8004813.html</link> 
            <guid>https://www.voathai.com/a/8004813.html</guid>            
            <pubDate>Mon, 10 Mar 2025 07:50:24 +0700</pubDate>
            <category>วิดีโอจากวีโอเอ</category><category>สหรัฐฯ</category><category>วิดีโอ</category><enclosure url="https://gdb.voanews.com/41a016d9-652a-48e1-09e8-08dd5c8d307c_tv_w800_h450.jpg" length="0" type="image/jpeg"/>
        </item>		
        <item>
            <title>‘ทรัมป์’ ยืนยันใช้นโยบายกำแพงภาษีกดดันเม็กซิโก-แคนาดา-จีน ปราบปรามเฟนทานิล</title>
            <description>เจ้าหน้าที่ด้านเศรษฐกิจประจำทำเนียบข่าวเปิดเผยในวันอาทิตย์ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยืนยันที่จะคงไว้ซึ่งนโยบายกำแพงภาษีเพื่อกดดันเม็กซิโก แคนาดาและจีน ให้ดำเนินการปราบปรามและสกัดกั้นการหลั่งไหลเข้าสหรัฐฯ ของยาเสพติดเฟนทานิลให้ได้


ฮาวเวิร์ด ลัตนิก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ กล่าวระหว่างให้สัมภาษณ์กับรายการ Meet the Press ทางสถานีโทรทัศน์เอ็นบีซี (NBC) ในวันอาทิตย์ว่า ถ้ายังไม่มีการหยุดของการหลั่งไหลของเฟนทานิลเข้ามาในสหรัฐฯ หรือปธน.ทรัมป์ยังไม่แน่ใจเกี่ยวกับความพยายามของประเทศเหล่านี้ ก็น่าจะมีการนำมาตรการภาษีทั้งหมดออกมาใช้งานในที่สุด


เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ผู้นำสหรัฐฯ ประกาศใช้แผนงานเรียกเก็บภาษีนำเข้าจากประเทศคู่ค้าสำคัญทั้งหมดของประเทศที่ทำให้ตลาดหุ้นหลัก 3 ตลาดร่วงหนัก ขณะที่ความสัมพันธ์ของสหรัฐฯ กับแคนาดาและเม็กซิโก ซึ่งเป็นพันธมิตรเก่าแก่ของประเทศ เพื่อนบ้านที่อยู่ติดกันและคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดตึงเครียดขึ้นมาทันที


ภายใต้แผนงานดังกล่าว สหรัฐฯ เรียกเก็บภาษีนำเข้าอัตรา 25% สำหรับสินค้าที่มาจากแคนาดาและเม็กซิโก แต่หลังมีการบังคับใช้ไม่ถึง 2 วัน ทรัมป์ประกาศยกเว้นการเก็บภาษีรถยนต์จากสองประเทศเพื่อนบ้าน ก่อนจะประกาศเลื่อนการใช้มาตรการภาษีสำหรับสินค้าเกือบทุกรายการไปอีก 4 สัปดาห์


อย่างไรก็ดี รมต.ลัตนิกกล่าวว่า สหรัฐฯ จะยังคงเดินหน้าเก็บภาษีอัตรา 25% จากเหล็กและอะลูมิเนียมที่นำเข้าสหรัฐฯ ในวันพุธหน้าตามแผน




แคนาดาและเม็กซิโก คือผู้ส่งออกผลิตภัณฑ์โลหะอันดับต้น ๆ มายังสหรัฐฯ และแคนาดาคือผู้ส่งออกอะลูมิเนียมที่มีจำหน่ายและใช้งานเกือบทั้งหมดในสหรัฐฯ


นอกจากนั้น รมต.ลัตนิกยังบอกปัดความกลัวที่ว่า มาตรการกำแพงภาษีของทรัมป์จะทำให้เกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยในประเทศ แต่ก็ยอมรับว่า การเรียกเก็บภาษีนำเข้าอัตราสูงขึ้นนี้จะทำให้ราคาสินค้าในประเทศปรับขึ้นไปด้วย


ลัตนิกกล่าวว่า “สินค้าบางประเภทที่ทำในต่างประเทศอาจมีราคาแพงขึ้น แต่สินค้าอเมริกันจะถูกลง และนั่นคือประเด็น”


อย่างไรก็ตาม ไม่มีผู้ใดออกมาอธิบายอย่างชัดเจนว่า สินค้าที่ผลิตในสหรัฐฯ จะมีราคาถูกลงได้อย่างไร ยกเว้นแต่เมื่อมีการนำไปเปรียบเทียบกับสินค้านำเข้า




ขณะเดียวกัน ในบันทึกเทปการสัมภาษณ์ที่ออกอากาศในรายการ Sunday Morning Futures ของสถานีฟ็อกซ์นิวส์ (Fox News) ทรัมป์เลี่ยงไม่ตอบคำถามเกี่ยวกับโอกาสการเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยเพราะมาตรการกำแพงภาษี และกล่าวเพียงว่า “จะมีช่วงเปลี่ยนถ่ายเกิดขึ้น เพราะว่า สิ่งที่เราทำอยู่นั้นยิ่งใหญ่มาก”


และเมื่อถูกถามเกี่ยวกับการดิ่งหนักของตลาดหุ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ทรัมป์ กล่าวเพียงว่า “อาจมีเหตุสะดุดติดขัดบ้างเล็กน้อย” และว่า “สิ่งที่ผมต้องทำก็คือ สร้างประเทศให้แข็งแรง คุณจะดูแค่ตลาดหุ้นไม่ได้ ถ้าคุณลองดูจีน พวกเขามีมุมมองยาวไกลถึง 100 ปี (แต่)เราไปทีละไตรมาส และคุณก็ทำแค่นั้นไม่ได้”


ส่วนเควิน แฮสเซตต์ ผู้อำนวยการสภาเศรษฐกิจแห่งชาติประจำทำเนียบขาว กล่าวในรายการ This Week ทางสถานีโทรทัศน์เอบีซีนิวส์ (ABC News) ว่า มาตรการภาษีของทรัมป์ที่พุ่งเป้าไปยังแคนาดา เม็กซิโกและจีน นั้นมีจุดมุ่งหมายที่จะลดการเสียชีวิตจากการใช้งานเฟนทานิลที่สูงถึงปีละหลายหมื่นคนลงให้ได้ และระบุว่า “เราเปิดฉากทำสงครามกับยาเสพติด ไม่ใช่สงครามการค้า”


 


 



	ที่มา: วีโอเอ

</description>
            <link>https://www.voathai.com/a/trump-to-keep-tariffs-to-pressure-mexico-canada-china-on-fentanyl-aides-say/8004538.html</link> 
            <guid>https://www.voathai.com/a/trump-to-keep-tariffs-to-pressure-mexico-canada-china-on-fentanyl-aides-say/8004538.html</guid>            
            <pubDate>Mon, 10 Mar 2025 05:35:19 +0700</pubDate>
            <category>การเมืองสหรัฐฯ</category><category>สหรัฐฯ</category><author>thai@voanews.com (VOA)</author><enclosure url="https://gdb.voanews.com/f36f4a2d-69a9-4fa8-0362-08dd5c8b1668_w800_h450.jpg" length="0" type="image/jpeg"/>
        </item>		
        </channel></rss>