ข่าว / สังคม-สิ่งแวดล้อม

รายงานสหรัฐระบุว่าจีนคือ “ผู้ก่อภัยคุกคามอันดับหนึ่งในโลกไซเบอร์”

x

Multimedia

ออดิโอ
  • รายงานสหรัฐระบุว่าจีนคือ “ผู้ก่อภัยคุกคามอันดับหนึ่งในโลกไซเบอร์”

ขนาดตัวอักษร - +
แม้ว่าการโจมตีทางคอมพิวเตอร์นั้นค่อนข้างยากในการติดตามหาต้นตอแต่เป้าหมายมักจะมุ่งไปที่ภาคธุรกิจ สื่อมวลชน หน่วยงานรัฐบาลและสถาบันเพื่อความมั่นคงต่างๆเป็นหลัก
 

นักวิเคราะห์หลายคนกล่าวหาว่ารัฐบาลจีนอยู่เบื้องหลังปฏิบัติการของเหล่านักล้วงข้อมูลหรือแฮกเกอร์ที่มีต้นตอมาจากจีน แต่ทางรัฐบาลจีนปฏิเสธข้อกล่าวหานั้นโดยบอกว่า คอมพิวเตอร์ของรัฐบาลจีนเองก็ตกเป็นเหยื่อของการโจมตีมากที่สุดในโลกเช่นกัน และว่าการที่การโจมตีมีที่มาจากจีนก็มิได้หมายความว่ารัฐบาลมีส่วนรู้เห็นต่อการโจมตีดังกล่าว
 
คำกล่าวหาครั้งล่าสุดในเรื่องนี้มีขึ้นในวันพฤหัสบดี เมื่อนสพ. NY Times เปิดเผยว่ามีแฮกเกอร์ซึ่งใช้วิธีคล้ายกับที่กองทัพจีนใช้ พยายามเจาะเข้ามาในฐานข้อมูลของ NY Times เพื่อตอบโต้การที่ NY Times พยายามตรวจสอบเกี่ยวกับความร่ำรวยผิดปกติของนายกฯเหวิน เจียเป่า ซึ่งตรงกับเหตุการณ์ที่มีนักข่าวของ NY Times หลายคนในประเทศจีนถูกโจมตีคอมพิวเตอร์ส่วนตัว และยังถูกข่มขู่ด้วยวิธีการอื่นๆเพื่อให้หยุดทำข่าวเรื่องนี้
 
รายงานของคณะกก.ตรวจสอบด้านความมั่นคงและศก.สหรัฐ-จีน ที่ส่งมอบให้รัฐสภาสหรัฐเมื่อเดือนพ.ย ปีที่แล้ว กล่าวหาว่าแฮกเกอร์จากจีนได้ลอบเจาะล้วงขโมยข้อมูลลับจากเครือข่ายคอมพิวเตอร์และของรัฐบาลและกองทัพสหรัฐ เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ทางการเมืองและศก. โดยระบุว่าบริษัทของรัฐบาลจีนต่างจ้างแฮกเกอร์ไว้เพื่อขโมยข้อมูลสำคัญทางการค้าจากต่างชาติเพื่อให้ได้เปรียบบริษัทคู่แข่ง รายงานฉบับนี้ยังเรียกจีนว่าเป็น “ผู้ก่อภัยคุกคามอันดับหนึ่งในโลกไซเบอร์”
 
ไม่กี่สัปดาห์ก่อน รมต.กลาโหมสหรัฐ Leon Panetta เตือนว่า สหรัฐอาจต้องเผชิญกับการโจมตีทางคอมพิวเตอร์ครั้งใหญ่ซึ่งเรียกว่า Cyber Pearl Harbor หรือการโจมตีเครือข่ายคอมพิวเตอร์สหรัฐในลักษณะปูพรมแบบเดียวกับการโจมตีฐานทัพเรือสหรัฐที่อ่าวเพิร์ล ฮาร์เบอร์ ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งหากเกิดขึ้นจริงจะส่งผลร้ายแรงต่อระบบไฟฟ้า การคมนาคมขนส่งและเครือข่ายธุรกิจการเงินทั่วสหรัฐ

ห้องแสดงรูปภาพ

Your JavaScript is turned off or you have an old version of Adobe's Flash Player. Get the latest Flash player.
  • The Looxcie is a wearable camcorder that slips over the user’s ear. It can be paired with an Android device via Bluetooth to send video clips and also serves as an earpiece for a phone.
  • GoPro is a line of personal cameras that can be mounted on a helmet or other piece of sports equipment. The cameras are especially popular with extreme sports participants.
  • ChipSip’s Smart Glass is similar to Google Glass. It can pair with Android devices and includes a high definition screen.
  • Unlike Google Glass and Smart Glass, Glass Up looks more like a real set of glasses. The display is the center of the right lens and the information appears in the center of the wearer’s field of vision.
  • Laforge’s Icis smart glasses also incorporate a larger information display into a full pair of glasses. Laforge will be sending glasses with beta testers in mid-to-late 2014.
  • Optinvent Ora is an example of “augmented reality” glasses that put a see-through screen in the wearer’s field of vision. The glasses run on the Android operating system.
  • Meta Pro boasts that its display is 15 times larger than Google Glass, with a holographic interface. The glasses will be available to consumers in Fall of 2014.
  1. ออดิโอ Google ได้ขึ้นทะเบียนสิทธิบัตรเป็นผู้พัฒนา contact lens ที่ทำงานเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน และทำหน้าที่เป็นกล้องได้
  2. Multimedia ญาติผู้สูญหายจากเหตุเรือล่มในทะเลของเกาหลีใต้แสดงความขุ่นเคืองต่อการทำหน้าที่และให้ข่าวของทางการ
  3. ออดิโอ เด็กหนุ่มรอดชีวิตอย่างปาฏิหาริย์หลังจากที่ซ่อนตัวอยู่ในช่องล้อเครื่องบินที่บิน 5 ชั่วโมงผ่านระดับความสูงนับหมื่นเมตร และข่าวธุรกิจอื่นๆ
  4. ออดิโอ นักวิจัยอเมริกันชี้ว่าการรับประทานเนื้อแปรรูปมากเกินไปเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งลำใส้ใหญ่
  5. ออดิโอ ผู้บริหารของ Fox ถูกไล่ออกหลังจากใช้อีเมลของบริษัทเรี่ยไรเงินให้ญาติของผู้สูญหายไปกับเที่ยวบิน MH370 และข่าวธุรกิจอื่นๆ

VOA Thai App

แอพพลิเคชั่นจากวีโอเอไทย เพียงแค่คลิกที่รูปหรือถ่ายรูปรหัส QR เราจะพาคุณไปยัง Apple Store หรือ Google Play ได้ทันที!