ลิ้งค์เชื่อมต่อ

"โดนัลด์ ทรัมป์" ประกาศจะยอมรับผลการเลือกตั้งหากโปร่งใส... หรือถ้าตนเป็นฝ่ายชนะ!


Republican presidential candidate Donald Trump gestures as he arrives to speak at a campaign rally at the Delaware County Fair, Oct. 20, 2016, in Delaware, Ohio.

Republican presidential candidate Donald Trump gestures as he arrives to speak at a campaign rally at the Delaware County Fair, Oct. 20, 2016, in Delaware, Ohio.

โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีจากพรรครีพับลิกัน กล่าวต่อผู้สนับสนุนตัวเขาในการหาเสียงที่รัฐโอไฮโอในวันพฤหัสบดี หนึ่งวันหลังการดีเบตครั้งที่สามและครั้งสุดท้ายว่า ตนจะยอมรับผลการเลือกตั้งในวันที่ 8 พ.ย. ภายใต้ข้อแม้ว่าต้องเป็นการเลือกตั้งที่โปร่งใส ซึ่งเป็นคำพูดที่ต่างจากที่เขากล่าวไว้บนเวทีดีเบตเมื่อคืนวานนี้

เมื่อคืนนี้ ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดี คือโดนัลด์ ทรัมป์ จากพรรครีพับลิกัน และ ฮิลลารี คลินตั้น จากพรรคเดโมแครต ขึ้นเวทีโต้อภิปรายหรือดีเบตรอบที่สามและรอบสุดท้าย ในขณะที่เหลือไม่ถึง 3 สัปดาห์ก่อนวันเลือกตั้งประธานาธิบดีจะมาถึง

ในหัวข้อหนึ่งของการดีเบต คือประเด็นความเหมาะสมในการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี ผู้ดำเนินรายการคือ คริส วอลเลซ จาก Fox News เป็นผู้ตั้งคำถามต่อโดนัลด์ ทรัมป์ เรื่องที่เขากล่าวหาว่าการเลือกตั้งครั้งนี้มีการกำหนดผลล่วงหน้า และถามว่าหากพ่ายแพ้ ทรัมป์จะยอมรับผลการเลือกตั้งหรือไม่? ซึ่งทรัมป์บอกว่าตนจะตอบคำถามนี้เมื่อถึงเวลา

ทางด้านนางคลินตั้นกล่าวว่า สหรัฐฯ มีประชาธิปไตยมากว่า 200 ปี และมีประวัติศาสตร์การเลือกตั้งที่โปร่งใสและยุติธรรม ซึ่งคำพูดของทรัมป์กำลังทำลายความน่าเชื่อถือนี้

Republican U.S. presidential nominee Donald Trump and Democratic nominee Hillary Clinton begin their third and final 2016 presidential campaign debate at UNLV in Las Vegas, Nevada, U.S., October 19, 2016.

Republican U.S. presidential nominee Donald Trump and Democratic nominee Hillary Clinton begin their third and final 2016 presidential campaign debate at UNLV in Las Vegas, Nevada, U.S., October 19, 2016.

และในวันนี้ โดนัลด์ ทรัมป์ ได้กล่าวระหว่างการหาเสียงที่รัฐโอไฮโอ ว่าตนจะยอมรับผลการเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์ในวันที่ 8 พ.ย. นี้ หากตนเป็นฝ่ายชนะ และว่าหากนางคลินตั้นเป็นผู้ชนะ ตนก็จะยอมรับภายใต้ข้อแม้ว่าต้องเป็นการเลือกตั้งที่โปร่งใส และตนขอสงวนสิทธิ์ในการยื่นคำร้องให้มีการตรวจสอบตามกฎหมาย หากพบว่าผลการเลือกตั้งครั้งนี้น่าสงสัย

รองศาสตราจารย์ Richard Herrera จากมหาวิทยาลัย Arizona State ให้ความเห็นว่า การที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวหาว่าการเลือกตั้งครั้งนี้มีการกำหนดผลไว้ล่วงหน้านั้น เป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนสำหรับผู้ลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีในอดีต

นักวิเคราะห์ผู้นี้เชื่อว่า เรื่องนี้อาจทำให้ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งที่ยังไม่ตัดสินใจ หันไปหานางคลินตั้นมากขึ้น เพราะแม้ว่าจะมีคนอเมริกันจำนวนมากที่ไม่เชื่อมั่นในรัฐบาล แต่พวกเขาไม่เคยตั้งคำถามต่อความโปร่งใสของกระบวนการเลือกตั้งสหรัฐฯ

ผลการสำรวจเกี่ยวกับการเลือกตั้งหลายชิ้นระบุว่า การโกงการเลือกตั้งนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ค่อยเกิดขึ้นในสหรัฐฯ ตัวอย่างเช่น รายงานชิ้นหนึ่งที่จัดทำโดยรองผู้ช่วยรัฐมนตรียุติธรรม Justin Levitt ชี้ว่ามีการรายงานการโกงเลือกตั้งเพียง 31 ครั้ง ระหว่างปี ค.ศ. 2000 – 2014 จากการลงคะแนนในบัตรเลือกตั้งมากกว่า 1,000 ล้านใบ

ด้านอาจารย์ John Gilmour แห่งคณะรัฐศาสตร์ College of William & Mary ในรัฐเวอร์จิเนีย ระบุว่าคงเป็นเรื่องผิดปกติ หากมีการกำหนดผลการเลือกตั้งไว้ล่วงหน้า เนื่องจากระบบเลือกตั้งของสหรัฐฯ นั้นเป็นการกระจายอำนาจไปสู่รัฐบาลส่วนท้องถิ่น มากกว่าจะขึ้นอยู่กับรัฐบาลกลางในกรุงวอชิงตัน กล่าวคือรัฐที่มีประชากรมากจะมีอิทธิพลต่อผลการเลือกตั้งมากที่สุดผ่านระบบคณะผู้แทนเลือกตั้งหรือ Electoral College Voting ไม่ใช่เสียงของประชาชนแต่ละคนหรือ Popular Vote

ด้านอาจารย์ James Gimpel แห่งคณะรัฐศาสตร์ University of Maryland ให้ความเห็นว่า การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ทำให้เกิดคำถามถึงการยินยอมรับผลลัพธ์ที่ออกมาของผู้ที่เป็นฝ่ายพ่ายแพ้ เป็นการยินยอมที่จะถูกปกครองโดยผู้ชนะ

นักวิเคราะห์การเมืองผู้นี้กล่าวส่งท้ายว่า ความเห็นของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ดูเหมือนจะไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง เสมือนเป็นการประกาศความพ่ายแพ้ของตัวเขาเอง เป็นการหาเหตุผลเข้าข้างตัวเองมากกว่าจะกล่าวโทษต่อสิ่งที่เป็นสาเหตุ นั่นคือความไม่เหมาะสมของตัวเขาเองในการชิงชัยตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในครั้งนี้

(รายงานจากห้องข่าววีโอเอ / ทรงพจน์ สุภาผล เรียบเรียง)

เกี่ยวข้อง

XS
SM
MD
LG