ลิ้งค์เชื่อมต่อ

สหรัฐกำลังชักชวนนักศึกษาอินโดนีเซียให้ไปเรียนต่อในประเทศ เป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมกับอินโดนีเซียที่ตั้งเป้าไว้

  • Sara Schondhardt
  • Nittaya Maphungphong

สหรัฐกำลังชักชวนนักศึกษาอินโดนีเซียให้ไปเรียนต่อในประเทศ เป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมกับอินโดนีเซียที่ตั้งเป้าไว้

สหรัฐกำลังชักชวนนักศึกษาอินโดนีเซียให้ไปเรียนต่อในประเทศ เป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมกับอินโดนีเซียที่ตั้งเป้าไว้

รัฐบาลสหรัฐตั้งเป้าไว้เมื่อเกือบหนึ่งปีที่แล้วว่า จะส่งเสริมการแลกเปลี่ยนทางด้านการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยกับอินโดนีเซียให้มากขึ้น นับเป็นส่วนหนึ่งของการทูตทางวัฒนธรรม เป้าหมายในส่วนนี้คือการเพิ่มจำนวนนักศึกษาอินโดนีเซียในมหาวิทยาลัยในสหรัฐให้ได้สองเท่าตัว ซึ่งนอกจากจะเป็นการช่วยเศรษฐกิจสหรัฐแล้ว ยังเป็นการปรับปรุงความสัมพันธ์กับประเทศที่มีชาวมุสลิมเป็นชนส่วนใหญ่และกำลังเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วด้วย

รัฐบาลสหรัฐตั้งเป้าไว้เมื่อเกือบหนึ่งปีที่แล้วว่า จะส่งเสริมการแลกเปลี่ยนทางด้านการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยกับอินโดนีเซียให้มากขึ้น นับเป็นส่วนหนึ่งของการทูตทางวัฒนธรรม เป้าหมายในส่วนนี้คือการเพิ่มจำนวนนักศึกษาอินโดนีเซียในมหาวิทยาลัยในสหรัฐให้ได้สองเท่าตัว ซึ่งนอกจากจะเป็นการช่วยเศรษฐกิจสหรัฐแล้ว ยังเป็นการปรับปรุงความสัมพันธ์กับประเทศที่มีชาวมุสลิมเป็นชนส่วนใหญ่และกำลังเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วด้วย

รองรัฐมนตรี Francisco Sanchez ของกระทรวงพาณิชย์สหรัฐ กล่าวในงานนิทรรศการการศึกษาที่กรุง Jakarta เมื่อเร็วๆนี้ว่า การแลกเปลี่ยนทางการศึกษาช่วยเปิดโลกกว้างให้กับนักศึกษาอเมริกัน สร้างความสัมพันธ์ระยะยาว และช่วยเศรษฐกิจสหรัฐ เพราะมีคนไปอยู่ในสหรัฐ และเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยในสหรัฐ

สหรัฐกำลังพยายามสร้างความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมกับระบบเศรษฐกิจที่กำลังโตเร็ว อย่างอินโดนีเซีย และเวียตนาม ซึ่งเป็นตลาดใหม่สำหรับสินค้าและบริการจากสหรัฐด้วย นักศึกษาต่างประเทศช่วยอัดฉีดเงินเกือบหนึ่งหมื่นเก้าพันล้านดอลล่าร์ให้กับเศรษฐกิจสหรัฐในปีที่แล้ว และชนชั้นกลางของอินโดนีเซียที่กำลังขยายตัวเพิ่มขึ้น เป็นโอกาสใหม่ๆที่มหาวิทยาลัยในสหรัฐจะไปแสวงหานักศึกษาได้

สหรัฐเองก็ต้องการส่งนักศึกษาของตนไปอินโดนีเซียด้วย เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำอินโดนีเซีย นาย Scot Marciel บอกว่า การแลกเปลี่ยนนักศึกษาช่วยสร้างพื้นฐานส่วนบุคคลให้กับความสัมพันธ์อันดีได้ในอนาคต แต่การจะดึงดูดนักศึกษาอินโดนีเซียให้ไปเรียนต่อในสหรัฐ สหรัฐจะต้องแก้ปัญหาอย่างน้อยสองอย่างให้ได้เสียก่อน

ประการแรก คือจะต้องหาวิธีทำการตลาดในเรื่องมหาวิทยาลัยของประเทศ ประการที่สอง จะต้องแก้ไขปัญหาที่สร้างภาพลักษณ์ให้เข้าใจกันว่า การขอวีซ่านักเรียนเข้าสหรัฐนั้นยากมาก

ทูตสหรัฐประจำอินโดนีเซียบอกว่า มากกว่า 90% ของนักศึกษาชาวอินโดนีเซียที่ยื่นขอวีซ่าไปเรียนหนังสือในสหรัฐ ได้รับวีซ่าตามที่ขอ แต่กระนั้นก็ยังมีผู้คนเป็นจำนวนมากในประเทศที่มีชาวมุสลิมเป็นชนกลุ่มใหญ่ที่ไม่อยากเดินทางไปสหรัฐ เพราะเงื่อนไขการเดินทางที่กำหนดขึ้นหลังเหตุการณ์วันที่ 11 กันยายน 2001

จำนวนนักศึกษาอินโดนีเซียในสหรัฐเริ่มลดลงมาตั้งแต่ปี 1998 เมื่อเกิดวิกฤติการณ์การเงินในเอเชีย ในอีกด้านหนึ่ง ปัญหาเรื่องการขอวีซ่า ทำให้จำนวนนักศึกษาอินโดนีเซียในสหรัฐลดลงต่อไปอีก ในปีที่แล้วมีนักศึกษาอินโดนีเซียในสหรัฐไม่ถึงเจ็ดพันคน ลดลงจากจำนวนในปี 2009 ถึง 8%

นอกจากนี้ ยังมีการปรับปรุงคุณภาพการศึกษาตามที่ต่างๆทั่วโลก และนักศึกษาอินโดนีเซียเป็นจำนวนมาก เลือกที่จะไปเรียนในออสเตรเลีย สิงคโปร์ และมาเลย์เซียแทนที่

แต่สหรัฐก็ยังหวังว่า มหาวิทยาลัยชั้นดี รวมทั้งสถาบันการวิจัยที่มีอยู่อย่างมากมาย จะช่วยดึงดูดนักศึกษาต่างประเทศให้กลับไปสหรัฐได้

ในอีกด้านหนึ่ง รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาของอินโดนีเซีย นาย Mohammad Nur ให้ความเห็นว่า อินโดนีเซียกับสหรัฐมีความสัมพันธ์กันมานาน ด้วยเหตุนี้จึงต้องกระชับให้แน่นแฟ้นมากขึ้น แต่อินโดนีเซียก็อยากจะกระชับความสัมพันธ์กับยุโรปและประเทศอื่นๆที่จะนำเสนอแง่คิดมุมมองใหม่ๆให้ด้วย

เกี่ยวข้อง

XS
SM
MD
LG