ข่าว / เอเชีย

งานวิจัยชี้ว่าคนหนุ่มสาวในอินเดียฆ่าตัวตายเป็นจำนวนมาก

งานวิจัยชิ้นใหม่พบว่าการฆ่าตัวตายเป็นสาเหตุการตายอันดับ 2 ในบรรดาคนวัยหนุ่มสาวในอินเดีย ซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศที่มีอัตราการฆ่าตัวตายสูงที่สุดในโลก

x

Multimedia

ออดิโอ
งานวิจัยชิ้นใหม่พบว่าการฆ่าตัวตายเป็นสาเหตุการตายอันดับ 2 ในบรรดาคนวัยหนุ่มสาวในอินเดีย ซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศที่มีอัตราการฆ่าตัวตายสูงที่สุดในโลก

รายงานชิ้นนี้ซึ่งได้ถูกตีพิมพ์ในวารสารสุขภาพของอังกฤษ The Lancet ชี้ว่า 56% ของผู้หญิง และ 40% ของผู้ชายที่ฆ่าตัวตายในประเทศอินเดียในปี พ.ศ. 2553 อยู่ในช่วงอายุ 15-29 ปี   
ปัญหาสุขภาพจากการตั้งครรภ์และการคลอดบุตรเป็นสาเหตุของการตายอันดับแรกของผู้หญิงในประเทศอินเดีย ในขณะที่อุบัติเหตุจราจรเป็นสาเหตุอันดับหนึ่งของผู้ชาย ส่วนการฆ่าตัวตายเป็นสาเหตุอันดับสองของทั้งสองเพศค่ะ                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                           
ผู้เขียนงานวิจัย วิครัม พาเทล จิตแพทย์แห่ง London School of Hygiene and Tropical Medicine บอกกับวีโอเอว่างานวิจัย แสดงให้เห็นว่า อัตราการาฆ่าตัวตายในอินเดียนั้นสูงขึ้นกว่าที่คาดไว้ อย่างไรก็ตามงานวิจัยนี้ไม่ได้อธิบายถึงสาเหตุ

การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของอัตรการฆ่าตัวตายในหมู่คนวัยหนุ่มสาว แต่พาเทลตั้งข้อสังเกตว่าน่าจะมีสาเหตุมาจากปัจจัยทางสังคม ได้แก่ ปัญหาทางการเงิน ความขัดแย้งระหว่างสามี ภรรยา และปัญหาสุขภาพจิต  เช่น ความหดหู่ และ การติดสุรา

นายพาเทลกล่าวว่า “งานวิจัยนี้เตือนเราว่าอัตราการฆ่าตัวตายนั้นสูงขึ้นกว่าที่เคยคาดไว้ และ อัตราการฆ่าตัวตายนี้

มีความแตกต่างกัน ในพื้นที่ต่างๆของประเทศ การฆ่าตัวตายนั้นเกิดขึ้นมากในหมู่คนหนุ่มสาว และในบางส่วนของประเทศ โดยเฉพาะในรัฐที่มีระดับการพัฒนาสูงทางตอนใต้ของประเทศ”

นายพาเทลสันนิษฐานว่าหญิงสาวในอินเดียฆ่าตัวตายเป็นจำนวนมาก เพราะว่าพวกเธอมีเสรีภาพน้อยกว่าผู้ชาย อีกทั้งยังพบกับความรุนแรงทางเพศมากกว่า เขากล่าวเสริมอีกด้วยว่าปัจจัยเหล่านี้เองที่นำไปสู่ความหดหู่และการฆ่าตัวตาย

นายพาเทลกล่าวว่า “อัตราการฆ่าตัวตายของผู้หญิงที่สูงมากนั้น เป็นเหตุให้ตัวเลขการฆ่าตัวตายในอินเดียนั้นแตกต่างจากประเทศอื่นๆ โดยเฉพาะประเทศที่พัฒนาแล้ว แต่ไม่แตกต่างมากเมื่อเทียบกับจีน”

