ลิ้งค์เชื่อมต่อ

สหรัฐและจีนเจรจาทวิภาคีเรื่องยุทธศาสตร์และเศรษฐกิจครั้งที่ 6 ที่ปักกิ่งสัปดาห์นี้


U.S. Secretary of State John Kerry, center, and U.S. Treasury Secretary Jacob Lew, second from right, wave to journalists as they visit to Badaling Great Wall of China in Beijing, China, July 8, 2014.

U.S. Secretary of State John Kerry, center, and U.S. Treasury Secretary Jacob Lew, second from right, wave to journalists as they visit to Badaling Great Wall of China in Beijing, China, July 8, 2014.

สหรัฐและจีนเจรจาทวิภาคีเรื่องยุทธศาสตร์และเศรษฐกิจครั้งที่ 6 ที่ปักกิ่งในสัปดาห์นี้ ผู้เชี่ยวชาญไม่คาดว่าจะได้ผลอย่างจริงจังหรือมีการเปลี่ยนแปลงในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศทั้งสองในการเจรจารอบนี้

ทางฝ่ายสหรัฐมีรัฐมนตรี John Kerry ของกระทรวงการต่างประเทศ และรัฐมนตรี Chuck Hagel ของกระทรวงกลาโหมไปร่วมการประชุมสองวัน ซึ่งเริ่มต้นวันพุธนี้ที่กรุงปักกิ่ง

Cheng Li ผู้อำนวยการ China Center ที่สถาบัน Brookings ในกรุงวอชิงตัน ให้ความเห็นว่า ทั้งสองฝ่ายอาจจะไม่อยากกวนน้ำให้ขุ่น และสร้างบรรยากาศที่ดีไว้สำหรับการเยือนปักกิ่งของประธานาธิบดี Barack Obama ที่อาจจะมีขึ้นในปีนี้สำหรับการประชุม Asia-Pacific Economic Cooperation หรือ APEC ก็ได้

ผู้เชี่ยวชาญเรื่องจีนผู้นี้บอกว่า ประธานาธิบดี Obama อาจเยือนจีนอย่างเป็นทางการในช่วงการประชุม APEC เพราะฉะนั้น ทั้งสองฝ่ายอาจจะย้ำในเรื่องความสัมพันธ์ที่แข็งขัน ผลประโยชน์ที่มีร่วมกัน แทนที่จะพูดถึงเรื่องที่ทำความขุ่นเคืองให้กันและกัน ซึ่งก็คือเรื่องที่จีนถูกกล่าวหาว่าพยายามจะขยายขอบเขตการควบคุมทางทะเล ซึ่งนักวิเคราะห์ผู้นี้กล่าวว่าเป็นเรื่องอันตรายที่ผู้นำของทั้งสองประเทศจะต้องหารือกัน

เจ้าหน้าที่ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐกล่าวไว้ว่า สหรัฐมีแผนจะหยิบยกเรื่องคำกล่าวอ้างอธิปไตยของจีนเหนือเกือบทั้งหมดของทะเลจีนใต้และส่วนใหญ่ของทะเลจีนตะวันออกขึ้นมาพูด

ในขณะเดียวกัน เวียดนาม ฟิลิปปินส์และญี่ปุ่นคัดค้านคำกล่าวอ้างของจีน เพราะล่วงล้ำเข้าไปในเขตน่านน้ำของตน โดยเฉพาะเวียดนามซึ่งกำลังร่วมมือทำงานกับฟิลิปปินส์ทางด้านกฎหมายเพื่อคัดค้านคำกล่าวอ้างดังกล่าวของจีน

ศาสตราจารย์ Hillary Mann Leverett ของ American University ในกรุงวอชิงตัน บอกว่า โดยเปรียบเทียบแล้ว เวียดนามมีจุดอ่อนอย่างมากในเรื่องนี้ เพราะทั้งญี่ปุ่นและฟิลิปปินส์มีสนธิสัญญาการป้องกันประเทศกับสหรัฐ ที่กำหนดไว้ว่าสหรัฐจะต้องให้ความช่วยเหลือประเทศทั้งสองในการป้องกันประเทศ แม้จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับเกาะเล็กๆก็ตาม แต่สหรัฐไม่มีสนธิสัญญาเช่นนั้นกับเวียดนาม จีนจึงสามารถผลักดันเวียดนามได้มากกว่าญี่ปุ่นหรือฟิลิปปินส์

และแม้สหรัฐจะกำลังช่วยฟิลิปปินส์ปรับปรุงกองทัพเรือของตน วอชิงตันก็ไม่แสดงจุดยืนในเรื่องการกล่าวอ้างสิทธิ์อธิปไตยทับซ้อนกันในทะเลจีนใต้ ซึ่งเป็นทีท่าที่นักวิเคราะห์ Michael Auslin ของ American Enterprise Institute ในกรุงวอชิงตันไม่เห็นด้วยเป็นอย่างมาก

เขาให้ความเห็นว่า นโยบายของสหรัฐไม่ควรจะหยุดอยู่กับที่หรือเป็นอัมพาตเมื่อเห็นจีนดำเนินการเชิงรุก เพราะสหรัฐสามารถทำอะไรต่ออะไรได้หลายอย่าง แต่รัฐบาลสหรัฐชุดประธานาธิบดี Obama ตัดสินใจที่จะอาศัยเหตุผลทางกฎหมายที่คลุมเครือมาเป็นข้ออ้างที่จะไม่เข้าไปเกี่ยวข้องด้วย

และแม้จะคาดกันว่า สหรัฐจะหยิบยกเรื่องอื่นๆในด้านเศรษฐกิจและความมั่นคงขึ้นมาหารือ นักวิเคราะห์ Bonnie Glaser ของ Center for Strategic and International Studies ในกรุงวอชิงตัน ไม่คิดว่าจะมีความตกลงที่สำคัญใดๆในการเจรจาครั้งนี้

XS
SM
MD
LG