ลิ้งค์เชื่อมต่อ

นัยสำคัญจากการเยือนเอเชีย-แปซิฟิกของรัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ Ashton Carter


U.S. Secretary of Defense Ashton Carter prepares to speak about the so-called "Asia Pivot" by the U.S., at the McCain Institute at Arizona State University, April 6, 2015, in Tempe, Arizona.

U.S. Secretary of Defense Ashton Carter prepares to speak about the so-called "Asia Pivot" by the U.S., at the McCain Institute at Arizona State University, April 6, 2015, in Tempe, Arizona.

นาย Ashton Carter รัฐมนตรีกลาโหมของสหรัฐเดินทางเยือนเอเชีย-แปซิฟิกนานหนึ่งสัปดาห์เพื่อมุ่งปรับสมดุลทางยุทธศาสตร์ของสหรัฐ

นาย Ashton Carter รัฐมนตรีกลาโหมของสหรัฐฯมุ่งสนับสนุนพันธมิตรอย่างญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ขณะที่ยังยืนยันจุดยืนของสหรัฐในการปรับสมดุลทางยุทธศาสตร์ในเอเชีย-แปซิฟิก ซึ่งเกี่ยวข้องกับการเพิ่มพันธมิตรทางการเมืองและทางการทหารแก่ภูมิภาคนี้ที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว

การเดินทางเยือนเอเชีย-แปซิฟิกของนาย Carter มีขึ้นในห้วงที่สหรัฐฯกำลังแข่งขันกับจีนที่แผ่อิทธิพลต่อประเทศต่างๆ ในเอเชีย โดยจะรวมถึงการเดินทางเยือนกรุงโตเกียว กรุงโซลและจะแวะไปเยี่ยมศูนย์บังคับการใหญ่ U.S. Pacific Command ที่รัฐฮาวายด้วย

นาย Carter กล่าวว่าสหรัฐฯกับจีนไม่เป็นพันธมิตรกันแต่ก็ไม่จำเป็นต้องเป็นศัตรูกัน


คุณ Sheila Smith ผู้เขียนหนังสือเล่มใหม่เกี่ยวกับความเป็นศัตรูกันระหว่างญี่ปุ่นกับจีนเรื่อง Intimate Rivals: Japan’s Domestic Politics and a Rising China กล่าวว่า ทางการญี่ปุ่นยังจะเน้นประเด็นการขยายอิทธิพลของจีนที่เพิ่มมากขึ้น ในช่วงที่ญี่ปุ่นกำลังเตรียมสรุปแนวทางรอบใหม่ในการสานความสัมพันธ์ทางการทหารกับสหรัฐฯ

คุณ Smith กล่าวว่าจีนเป็นเพื่อนบ้านติดกับญี่ปุ่น และสหรัฐฯเองที่มีทหาร 50,000 นายประจำการในญี่ปุ่นก็เฝ้าดูการแผ่ขยายอิทธิพลของจีนในภูมิภาคอยู่

ขณะนี้ความตึงเครียดระหว่างญี่ปุ่นกับจีนเพิ่มมากขึ้นหลังจากสองชาติขัดแย้งกันทางดินแดนในหมู่เกาะที่อยู่ในทะเลจีนตะวันออก ไม่นับความขมขื่นต่อกันและกันที่ยังไม่จางหายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2

นักวิจารณ์ชี้ว่าความสัมพันธ์ทางการทหารรอบใหม่กับสหรัฐฯ อาจจะตีความได้ว่าญี่ปุ่นจะสามารถปฏิบัติการทางทหารร่วมกับสหรัฐฯได้ในกรณีจำเป็นต้องปกป้องตนเอง แต่ความยืดหยุ่นทางการทหารของสหรัฐฯกับญี่ปุ่นนี้ อาจจะทำให้เกาหลีใต้วิตกกังวลได้

คุณ Smith กล่าวว่าตนเห็นว่ารัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ จะยืนยันข้อเท็จจริงที่ว่าความเป็นพันธมิตรระหว่างสหรัฐฯ กับญี่ปุ่นเป็นเรื่องของการปกป้องทางทหารแก่ญี่ปุ่นและส่วนร่วมของญี่ปุ่นในแผนฉุกเฉินอื่นๆ ในภูมิภาคเท่านั้นโดยจะไม่แทรกแซงเกาหลีใต้

ก่อนออกเดินทาง รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ ได้กล่าวสุนทรพจน์ที่เน้นความสำคัญของการสร้างความเป็นหุ้นส่วนทางการค้าระหว่างสหรัฐกับเอเชีย-แปซิฟิกหรือ Trans-Pacific Partnership ซึ่งเป็นข้อตกลงการค้ากับ 11 ประเทศเอเชียอื่นๆ

นาย Carter ยังเรียกร้องให้วุฒิสภาสหรัฐฯ ให้มอบอำนาจแก่ประธานาธิบดีบารัค โอบาม่า ในการผลักดันความสัมพันธ์ด้านการค้าเพื่อว่าผู้นำสหรัฐฯ จะสามารถลงนามในข้อตกลง Trans-Pacific Partnership ได้

นาย Carter กล่าวว่าข้อตกลงทางการค้านี้ถือได้ว่าเป็นส่วนสำคัญมากที่สุดส่วนหนึ่งในแผนปรับสมดุลทางยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ เขากล่าวว่าข้อตกลงทางการค้านี้จะช่วยส่งเสริมการส่งออกของสหรัฐโดยตั้งไว้ที่ 123,000 ล้านดอลล่าร์ภายในสิบปีข้างหน้า และยังเตือนว่าหากสหรัฐขาดข้อตกลงทางการค้านี้ สหรัฐจะขาดโอกาสเข้าถึงตลาดเอเชียที่กำลังขยายตัวและจะนำไปสู่ความไม่มั่นคงในภูมิภาค

ด้านนาย Brad Glosserman ผู้อำนวยการบริหารแห่งหน่วยงาน Think Tank Pacific-Forum ที่ศึกษาเรื่องความมั่นคงในเอเชียตั้งอยู่ที่รัฐฮาวายกล่าวว่า บรรดาผู้นำเอเชียมองว่าความสำเร็จของข้อตกลง TPP นี้เป็นกุญแจสำคัญของสหรัฐฯในการเข้าไปมีบทบาทในภูมิภาค

เขากล่าวว่าข้อตกลง TPP จะช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดระหว่างสหรัฐฯกับเอเชีย-แปซิฟิก และสร้างความมั่นใจแก่พันธมิตรในเอเชียว่าสหรัฐฯอยู่ข้างพวกเขาและหากศัตรูจู่โจมพันธมิตรในเอเชียก็ถือว่าเป็นศัตรูของสหรัฐฯไปในตัว

แต่เขากล่าวว่าความสำเร็จของข้อตกลงทางการค้า TPP ยังจะขึ้นอยู่กับความมุ่งมั่นทางการเมืองของนักการเมืองในรัฐบาลสหรัฐฯเองว่าจะเต็มใจให้อำนาจแก่ผู้นำสหรัฐฯในการเจรจาและลงนามในข้อตกลงการค้านี้หรือไม่

เกี่ยวข้อง

XS
SM
MD
LG