ข่าว / สุขภาพ

นักวิจัยโรคอัลไซม์เม่อร์สหันไปเน้นวิธีป้องกันโรคลุกลาม

องค์การอนามัยโลกประมาณว่ามีผู้ป่วยโรคความจำเสื่อมมากกว่า 35 ล้านคนทั่วโลกและคาดว่าจะเพิ่มสูงขึ้นหนึ่งเท่าตัวภายในอีก 18 ปีข้างหน้า

Alzheimer's patient and caregiver.Alzheimer's patient and caregiver.
x
Alzheimer's patient and caregiver.
Alzheimer's patient and caregiver.

Multimedia

ออดิโอ
ขนาดตัวอักษร - +
Melinda Smith
คนในปัจจุบันมีอายุขัยที่ยาวนานขึ้นกว่าเดิม เกิดแรงกดดันทางการแพทย์ให้เร่งพัฒนายาหรือวัคซีนขึ้นมาป้องกันและรักษาโรคความจำเสื่อม
 
ในอดีต แพทย์วินิจฉัยโรคอัลไซม์เม่อร์สได้หลังจากผู้ป่วยเสียชีวิตไปแล้วด้วยการชันสูตร
 
Dr. Ronald Perterson นักวิทยาศาสตร์ที่เชี่ยวชาญด้านโรคอัลไซม์เม่อร์สชาวสหรัฐกล่าวว่าการวินิจฉัยโรคแบบใหม่ต่างๆสามารถช่วยคัดกรองโรคได้ในขณะที่ผู้ป่วยยังมีชีวิตอยู่
 
Dr. Perterson ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่าวิธีการวินิจฉัยโรคอัลไซม์เม่อร์ในปัจจุบันทำได้ด้วยการตรวจ biomarkers เพื่อหาโมเลกุลของโปรตีนในเลือด การใช้ภาพถ่ายทางรังสีวิทยาแบบต่างๆ การตรวจเลือด และการตรวจของเหลวในกระดูกสันหลัง เนื่องจากสารต่างๆในร่างกายเหล่านี้ช่วยชี้ให้เห็นพยาธิสภาพของโรค
 
ภาพถ่ายทางรังสีวิทยาจากสถาบัน Banner Alzheimer’s Institute ในเมือง Phoenix รัฐ Arizona แสดงให้เห็นลักษณะการก้าวหน้าของโรคอัลไซม์เม่อร์ส ภาพถ่ายนี้แสดงการเกาะตัวของแอมีลอยด์ เบต้า และโปรตีนเทา ในสมองของผู้ป่วยสูงอายุรายหนึ่ง ทำให้สูญเสียเซลสมองนิวรอนที่ทำหน้าที่จดจำและเรียนรู้
 
ผลการศึกษาเกี่ยวกับโรคอัลไซม์เม่อร์สสองการวิจัยได้สร้างความตื่นเต้นแก่วงการรักษาและป้องกันโรคสมองเสื่อมในสหรัฐเป็นอย่างมาก ในการศึกษาชิ้นแรก ทีมวิจัยได้ทำการทดลองรักษาผู้ป่วยด้วยการฉีดยาเข้าทางจมูกเพื่ออัดยาเข้าไปในเซลสมองนิวตรอน Dr. Suzanne Craft ผู้เชี่ยวชาญแห่งมหาวิทยาลัยแพทย์ศาสตร์ University of Washington เป็นหัวหน้าโครงการวิจัยการรักษาโรคโครงการนี้
 
Dr. Suzanne Craft กล่าวกับผู้สื่อข่าววีโอเอว่าเกือบสามในสี่ของผู้ป่วยที่เข้าร่วมในการทดลองรักษาโรคอัลไซม์เม่อร์ส์มีความจำที่ดีขึ้นหลังเข้าร่วมโครงการได้สี่เดือน ถือว่าดีขึ้นห้าสิบเปอร์เซ็นต์
 
