ลิ้งค์เชื่อมต่อ

การรักษาเอดส์ร่วมกับวัณโรคช่วยรักษาชีวิตผู้ป่วย

  • Lisa Shlein
  • Thaksina Khaikaew

องค์การอนามัยโลกชี้ว่าการรักษาและป้องกันเอดส์กับวัณโรคไปพร้อมๆกันทำให้ผู้ป่วยมีโอกาสรอดชีวิดมากขึ้น

โครงการรักษาและป้องกันวัณโรคกับโรคเอดส์ร่วมกัน ประสบความสำเร็จมากจนองค์การอนามัยโลกได้เรียกร้องให้รัฐบาลประเทศต่างๆและเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเอาเป็นแบบอย่าง


องค์การอนามัยโลก กำหนดว่า ผู้ป่วยวัณโรคทุกคนที่ติดเชื้อเอดส์ควรได้รับยาบำบัดวัณโรคเพื่อป้องกันการติดเชื้อในปอดและการติดเชื้อในส่วนอื่นๆของร่างกาย ส่วนผู้ป่วยวัณโรคที่มีเชื้อเอดส์ควรเริ่มรับประทานยาต้านไวรัสเอดส์ภายในสองสัปดาห์แรกที่ได้รับยารักษาวัณโรค

ด็อกเตอร์ มารีโอ้ ราวิกลิโอนี่ ผู้อำนวยการฝ่ายหยุดยั้งวัณโรคแห่งองค์การอนามัยโลก อธิบายว่า โรคเอดส์กับวัณโรคเป็นโรคที่คู่กัน ทั้งสองโรคนี้มีความเกี่ยวเนื่องกัน

ด้อกเตอร์ราวิกลิโอลี่ กล่าวว่า เชื้อเอดส์ทำให้ภูมิคุ้มกันร่างกายอ่อนแอ เพิ่มโอกาสเสี่ยงต่อการติดเชื้อวัณโรค วัณโรคทำให้ผู้ป่วยเอดส์เสียชีวิตกันจำนวนมากสาเหตุหนึ่ง องค์การอนามัยโลกประมาณว่าผู้ติดเชื้อเอดส์ เสียชีวิตจากวัณโรคปีละสามแสนห้าหมื่นคน เป็นสาเหตุการเสียชีวิตถึงหนึ่งในสี่ของผู้ป่วยเอดส์

ด็อกเตอร์ราวิกลิโอนี่ กล่าวว่า การผสมผสานการรักษาและการป้องกันเอดส์กับวัณโรคเป็นวิธีบำบัดที่เหมาะสม เมื่อปีพุทธศักราช 2547องค์การอนามัยโลกประกาศแนวทางการรักษาแบบนี้ออกมา รัฐบาลในหลายประเทศเริ่มปฏิบัติตามภายในหนึ่งปีถัดมา ผ่านไปหกปี องค์การอนามัยโลกชี้ว่าผลการรักษาสองโรคร่วมกันได้ผลอย่างน่าพอใจ มีจำนวนผู้ติดเชื้อเอดส์ได้รับการตรวจหาวัณโรคเพิ่มขึ้นถึง 12 เท่าตัวทั่วโลก จากสองแสนคนในปีพุทธศักราช 2548 เป็น สองล้านสามแสนคนในปีพุทธศักราช 2553 และมีการตรวจหาเชื้อเอดส์ในผู้ป่วยวัณโรคเพิ่มขึ้นจากสี่แสนเจ็ดหมื่นคนเป็นสองล้านสองแสนคน หรือเพิ่มขึ้นราวห้าเท่าตัว

ด็อกเตอร์ราวิกลิโอลี่ กล่าวว่า การรักษาและป้องกันเอดส์กับวัณโรคแนวใหม่ ได้ผลอย่างมากในทวีปอาฟริกา เขาเชื่อว่า โครงการรักษาแบบนี้ช่วยชีวิตผู้ป่วยไว้ได้เกือบล้านรายทั่วโลก

ในขณะเดียวกันสมาคมแพทย์โรคเอดส์นานาชาติ หรือ International Association of Physicians in AIDS เรียกย่อๆว่า IAPAC (ไอเอเพ็ค) ประกาศแนวทางการปฏิบัติ 37 ข้อแก่ทั้งผู้ป่วยและแพทย์ผู้รักษา เพื่อให้คงการรักษาอย่างต่อเนื่องเพื่อป้องกันการดื้อยา

ด็อกเตอร์ ชอง นาเชกา ผู้เชี่ยวชาญแห่งไอเอแพ็คกล่าวว่าปัญหาใหญ่ของการบำบัดโรคเอดส์คือผู้ป่วยไม่รับประทานยาตามกำหนด ทำให้ดื้อยา ยาที่เคยใช้ไม่ได้ผล ต้องเปลี่ยนไปใช้ยาที่มีฤทธิ์แรงขึ้นและราคาสูงขึ้น นอกจากนี้ยาตัวใหม่ยังหาไม่ได้ในหลายๆส่วนของโลก

แนวทางการปฏิบัติในการรักษาโรคเอดส์ ยังเน้นการเข้าหาผู้ติดเชื้อเพื่อชักชวนให้เข้ารับการรักษา การเฝ้าติดตามการรักษาของผู้ป่วยให้รับประทานยาตามกำหนด และการให้คำแนะนำปรึกษาใหู้้ป่วยเข้าใจถึงความสำคัญของการรับประทานยาขนาดที่กำหนด

XS
SM
MD
LG