ลิ้งค์เชื่อมต่อ

UNCTAD ชี้ประเทศพัฒนาน้อยที่สุดดึงดูดการลงทุนโดยตรงได้มากกว่าประเทศร่ำรวย


รายงานฉบับใหม่ของ UNCTAD ระบุว่าการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศจากทั่วโลกหรือ FDI ซึ่งหมายถึงการลงทุนในภาคการผลิตอย่างแท้จริงซึ่งไม่ใช่การซื้อหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ ของเมื่อปีที่แล้วลดลง 18 % เหลือหนึ่งล้านล้านกับสามแสนห้าหมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งนับว่าต่ำกว่าระดับของช่วงก่อนการเกิดปัญหาเศรษฐกิจของโลก แต่กลุ่มประเทศกำลังพัฒนาสามารถดึงดูดเม็ดเงินลงทุนดังกล่าวได้มากกว่าประเทศที่พัฒนาแล้ว คือราว 52 % ของเงินลงทุนโดยตรงทั้งหมดในโลก และมีเงินลงทุนโดยตรงเข้าไปในกลุ่มประเทศซึ่งพัฒนาน้อยที่สุด หรือ Least Developed Countries เพิ่มขึ้น 20 % เป็นจำนวนเงินสองหมื่นหกพันล้านดอลลาร์เมื่อปีที่แล้ว ซึ่งประเทศที่ได้ประโยชน์จากเรื่องนี้ได้แก่กัมพูชา สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก ไลบีเรีย มอริทาเนีย โมซัมบิค และอูกันด้า และจีนก้าวขึ้นมาเป็นแหล่งของเงินลงทุนโดยตรงในต่างประเทศที่ใหญ่อันดับสามของโลกรองจากสหรัฐฯ และญี่ปุ่น นักเศรษฐศาสตร์ของ UNCTAD ตั้งข้อสังเกตว่าการลงทุนโดยตรงทั่วโลกลดลงจากหลายปัจจัย เช่นจากการปกป้องผลประโยชน์เฉพาะตน จากการนำมาตรการควบคุมทางกฎหมายมาใช้ รวมทั้งจากการที่ประเทศต่างๆ เลือกเฟ้นการดึงดูดการลงทุนมากขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายอุตสาหกรรมของตน เป็นต้น

UNCTAD คาดว่าเม็ดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศปีนี้จะใกล้เคียงกับของปีที่แล้ว คือราวหนึ่งล้านล้านกับสี่แสนห้าหมื่นล้านดอลลาร์ แต่หากเงื่อนไขทางเศรษฐกิจในระดับมหภาคกระเตื้องขึ้น เม็ดเงินลงทุนนี้ก็อาจเพิ่มเป็นหนึ่งล้านล้านกับหกแสนล้านดอลลาร์ในปีหน้า และขยับขึ้นเป็นหนึ่งล้านล้านกับแปดแสนล้านดอลลาร์ในปี 2561 ได้

เกี่ยวข้อง

XS
SM
MD
LG