ลิ้งค์เชื่อมต่อ

สหรัฐและสหภาพยุโรปเพิ่มมาตรการลงโทษทางเศรษฐกิจต่อรัสเซีย เพื่อกดดัน ปธน.ปูตินให้เปลี่ยนท่าทีต่อยูเครน



มาตรการลงโทษทางเศรษฐกิจครั้งล่าสุดที่สหรัฐประกาศใช้ต่อรัสเซียในวันจันทร์ มีเป้าหมายที่ จนท.รัสเซีย 7 คน และบริษัทที่เกี่ยวข้องกับ ปธน.Vladimir Putin 17 แห่ง โดยจะมีการอายัดทรัพย์สินในสหรัฐของบุคคลเหล่านั้น และห้ามเดินทางเข้าสหรัฐ

อย่างไรก็ตาม ปธน.Barack Obama ซึ่งอยู่ระหว่างเยือนฟิลิปปินส์บอกว่ามาตรการลงโทษครั้งนี้ มิได้มุ่งเป้าไปที่ตัว ปธน.Putin โดยตรง แต่เป็นการกดดันให้ ปธน.Putin เปลี่ยนท่าทีที่มีต่อยูเครน เมื่อคำนวณจากผลกระทบที่จะเกิดกับเศรษฐกิจรัสเซียในระยะยาว

นักวิเคราะห์บางคนชี้ว่า เศรษฐกิจรัสเซียเริ่มเสื่อมถอยลงตั้งแต่ก่อนเกิดวิกฤติการณ์ในยูเครน และจะย่ำแย่ลงอีกจากมาตรการลงโทษชุดใหม่จากสหรัฐและยุโรป ปัจจุบันค่าเงินรูเบิ้ลรัสเซียตกลงไปอยู่ระดับต่ำสุดเป็นสถิติใหม่ ขณะที่ดัชนีหุ้นกรุงมอสโคว์ตกลงไปถึง 22% ตั้งแต่ต้นปีนี้ หลังจากที่นักลงทุนถอนเงินออกจากรัสเซียไปแล้ว 70,000 ล้านดอลล่าร์

David Kramer นักวิเคราะห์แห่ง Freedom House ระบุว่ามาตรการลงโทษชุดนี้จะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจรัสเซียพอสมควร แต่ควรมีความรุนแรงกว่านี้ และว่าดูเหมือนสหรัฐยังไม่กล้าใช้มาตรการลงโทษอย่างเต็มที่ต่อรัสเซีย

ด้านผู้สื่อข่าว Andre De Nesnera ของ VOA กล่าวว่าสิ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับมาตรการลงโทษชุดใหม่คือ บุคคลหรือบริษัทขนาดใหญ่หลายบริษัท เช่น Gazprom และ Rosneft ซึ่งเป็นบริษัทผูกขาดพลังงานของรัสเซีย มิได้ถูกรวมอยู่ภายใต้มาตรการลงโทษนี้ด้วย ซึ่งเป็นเรื่องน่าแปลก

ถึงกระนั้น ปธน.Obama กล่าวที่ฟิลิปปินส์ว่า ตนยังไม่สามารถรับรองได้ว่ามาตรการลงโทษชุดล่าสุดจะได้ผลหรือไม่ ดังนั้นจึงมีการเตรียมมาตรการชุดต่อไปไว้แล้ว โดยจะมีเป้าหมายแคบลง และมุ่งไปที่ภาคการธนาคารและอุตสาหกรรมอาวุธของรัสเซียเป็นหลัก

รายงานจากห้องข่าว VOA / เรียบเรียงโดยทรงพจน์ สุภาผล
XS
SM
MD
LG