นายพาเทลบอกว่าการฆ่าตัวตาย เป็นสาเหตุที่ทำผู้หญิงอายุน้อยหลายคนเสียชีวิต มากพอๆกับการเสียชีวิตจากการตั้งครรภ์ เขาเสริมว่าการฆ่าตัวตายนั้นสามารถป้องกันได้ง่ายพอๆกับการเสียชีวิตในขณะตั้งครรภ์ หากแต่ไม่ได้รับความสนใจเท่าที่ควรจากประชาชนและสังคมนานาชาติ
งานวิจัยชี้ว่า ในปี พ.ศ. 2553 มีผู้คนฆ่าตัวตายราว 190,000 รายในอินเดีย รองจากจีนซึ่งมีคนฆ่าตัวตายประมาณ 200,000 คน จีนและอินเดียเป็นสองประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลก

ห้องแสดงรูปภาพ

Your JavaScript is turned off or you have an old version of Adobe's Flash Player. Get the latest Flash player.
  • British Guardsmen form the honor guard during the welcome ceremony for Singapore's President Tony Tan Keng Yam at the start of a state visit at Horse Guards Parade in central London.
  • Britain's Catherine, Duchess of Cambridge, left, and Prince William, Duke of Cambridge, attend the welcome ceremony for Singapore's President Tony Tan Keng Yam at Horse Guards Parade in central London.
  • Britain is facing strong winds and rain from the remnants of Hurricane Gonzalo, local media reported. Waves crash into the shoreline at Blackpool, northern England.
  • A woman poses for a photo with the paper fold umbrellas at the occupied area in Causeway Bay, a shopping district of Hong Kong.
  • Former U.S. Secretary of State Hillary Rodham Clinton, center, gathers with legislators for a photo after speaking at a fundraiser for Democratic congressional candidates in San Francisco, Oct. 20, 2014.
  • Oscar Pistorius, left front, greets family members as he is led out of court in Pretoria, South Africa. Pistorius received a five-year prison sentence for culpable homicide in the shooting death of his girlfriend Reeva Steenkamp.
  • A worker cleans the windows at the new headquarters of the European Central Bank during a media tour at the construction site in Frankfurt, Germany. The ECB is supposed to move into the building by the end of 2014.
  • Customers shop for lanterns at a Diwali market in Mumbai, India, Oct. 20, 2014. Hindus decorate their homes and places of worship with flowers and lights during Diwali, the Hindu festival of lights, which will be celebrated across the country on Oct. 23.
  • An Atlanta Hawks cheerleader preforms during the first half of an NBA pre-season basketball game against the Charlotte Hornets in Atlanta, Georgia, USA, Oct. 20, 2014.
  • A Palestinian boy looks at statues made of fiberglass and covered with clay by Palestinian artist Eyad Sabbah, which are depictions of Palestinians who fled their houses from Israeli shelling during the most recent conflict, in Gaza City.
  • A journalist tosses a balloon into the air as he poses for his TV crew (not pictured) amongst stands for balloons that will be used in the installation "Lichtgrenze" (Border of Light) at a warehouse in Berlin.
ห้องภาพ

ห้องภาพ Joko Widodo สาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิบดีอินโดฯคนใหม่

อดีตเจ้าของบริษัทเฟอร์นิเจอร์รายใหญ่ของอินโดนีเซียและอดีตผู้ว่าการกรุงจาการ์ต้า Joko Widodo สาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิบดีคนที่ 7 ของอินโดฯอย่างเป็นทางการในวันจันทร์ ท่ามกลางปัญหาท้าทายหลายประการทั้งในประเทศและต่างประเทศ

 

VOA Thai App

แอพพลิเคชั่นจากวีโอเอไทย เพียงแค่คลิกที่รูปหรือถ่ายรูปรหัส QR เราจะพาคุณไปยัง Apple Store หรือ Google Play ได้ทันที!