ข่าว / สุขภาพ

เชื้อรีโอไวรัสอาจจะช่วยบำบัดบำบัดมะเร็งได้ในอนาคต

การศึกษาวิจัยชิ้นใหม่ชี้ให้เห็นว่าเชื้อไวรัสชนิดหนึ่งสามารถรอดผ่านระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายโดยไม่ถูกทำลายและเข้าไปถึงเซลมะเร็งจนทำลายเซลมะเร็งได้

x

Multimedia

ออดิโอ
ขนาดตัวอักษร - +
Jessica Berman
รีโอไวรัส (Reovirus) เป็นเชื้อโรคที่ไม่เป็๋นพิษเป็นภัยเพราะมักไม่ก่อให้เกิดโรคร้ายแรงในคน
 
ทีมนักวิจัยที่มหาวิทยาลัย University of Leeds และสถาบัน Institute of Cancer Research ในประเทศอังกฤษ ชี้ให้เห็นว่า วันหนึ่งในอนาคตเชื้อรีโอไวรัสอาจจะมีบทบาทสำคัญในการช่วยบำบัดมะเร็ง
 
Alan Melcher ศาสตราจารย์ด้านการบำบัดมะเร็งที่มหาวิทยาลัย University of Leeds และทีมงานวิจัยได้วิเคราะห์ตัวอย่างเนื้อเยื่อจากผู้ป่วยมะเร็งลำใส้ใหญ่ขั้นร้ายแรงจำนวน 10 รายที่ได้เชื้อรีโอไวรัสเข้าไปในร่างกายก่อนหน้าที่จะเข้ารับการผ่าตัดมะเร็ง 
 
ศาสตราจารย์ Melcher หัวหน้าทีมวิจัยกล่าวว่าเมื่อได้วิเคราะห์ตัวอย่างเนื้อเยื่อมะเร็งจากผู้ป่วยแล้ว พบว่า เนื้อเยื่อจากผู้ป่วย 9 ใน 10 คนเต็มไปด้วยเชื้อรีโอไวรัส ขณะที่พบเชื้อในตับปริมาณน้อยมากจนแทบไม่มีเลย
 
นี่เเสดงว่าเชื้อรีโอไวรัสสามารถกำจัดเซลมะเร็งได้โดยไม่เป็นพิษเป็นภัยต่อเซลปกติในร่างกายผู้ป่วย ก่อให้มีอาการข้างเคียงจากการบำบัดน้อยมาก
 
แต่มีความกังวลว่าอาจไม่สามารถฉีดเชื้อรีโอไวรัสเข้าไปในเซลมะเร็งได้โดยตรงเพราะเป็นขั้นตอนที่ยากเกินไป ดังนั้นในการทดลอง ทีมวิจัยได้ฉีดเชื้อรีโอไวรัสเข้าทางเส้นเลือดของผู้ป่วยแทน
 
ศาสตราจารย์ Melcher กล่าวว่า หลังฉีดเชื้อรีโอไวรัสเข้าไปในเส้นเลือดผู้ป่วยแล้ว เชื้อไวรัสหลบหลีกการดักจับของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายผู้ป่วยด้วยการเกาะติดอยู่หลังเซลเม็ดเลือดแดงซึ่งเป็นตัวพาเชื้อไวรัสเข้าไปจนถึงเซลมะเร็งและทำลายเซลมะเร็งได้
 
ผู้สื่อข่าววีโอเอที่กรุงวอชิงตันรายงานว่า ขณะนี้ยังมีการทดลองใช้เชื้อรีโอไวรัสบำบัดผู้ป่วยมะเร็งอยู่หลายการทดลอง แต่การทดลองบำบัดโดยศาสตราจารย์ Melcher และทีมงานของเขาในอังกฤษคราวนี้ แสดงให้เห็นเป็นครั้งแรกว่าการฉีดเชื้อไวรัสเข้าทางเส้นเลือดผู้ป่วยเป็นวิธีการที่ปลอดภัยและเชื้อรีโอไวรัสมีประสิทธิภาพในการกำจัดเซลมะเร็ง

ห้องแสดงรูปภาพ

Your JavaScript is turned off or you have an old version of Adobe's Flash Player. Get the latest Flash player.
  • The Looxcie is a wearable camcorder that slips over the user’s ear. It can be paired with an Android device via Bluetooth to send video clips and also serves as an earpiece for a phone.
  • GoPro is a line of personal cameras that can be mounted on a helmet or other piece of sports equipment. The cameras are especially popular with extreme sports participants.
  • ChipSip’s Smart Glass is similar to Google Glass. It can pair with Android devices and includes a high definition screen.
  • Unlike Google Glass and Smart Glass, Glass Up looks more like a real set of glasses. The display is the center of the right lens and the information appears in the center of the wearer’s field of vision.
  • Laforge’s Icis smart glasses also incorporate a larger information display into a full pair of glasses. Laforge will be sending glasses with beta testers in mid-to-late 2014.
  • Optinvent Ora is an example of “augmented reality” glasses that put a see-through screen in the wearer’s field of vision. The glasses run on the Android operating system.
  • Meta Pro boasts that its display is 15 times larger than Google Glass, with a holographic interface. The glasses will be available to consumers in Fall of 2014.
  1. ออดิโอ Google ได้ขึ้นทะเบียนสิทธิบัตรเป็นผู้พัฒนา contact lens ที่ทำงานเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน และทำหน้าที่เป็นกล้องได้
  2. Multimedia ญาติผู้สูญหายจากเหตุเรือล่มในทะเลของเกาหลีใต้แสดงความขุ่นเคืองต่อการทำหน้าที่และให้ข่าวของทางการ
  3. ออดิโอ เด็กหนุ่มรอดชีวิตอย่างปาฏิหาริย์หลังจากที่ซ่อนตัวอยู่ในช่องล้อเครื่องบินที่บิน 5 ชั่วโมงผ่านระดับความสูงนับหมื่นเมตร และข่าวธุรกิจอื่นๆ
  4. ออดิโอ นักวิจัยอเมริกันชี้ว่าการรับประทานเนื้อแปรรูปมากเกินไปเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งลำใส้ใหญ่
  5. ออดิโอ ผู้บริหารของ Fox ถูกไล่ออกหลังจากใช้อีเมลของบริษัทเรี่ยไรเงินให้ญาติของผู้สูญหายไปกับเที่ยวบิน MH370 และข่าวธุรกิจอื่นๆ

VOA Thai App

แอพพลิเคชั่นจากวีโอเอไทย เพียงแค่คลิกที่รูปหรือถ่ายรูปรหัส QR เราจะพาคุณไปยัง Apple Store หรือ Google Play ได้ทันที!