ลิ้งค์เชื่อมต่อ

บทวิเคราะห์เรื่องทิศทางการเมืองอเมริกันเมื่อรีพับลิกันครองสภาล่างหลังการเลือกตั้งกลางเทอม

  • Jim Malone
  • ทรงพจน์ สุภาผล

บทวิเคราะห์เรื่องทิศทางการเมืองอเมริกันเมื่อรีพับลิกันครองสภาล่างหลังการเลือกตั้งกลางเทอม

บทวิเคราะห์เรื่องทิศทางการเมืองอเมริกันเมื่อรีพับลิกันครองสภาล่างหลังการเลือกตั้งกลางเทอม

ประธานาธิบดีโอบาม่าและพรรคเดโมแครตกำลังเผชิญกับความท้าทายครั้งใหม่ เมื่อพรรครีพับลิกันได้กลับมาครองที่นั่งส่วนใหญ่ในสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐอีกครั้ง ซึ่งแม้จะมิได้ครองที่นั่งส่วนใหญ่ในวุฒิสภาด้วย แต่ก็ก่อให้เกิดความเคลือบแคลงใจขึ้นทั่วไปว่า ประธานาธิบดีโอบาม่าและสมาชิกพรรครีพับลิกันในรัฐสภาสหรัฐจะทำงานร่วมกันได้หรือไม่

ประธานาธิบดีสหรัฐบารัค โอบาม่า กล่าวในงานประชุมแถลงข่าวหลังจากที่พรรคเดโมแครตสูญเสียที่นั่งส่วนใหญ่ในสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐหลังการเลือกตั้งเมื่อวันอังคารว่า ตั้งแต่นี้จะไม่มีพรรคใดพรรคหนึ่งที่สามารถบงการทิศทางของสหรัฐได้ แต่ทั้งสองพรรคจะต้องร่วมมือกันเพื่อสร้างความก้าวหน้าในความท้าทายบางประการที่สหรัฐกำลังเผชิญ

แม้ว่าพรรครีพับลิกันจะพลาดการครอบครองเสียงส่วนใหญ่ในวุฒิสภาสหรัฐไปอย่างฉิวเฉียด แต่ชัยชนะในวันอังคารก็ส่งผลให้บรรดาสมาชิกพรรคในรัฐสภาฮึกเหิมยิ่งขึ้น และเตรียมเสนอแผนใหม่ๆรวมถึงการลดค่าใช้จ่ายของรัฐบาลและลดภาษี นายจอห์น เบห์เนอร์ สส.พรรครีพับลิกันจากรัฐโอไฮโอผู้ได้รับการคาดหมายว่าจะดำรงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรแทนนางแนนซี่ เพโลซี่ แห่งพรรคเดโมแครต กล่าวต่อผู้สื่อข่าวว่าความร่วมมือระหว่างทั้งสองพรรคขึ้นอยู่กับว่า ประธานาธิบดีโอบาม่าและบรรดาสมาชิกพรรคเดโมแครตจะปรับเปลี่ยนแนวทางและนโยบายที่เห็นได้ชัดว่าถูกปฏิเสธจากคนอเมริกันส่วนใหญ่หรือไม่

สส.จอห์น เบห์เนอร์ บอกว่าผลการเลือกตั้งชี้ให้เห็นแล้วว่า ประชาชนต้องการการเปลี่ยนแปลง และพรรครีพับลิกันพร้อมแล้วสำหรับการเปลี่ยนแปลงนั้น ในขณะที่ สส.พรรครีพับลิกันหลายคนชี้ว่า คนอเมริกันส่วนใหญ่เห็นว่ารัฐบาลชุดประธานาธิบดีโอบาม่าใช้จ่ายมากเกินไปทำให้สหรัฐเป็นหนี้มหาศาล โดยผลการหยั่งเสียงผู้ลงคะแนนหน้าคูหาเลือกตั้งเมื่อวันอังคารแสดงให้เห็นว่า คนอเมริกันกังวลต่อประเด็นปัญหาด้านเศรษฐกิจมากที่สุด และต่างไม่พอใจกับตัวเลขอัตราการว่างงานที่สูงถึง 9.6% อย่างไรก็ตาม คุณจอห์น ซอกบี้ ผู้จัดทำการหยั่งเสียงเชื่อว่าผลการลงคะแนนนั้นน่าจะบ่งบอกว่าประชาชนส่วนใหญ่ไม่ชอบใจกับพรรคเดโมแครตมากกว่าจะเป็นการหลงใหลชื่นชมพรรครีพับลิกัน

คำถามสำคัญในขณะนี้ก็คือประธานาธิบดีโอบาม่ากับพรรครีพับลิกันจะสามารถทำข้อตกลงร่วมกันในประเด็นเรื่องเศรษฐกิจ การค้าต่างประเทศและการรับมือกับภาวะโลกร้อนได้หรือไม่ คุณจอห์น ฟอร์ทเทียร์ แห่งสถาบัน American Enterprise เชื่อว่าด้วยความแตกต่างระหว่างขั้วการเมืองทั้งสองพรรค จะทำให้เกิดความติดขัดครั้งใหญ่ทางการเมือง

สมาชิกพรรคหลายคนที่ได้รับเลือกได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มรากหญ้าหัวอนุรักษ์นิยมและนักรณรงค์เสรีนิยมจากกลุ่มความเคลื่อนไหว Tea Party ซึ่งถือเอาเรื่องการลดขนาดของรัฐบาลเป็นภารกิจหลักอันดับแรก อาจารย์แลร์รี่ ซาบาโต้ ผู้เชี่ยวชาญการเมืองจากมหาวิทยาลัย Virginia เห็นว่า สส.รีพับลิกันเหล่านั้นและบรรดาผู้นำกลุ่ม Tea Party ได้ส่งสัญญาณแล้วว่า จะมุ่งเน้นปรับเปลี่ยนนโยบายมากกว่าจะประณีประณอม

นอกจากนี้ ยังเชื่อกันว่าปัจจัยสำคัญประการหนึ่งที่อาจส่งผลให้การทำงานร่วมกันระหว่างสองพรรคล้มเหลวได้ก็คือ การเลือกตั้งประธานาธิบดีสมัยหน้า ซึ่งแม้จะเหลือระยะเวลาอีกถึง 2 ปี แต่บรรดาตัวเต็งผู้สมัครของทางพรรครีพับลิกันได้เริ่มตระเตรียมการรณรงค์หาเสียงกันแล้ว ซึ่งนักวิเคราะห์เชื่อว่าจะทำให้เกิดความแตกแยกภายในพรรครีพับลิกันเองเพื่อชิงกันเป็นตัวแทนพรรค มากกว่าจะสนใจให้ความร่วมมือทำงานกับประธานาธิบดีโอบาม่าและพรรคเดโมแครตดังที่ควรจะเป็น

เกี่ยวข้อง

XS
SM
MD
LG