ลิ้งค์เชื่อมต่อ

ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียเพิ่มขึ้นอย่างน่าพอใจในปี 2555 และเศรษฐกิจจีนโตเร็วขึ้นในไตรมาสสุดท้ายของปีที่แล้ว


ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียเพิ่มขึ้นอย่างน่าพอใจในปี 2555 แต่นักวิเคราะห์เตือนว่า ถ้าสหรัฐตกหน้าผาการคลังผลกระทบถึงเอเชียด้วยแน่

ดัชนี Nikkei ของญี่ปุ่นและ Hang Seng ของฮ่องกง เพิ่มขึ้นเกือบ 23% ในขณะที่ S&P/ASX 200 ของออสเตรเลียเพิ่มประมาณ 15%

ตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็ไม่น้อยหน้า ดัชนี Straits Times ของสิงคโปร์เพิ่มขึ้นราวๆ 21% ตลาดหลักทรัพย์ประเทศไทย 36% ในขณะที่ฟิลิปปินส์เพิ่มขึ้น 33%

แต่ถ้ามองไปข้างหน้าสำหรับปีใหม่นี้ นักวิเคราะห์หลายรายกำลังรอดูผลการเจรจาในรัฐสภาสหรัฐว่าจะสามารถทำความตกลงในเรื่องนโยบายการคลังกันได้หรือไม่ ถ้าไม่ได้ก็คาดกันว่า ผลกระทบจะกว้างไกลไปถึงเอเชียอย่างแน่นอน

นาย Stephen Halmarick ผอ.ฝ่ายการวิจัยตลาดของ Colonial First State Global Asset Management ในนคร Sydney ให้ความเห็นว่า ตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียคงจะถดถอยอย่างน้อย 5% ขึ้นไป

ในอีกด้านหนึ่ง ดัชนีการซื้อสินค้าอุตสาหกรรม หรือ Purchasing Managers’ Index (PMI) ของทางการจีนบ่งชี้ว่า มีคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นอยู่ในอัตราสูงกว่า 50 จุดในไตรมาสสุดท้ายของปีที่แล้ว
ค่า PMI 50 จุดขึ้นไป หมายความถึงอัตราการโตอย่างรวดเร็ว ถ้าต่ำกว่า 50 หมายถึงการชลอตัว
ข้อมูลนี้สนับสนุนความเห็นที่ว่า กิจกรรมเศรษฐกิจของจีนเร่งตัวขึ้นในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2555 หลังจากที่ GDP หรือผลิตภัณฑ์มวลรวมชลอตัวติดต่อกันมา 7 ไตรมาส และส่งผลให้อัตราการโตทางเศรษฐกิจของจีนลดลงไปอยู่ที่ 7.4% ในไตรมาสที่สามของปี
นับเป็นข่าวดีที่ใครๆก็อยากรับฟัง ในขณะที่ยุโรป ญี่ปุ่นและสหรัฐกำลังพยายามฟื้นฟูเศรษฐกิจของตน

และที่สหรัฐ หน่วยยามรักษาฝั่ง (Coast Guard) ของสหรัฐ รายงานว่า แท่นขุดน้ำมันของบริษัทน้ำมัน Shell ถูกพายุพัดจากอ่าว Alaska ไปเกยตื้นที่ชายฝั่งรัฐ Alaska ในวันก่อนวันขึ้นปีใหม่
ลมพายุที่พัดมานั้น รายงานข่าวกล่าวว่า มีความเร็วสูงกว่า 100 กม.ต่อชั่วโมง ลูกเรือได้รับการช่วยเหลือปลอดภัยทุกคน ทาง Coast Guard ไม่คิดว่ามีน้ำมันเชื้อเพลิงและน้ำมันหล่อลื่นของแท่นขุดน้ำมันรั่วไหลออกมา นับเป็นอุปสรรคล่าสุดของ Shell ในการขุดหาน้ำมันในบริเวณขั้วโลกเหนือ
และรัฐบาลรัสเซียออกกม.ปีใหม่นี้ห้ามขายเบียร์หลังห้าทุ่มตามที่สาธารณะเพื่อแก้ปัญหาการดื่มสุราในประเทศ

สถิติบ่งชี้ว่า ชาวรัสเซียดื่มสุราโดยเฉลี่ย ซึ่งถ้าคิดเป็นแอลกอฮอลบริสุทธิ์แล้ว เท่ากับคนละ 32 ไพนท์ หรือ 15 ลิตรเศษต่อปี ในขณะที่มีการเสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับการดื่มสุราราวๆ ห้าแสนรายต่อปี โดยเป็นเรื่องอุบัติเหตุทางถนนราวๆสามหมื่นราย และอีกหลายพันรายที่จมน้ำเสียชีวิต
ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ศกใหม่นี้เป็นต้นไป ชาวรัสเซียจะซื้อเบียร์ดื่มตามตู้ขายในท้องถนน ปั๊มน้ำมัน และที่พักรถโดยสารในช่วงระหว่างห้าทุ่มถึงแปดโมงเช้าไม่ได้อีกต่อไป
แต่รายงานข่าวกล่าวว่า ในช่วงเวลาดังกล่าว ยังมีบาร์เปิดบริการอยู่ทั่วไป
XS
SM
MD
LG