ส่วนการศึกษาอีกช้ินหนึ่งชี้ว่าการรักษาโรคอัลไซม์เม่อร์สแต่เนิ่นๆช่วยป้องกันโรคได้ เมื่อสองปีที่แล้ว ผู้สื่อข่าวของหนังสือพิมพ์นิวยอร์คไทม์ส Pam Belluck และช่างภาพได้เดินทางไปที่ประเทศโคลัมเบียเพื่อไปเยี่ยมครอบครัวขยายครอบครัวหนึ่งที่สมาชิกในครอบครัวป่วยด้วยโรคสมองเสื่อมอัลไซม์เม่อร์สก่อนวัยอันสมควร หนึ่งในสามของสมาชิกในครอบครัวนี้มียีนที่กลายพันธุ์ทำให้ป่วยด้วยอัลไซม์เม่อร์สตั้งแต่ช่วงอายุสามสิบถึงสี่สิบปี Pam Belluck แห่งนิวยอร์คไทม์ส รายงานว่าสมาชิกในครอบครัวที่อายุมากกว่าแต่แข็งแรงกว่ากลายเป็นผู้ดูเเลผู้ป่วยที่อายุน้อยกว่า
 
ในต้นปีหน้า ทีมนักวิทยาศาสตร์จากสหรัฐกับทีมแพทย์ในโคลัมเบียจะร่วมกันทดลองรักษาคนจำนวนสามพันคนที่มาจากครอบครัวขยายขนาดใหญ่ครอบครัวนี้ การทดลองรักษาใช้เวลาห้าปี โดยใช้ทั้งยาจริงและยาหลอก Dr. Eric Reiman หัวหน้าทีมของสหรัฐ กล่าวว่า ยาที่จะนำไปทดลองรักษากำลังอยู่ระหว่างการทดสอบ ยาตัวนี้จะช่วยกำจัดแอมมีลอยด์ เบต้าจากสมองผู้ป่วยได้อย่างรวดเร็ว
Dr. Eric Reiman ผู้เชี่ยวชาญชาวสหรัฐเห็นว่า การรักษาที่ดีพอแต่เนิ่นๆจะมีผลดีต่อผู้ป่วยอย่างมากเพราะจะช่วยป้องกันไม่ให้โรคอัลไซม์เม่อร์สทำลายเซลสมองจนหมด

ห้องแสดงรูปภาพ

Your JavaScript is turned off or you have an old version of Adobe's Flash Player. Get the latest Flash player.
  • The Looxcie is a wearable camcorder that slips over the user’s ear. It can be paired with an Android device via Bluetooth to send video clips and also serves as an earpiece for a phone.
  • GoPro is a line of personal cameras that can be mounted on a helmet or other piece of sports equipment. The cameras are especially popular with extreme sports participants.
  • ChipSip’s Smart Glass is similar to Google Glass. It can pair with Android devices and includes a high definition screen.
  • Unlike Google Glass and Smart Glass, Glass Up looks more like a real set of glasses. The display is the center of the right lens and the information appears in the center of the wearer’s field of vision.
  • Laforge’s Icis smart glasses also incorporate a larger information display into a full pair of glasses. Laforge will be sending glasses with beta testers in mid-to-late 2014.
  • Optinvent Ora is an example of “augmented reality” glasses that put a see-through screen in the wearer’s field of vision. The glasses run on the Android operating system.
  • Meta Pro boasts that its display is 15 times larger than Google Glass, with a holographic interface. The glasses will be available to consumers in Fall of 2014.
  1. ออดิโอ Google ได้ขึ้นทะเบียนสิทธิบัตรเป็นผู้พัฒนา contact lens ที่ทำงานเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน และทำหน้าที่เป็นกล้องได้
  2. Multimedia ญาติผู้สูญหายจากเหตุเรือล่มในทะเลของเกาหลีใต้แสดงความขุ่นเคืองต่อการทำหน้าที่และให้ข่าวของทางการ
  3. ออดิโอ เด็กหนุ่มรอดชีวิตอย่างปาฏิหาริย์หลังจากที่ซ่อนตัวอยู่ในช่องล้อเครื่องบินที่บิน 5 ชั่วโมงผ่านระดับความสูงนับหมื่นเมตร และข่าวธุรกิจอื่นๆ
  4. ออดิโอ นักวิจัยอเมริกันชี้ว่าการรับประทานเนื้อแปรรูปมากเกินไปเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งลำใส้ใหญ่
  5. ออดิโอ ผู้บริหารของ Fox ถูกไล่ออกหลังจากใช้อีเมลของบริษัทเรี่ยไรเงินให้ญาติของผู้สูญหายไปกับเที่ยวบิน MH370 และข่าวธุรกิจอื่นๆ

VOA Thai App

แอพพลิเคชั่นจากวีโอเอไทย เพียงแค่คลิกที่รูปหรือถ่ายรูปรหัส QR เราจะพาคุณไปยัง Apple Store หรือ Google Play ได้ทันที!