ลิ้งค์เชื่อมต่อ

ยูเอ็นชี้ว่าอาจหยุดยั้งเอดส์ได้ในอีก 14 ปีข้างหน้า

  • Margaret Besheer

สหประชาชาติชี้ว่ามีความเป็นไปได้ที่จะสามารถหยุดยั้งการระบาดของโรคเอดส์ได้ในปี ค.ศ. 2030

คนหนุ่มสาวได้รับผลกระทบใหญ่หลวงจากโรคเอดส์ มีเด็กราว 14 ล้านคนทั่วโลกที่กลายเป็นเด็กกำพร้าเพราะบิดามารดาเสียชีวิตด้วยโรคเอดส์ คนหนุ่มสาวเองยังมีอัตราการติดเชื้อที่สูงโดยมีคนติดเชื้อรายใหม่ราวสองพันคนต่อวันซึ่งทำให้โรคเอดส์กลายเป็นสาเหตุหลักสาเหตุที่สองที่ทำให้คนหนุ่มสาวทั่วโลกเสียชีวิต

คุณ Michel Sidibe ผู้อำนวยการบริหารแห่ง UNAIDS กล่าวว่า จำเป็นต้องมีการเผยเเพร่ความรู้ด้านเพศศึกษาให้แก่คนหนุ่มสาวทั่วโลก เพื่อให้รู้จักป้องกันตนเองและหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยง เขากล่าวว่ายังจำเป็นที่ต้องส่งเสริมให้คนหนุ่มสาวมีบทบาทหลักในการป้องกันโรค

ในช่วง 15 ปีที่ผ่านมา งานด้านการป้องกันและควบคุมโรคเอดส์มีความคืบหน้าอย่างมากและสหประชาชาติกำลังมุ่งประสานความร่วมมือกันให้เเข็งขันเพื่อหยุดยั้งโรคเอดส์ให้ได้ภายในปีค.ศ. 2030

นาย Ban Ki-moon เลขาธิการสหประชาชาติกล่าวเมื่อเร็วๆ นี้ว่า โลกได้เริ่มชะลอการระบาดของโรคเอดส์ลงได้แล้ว การติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่ได้ลดลงถึง 35 เปอร์เซ็นต์ตั้งเเต่ปี ค.ศ. 2000 และการเสียชีวิตจากโรคเอดส์ได้ลดลงราว 43 เปอร์เซ็นต์ตั้งเเต่ปีค.ศ. 2003 ซึ่งเป็นผลพวงจากราคาต้านไวรัสเอชไอวีที่ถูกลง มีเงินสนับสนุนใหม่ๆ และความร่วมมือกันในกลุ่มผู้ติดเชื้อและหน่วยงานประชาสังคม

เลขาธิการองค์การสหประชาชาติยังได้เร่งเร้าให้ประเทศผู้บริจาคเพิ่มเงินสนับสนุนให้ได้ตามเป้า 2,600 ล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ และเขาเชื่อว่าภายในอีกห้าปีข้างหน้า งานต่อต้านเอดส์ทั่วโลกจะคืบหน้ามากขึ้นไปอีก และอาจจะสามารถหยุดยั้งเอดส์ได้ในที่สุด

นายคีมูนกล่าวเตือนว่าหากเราไม่ทำอะไร เป็นไปได้ว่าการระบาดของโรคเอดส์จะกลับไปรุนแรงมากขึ้นในประเทศรายได้ปานกลางเเละรายได้ต่ำ

ในปัจจุบัน มีคนทั่วโลก 36 ล้าน 7 เเสนคนที่เป็นผู้ติดเชื้อเอดส์ ทุกปีมีคนติดเชื้อรายใหม่ทั่วโลกอีก 2 ล้าน 1 แสนคน และครึ่งหนึ่งจะเสียชีวิตลง ทางสหประชาชาติชี้ว่าหากงานต่อต้านเอดส์ทั่วโลกเเข็งขันมากขึ้น จะสามารถป้องกันการติดเชื้อรายใหม่ได้หลายล้านราย

(รายงานโดย Margaret Besheer / เรียบเรียงโดยทักษิณา ข่ายแก้ว วีโอเอภาคภาษาไทยกรุงวอชิงตัน)

XS
SM
MD
LG