ข่าว / สังคม-สิ่งแวดล้อม

การแสดงบนเวทีของนักเรียนช่วยสอนครูในเรื่องปัญหาการรังเกียจกลุ่มคนรักเพศเดียวกันในโรงเรียน

หน่วยงานไม่หวังผลกำไรในลอสเองเจลลิสใช้การแสดงบนเวที เป็นวิธีการฝึกสอนครูในการแก้ปัญหาการรังเกียจกลุ่มคนรักเพศเดียวกันในโรงเรียน เพราะครูมักไม่แน่ใจว่าควรจัดการปัญหานี้หรือไม่และอย่างไร

x

Multimedia

ออดิโอ
  • การแสดงบนเวทีของนักเรียนช่วยสอนครูในเรื่องปัญหาการรังเกียจกลุ่มคนรักเพศเดียวกันในโรงเรียน

ขนาดตัวอักษร - +
โครงการฝึกสอนครูให้เข้าใจการจัดการกับปัญหาการรังเกียจทางเพศต่อคนรักเพศเดียวกัน เริ่มต้นด้วยการแสดงบนเวที นักแสดงระดับมัธยมปลายแสดงเป็นนักเรียนมัธยมปลาย เดินเข้าไปในห้องเรียนวิชาภาษาอังกฤษ นักเรียนสามคนกำลังคุยกันเรื่องนักเรียนคนหนึ่งถูกทุบตีเมื่อวันก่อน
 
นักเรียนคนหนึ่งตั้งแง่ว่านักเรียนชายที่ถูกรุมทำร้ายเป็นเกย์และสมควรถูกทำร้าย คนที่สองบอกว่าไม่ใช่เกย์ และคนที่สามเห็นว่าเหตุการณ์นี้ไม่ใช่เรื่องตลกเพราะเป็นความรุนแรงที่อาจทำให้เสียชีวิตได้ นักเรียนเถียงกันดังขึ้นเรื่อยๆ คนแรกแหย่ว่าคนโน้นคนนี้เป็นเกย์และควรไปนั่งในกลุ่มเดียวกัน มีการทะเลาะด่าทอกันเสียงดังจนกระทั่ง Mr. McGregor ครูตะโกนห้ามให้หยุด
 
การแสดงบนเวทีเพื่อฝึกฝนครูให้รับมือกับปัญหาแบบนี้ในโรงเรียนจัดทำโดยกลุ่มเอกชนไม่หวังผลกำไรที่เรียกว่า Encompass ซึ่งมุ่งแก้ปัญหาหลายๆด้านในโรงเรียนทั่วรัฐแคลิฟอร์เนีย นักแสดงเป็นนักเรียนจากโรงเรียนมัธยม LA County High School For Arts ผู้ที่ชมการแสดงได้แก่ เจ้าหน้าที่บริหารโรงเรียน ครูแนะแนว และ ครูผู้สอน
 
คุณ Skyler Jackson ผู้อำนวยการโครงการฝึกอบรมครูนี้ ตั้งคำถามแก่ผู้นั่งชมการแสดงว่าครูประจำชั้นในเรื่องนี้ีรับมือกับประเด็นเรื่องเกย์หรือเลสเบี้ยนที่ผุดขึ้นในห้องเรียนได้อย่างไร
 
คุณแจ็คสันถามครูว่าเมื่อนักเรียนคนหนึ่งพูดจาด้วยความรังเกียจเดียจฉันท์ต่อคนกลุ่มรักเพสเดียวกัน ครูควรทำอย่างไร
 
ครูคนแรกตอบว่า ควรจะจัดการกับความก้าวร้าวและความเกลียดชังของนักเรียนคนนั้นเสียก่อน แล้วไปดูที่สาเหตุว่าทำไม ส่วนครูผู้หญิงตอบว่า ครูควรจัดการกับการทะเลาะก่อนเพราะเป็นพฤติกรรมไม่เหมาะสม มีการจดข้อเสนอแนะของครูทั้งสองลงบนกระดานแล้วนักแสดงบนเวทีเริ่มแสดงฉากเดิมอีกครั้ง แต่คราวนี้ครูประจำชั้นจัดการกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตามข้อเสนอของคุณครูที่ชมการแสดง
 
คราวนี้ ครูประจำชั้นคนเดิมสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ดีขึ้น และได้บอกให้นักเรียนเลิกแสดงความคิดเห็นต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันก่อนเพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อน
 
Kevin Blake ผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์ที่ร่วมเขียนบทละครเวทีและแสดงเป็นครูประจำชั้น Mr. McGregor กล่าวว่า ปัญหาการทำร้ายทั้งทางร่างกายและทางวาจา สร้างบรรยากาศที่เลวร้ายแก่นักเรียนทุกคนในห้องเรียน
 
