ลิ้งค์เชื่อมต่อ

logo-print

ชาวจีนต่างแดนแห่กลับไปหลบภัยในจีน สร้างความกังวลเรื่องการระบาดระลอกสอง


please wait

No media source currently available

0:00 0:05:21 0:00

ในการแถลงข่าวที่ทำเนียบขาววันพุธ ประธานาธิบดีทรัมป์ตอบคำถามของผู้สื่อข่าวในเรื่องที่ว่า เหตุใดเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวคนหนึ่งจึงใช้คำพูดพาดพิงถึงไวรัส COVID-19 ว่า ”กังฟลู” ซึ่งดูจะเป็นการส่อเสียดถึงเชื้อไวรัสที่ทำให้มีอาการคล้ายไข้หวัดดังกล่าวว่าเป็นของจีน

โดยผู้สื่อข่าวตั้งข้อสังเกตว่า ทัศนคติทำนองนี้อาจส่งผลต่อการปฏิบัติในทางที่ไม่เหมาะสมต่อคนเชื้อสายเอเชียในสหรัฐได้หรือไม่ แต่ประธานาธิบดีทรัมป์ตอบว่า ตนเชื่อว่าไวรัสดังกล่าวเป็นโรคจากประเทศจีน

ขณะนี้ดูเหมือนสหรัฐกับจีนกำลังพยายามชี้นิ้วกล่าวโทษซึ่งกันและกันเกี่ยวกับไวรัสโควิด-19 นี้ และการเพิ่มขึ้นของผู้ติดเชื้อในสหรัฐอย่างก้าวกระโดดทำให้นักศึกษาชาวจีนจำนวนมากในสหรัฐตัดสินใจหนีภัยกลับประเทศ อย่างเช่น เจน ซาง นักศึกษาจีนผู้หนึ่งในนครนิวยอร์ก เชื่อว่าขณะนี้จีนเป็นสถานที่ปลอดภัยกว่า จากการที่ทางการจีนสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ รวมทั้งให้ความสนใจอย่างจริงจังเรื่องความปลอดภัยของสาธารณชน

นอกจากนั้น รัฐบาลจีนยังรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลสำหรับผู้ป่วยซึ่งตรงกันข้ามกับระบบประกันสุขภาพของสหรัฐ แต่ที่สำคัญที่สุด คุณเจน ซาง นักศึกษาจีนผู้นี้ให้เหตุผลว่า คนอเมริกันดูจะไม่ค่อยให้ความสนใจกับการระบาดของไวรัส COVID-19 อย่างจริงจัง

เซียน ยวน ลี นักศึกษาจีนอีกคนหนึ่งในรัฐเพนซิลเวเนีย บอกว่าเหตุผลสำคัญที่ทำให้เขาตัดสินใจเดินทางกลับจีนตอนนี้ เพราะการเรียนส่วนใหญ่สามารถทำได้ออนไลน์ แต่ที่สำคัญมากกว่าก็คือ ข้อจำกัดและความล่าช้าของการตรวจหาผู้ติดเชื้อไวรัส COVID-19 ที่จะทำให้ตัวเลขและสถานการณ์ที่เป็นจริงเลวร้ายกว่าตัวเลขที่รายงาน

ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา จีนได้เปลี่ยนฐานะจากศูนย์กลางของการระบาดมาเป็นประเทศที่ค่อนข้างปลอดภัย จากมาตรการควบคุมอย่างจริงจัง ทำให้ชาวจีนในต่างประเทศหลายหมื่นคนตัดสินใจเดินทางกลับ

ตัวเลขขณะนี้แสดงว่า มีพลเมืองจีนเดินทางทางอากาศกลับประเทศวันละราวสองหมื่นคนขณะที่ตัวเลขผู้เดินทางทางบกและทางเรือกลับประเทศนั้นสูงกว่าถึงวันละห้าเท่าตัว

อย่างไรก็ตาม การที่ชาวจีนในต่างประเทศมองว่าประเทศของตนปลอดภัยมากกว่าในขณะนี้ ได้สร้างปัญหาด้านสาธารณสุขตามมา เพราะในช่วงสี่วันที่ผ่านมามีผู้ติดเชื้อที่เดินทางเข้าประเทศมากกว่าผู้ติดเชื้อในประเทศเอง คือมีถึง 143 คน โดยส่วนใหญ่เดินทางกลับจากอิหร่านและอิตาลี

ทางการจีนได้รับมือกับพลเมืองผู้อาจติดเชื้อที่เดินทางกลับประเทศ ด้วยการตรวจหาเชื้อผู้โดยสารทุกคนบนเครื่องบิน และจะทราบผลในวันรุ่งขึ้น นอกจากนั้น สำหรับผู้ที่จะเดินทางเข้ากรุงปักกิ่งหรือเข้าไปในบางพื้นที่ รัฐบาลท้องถิ่นได้บังคับใช้มาตรการกักตัว 14 วันที่โรงแรม โดยผู้เดินทางต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง โดยไม่มีทางเลือกสำหรับการกักตัวเองที่บ้านด้วยความสมัครใจ และรัฐบาลจีนยังใช้ระบบติดตามบุคคลผู้ฝ่าฝืนคำสั่งและดำเนินคดีอาญาด้วย

นอกจากในประเทศจีนแล้ว ขณะนี้กำลังมีความกังวลเรื่องการระบาดรอบสองในประเทศหรือพื้นที่ซึ่งก่อนหน้านี้เคยได้รับคำชมว่าสามารถจัดการควบคุมการระบาดของโรคได้อย่างรวดเร็ว ได้ผล และจริงจัง เช่น ในสิงคโปร์ ไต้หวัน และฮ่องกง จากการที่พลเมืองของพื้นที่เหล่านี้เดินทางกลับจากยุโรปและตะวันออกกลางเช่นกัน

โดยเมื่อวันอังคาร มีรายงานผู้ติดเชื้อรายใหม่ในสิงคโปร์ 23 คน ในไต้หวัน 10 คน และ 5 คนในฮ่องกง

มาตรการรับมือกับการระบาดของไวรัส COVID-19 ที่ยังลักลั่นและแตกต่างกันอยู่ในแต่ละประเทศ รวมทั้งความกังวลว่าอาจกลับมีการระบาดใหม่ระลอกสองในพื้นที่ที่เคยควบคุมโรคได้นั้น ทำให้คุณพอล อนันตราจาห์ ทัมยาห์ ประธานสมาคมจุลชีวะคลินิกแห่งภาคพื้นเอเซียแปซิฟิค เตือนว่า "จะไม่มีใครในจุดใดของโลกที่ปลอดภัยจากโรคนี้ จนกว่าทุกคนในโลกจะปลอดจากเชื้อไวรัส COVID-19"

XS
SM
MD
LG