เขากล่าวว่าเมื่อนักเรียนได้รับแรงกดดัน ถูกรังแก ถูกล้อเลียน หรือถูกทำร้าย ก็ไม่สามารถตั้งใจเรียนหนังสือได้ มีผลให้ไม่ประสบความสำเร็จในการเรียนอย่างที่ควรจะเป็น
 
คุณ Skyler Jackson ผู้อำนวยการโครงการฝึกอบรมครูนี้ กล่าวว่า ครูในโรงเรียนทั่วรัฐแคลิฟอร์เนียจะต้องจัดการกับปัญหานี้ตามข้อบังคับของกฏหมายแห่งรัฐที่ปกป้องสิทธิ์ของนักเรียนกลุ่มรักเพศเดียวกันและคนกลุ่มไบเซ็กชวลจากการถูกล้อเลียนและถูกรังแกในโรงเรียน ทางรัฐได้แก้ไขกฏหมายในส่วนนี้เมื่อสิบสองปีที่แล้ว  
 
มีการบังคับใช้กฏหมายคล้ายๆกันนี้ในอีกสิบสองรัฐทั่วสหรัฐอเมริกา ส่วนร่างกฏหมายของรัฐบาลกลางที่กำหนดให้โรงเรียนทุกโรงทั่วประเทศปกป้องสิทธิ์นี้ กำลังได้รับแรงหนุนทางบวกจากวุฒิสภาเพิ่มมากขึ้น 
 
โครงการฝกอบรมครูของหน่วยงาน Encompass ด้วยการแสดงเวทีเลียนแบบสถานการณ์จริงช่วยให้ครูในโรงเรียนเล็งเห็นความสำคัญของการรับมือกับสถานการณ์ให้ตรงจุด เมื่อครูทำหน้าที่ได้ดีขึ้น นักเรียนทุกคนจะรู้สึกปลอดภัยมากขึ้นภายในรั้วโรงเรียนและสามารถเรียนหนังสือได้เต็มที่

ห้องแสดงรูปภาพ

Your JavaScript is turned off or you have an old version of Adobe's Flash Player. Get the latest Flash player.
  • The Looxcie is a wearable camcorder that slips over the user’s ear. It can be paired with an Android device via Bluetooth to send video clips and also serves as an earpiece for a phone.
  • GoPro is a line of personal cameras that can be mounted on a helmet or other piece of sports equipment. The cameras are especially popular with extreme sports participants.
  • ChipSip’s Smart Glass is similar to Google Glass. It can pair with Android devices and includes a high definition screen.
  • Unlike Google Glass and Smart Glass, Glass Up looks more like a real set of glasses. The display is the center of the right lens and the information appears in the center of the wearer’s field of vision.
  • Laforge’s Icis smart glasses also incorporate a larger information display into a full pair of glasses. Laforge will be sending glasses with beta testers in mid-to-late 2014.
  • Optinvent Ora is an example of “augmented reality” glasses that put a see-through screen in the wearer’s field of vision. The glasses run on the Android operating system.
  • Meta Pro boasts that its display is 15 times larger than Google Glass, with a holographic interface. The glasses will be available to consumers in Fall of 2014.
  1. ออดิโอ Google ได้ขึ้นทะเบียนสิทธิบัตรเป็นผู้พัฒนา contact lens ที่ทำงานเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน และทำหน้าที่เป็นกล้องได้
  2. Multimedia ญาติผู้สูญหายจากเหตุเรือล่มในทะเลของเกาหลีใต้แสดงความขุ่นเคืองต่อการทำหน้าที่และให้ข่าวของทางการ
  3. ออดิโอ เด็กหนุ่มรอดชีวิตอย่างปาฏิหาริย์หลังจากที่ซ่อนตัวอยู่ในช่องล้อเครื่องบินที่บิน 5 ชั่วโมงผ่านระดับความสูงนับหมื่นเมตร และข่าวธุรกิจอื่นๆ
  4. ออดิโอ นักวิจัยอเมริกันชี้ว่าการรับประทานเนื้อแปรรูปมากเกินไปเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งลำใส้ใหญ่
  5. ออดิโอ ผู้บริหารของ Fox ถูกไล่ออกหลังจากใช้อีเมลของบริษัทเรี่ยไรเงินให้ญาติของผู้สูญหายไปกับเที่ยวบิน MH370 และข่าวธุรกิจอื่นๆ

VOA Thai App

แอพพลิเคชั่นจากวีโอเอไทย เพียงแค่คลิกที่รูปหรือถ่ายรูปรหัส QR เราจะพาคุณไปยัง Apple Store หรือ Google Play ได้ทันที!