ลิ้งค์เชื่อมต่อ

สำรวจคะแนนนิยม "ประธานาธิบดีทรัมป์" ก่อนครบ 100 วัน ท่ามกลางปัญหารุมเร้าทั้งภายในภายนอก


วันที่ 29 เมษายนนี้จะครบ 100 วัน ที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ทำพิธีปฏิญาณตนเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ

และในขณะที่เหลือเวลาอีกเพียง 10 วัน ดูเหมือนคะแนนนิยมของ ปธน.ทรัมป์ ยังไม่เพิ่มขึ้นจากช่วงเข้ารับตำแหน่งใหม่ๆ มากนัก คืออยู่ที่ประมาณ 40% ท่ามกลางปัญหาที่รุมเร้าทั้งในด้านต่างประเทศและปัญหาภายในประเทศ

ผลการสำรวจล่าสุดที่จัดทำโดยสำนักวิจัย Gallup ชี้ให้เห็นว่า มีคนอเมริกันราว 41% ที่ยอมรับในการทำงานของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ขณะที่ 53% ยังไม่ยอมรับ ซึ่งถือว่าเป็นคะแนนที่สูงกว่าเมื่อสามสัปดาห์ที่แล้วก่อนที่สหรัฐฯ จะยิงจรวดมิสไซล์โจมตีซีเรีย ซึ่งขณะนั้นคะแนนการยอมรับอยู่ที่ระดับเพียง 35%

ขณะที่ผลการสำรวจโดย Marist College ชี้ว่า คะแนนการยอมรับในตัว ปธน.ทรัมป์ ยังอยู่ที่ระดับ 39% แทบไม่เปลี่ยนแปลงจากช่วงก่อนการโจมตีซีเรีย ซึ่งผู้จัดทำผลสำรวจชิ้นนี้เสริมว่า “ปธน.ทรัมป์ ยังต้องแสดงให้ประชาชนอเมริกันเห็นถึงความสามารถในการเป็นผู้นำ โดยเฉพาะในด้านการต่างประเทศและการทหาร”

President Donald Trump speaks at Snap-On Tools, Tuesday, April 18, 2017, in Kenosha, Wis.

President Donald Trump speaks at Snap-On Tools, Tuesday, April 18, 2017, in Kenosha, Wis.

หลังจากเกิดความยากลำบากกับประเด็นปัญหาในประเทศในช่วงไม่กี่เดือนแรกหลังเข้ารับตำแหน่ง ไม่ว่าจะเป็นความล้มเหลวของการผลักดันคำสั่งฝ่ายบริหารควบคุมคนเข้าเมือง หรือการล้มเลิกกฎหมายโอบาม่าแคร์ ดูเหมือน ปธน.ทรัมป์ ได้หันไปให้ความสำคัญกับประเด็นต่างประเทศแทน ทั้งเรื่องโครงการนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ และสถานการณ์ความไม่สงบในซีเรียและอัฟกานิสถาน

ปธน.ทรัมป์ กล่าวว่า “เวลานี้กำลังเกิดความยุ่งเหยิงทั่วโลก ซึ่งตนมั่นใจว่าต่อไป สถานการณ์จะดีขึ้นมาก และโลกจะน่าอยู่ขึ้นก่อนที่ตนจะพ้นจากตำแหน่งไป”

บรรดาผู้นำพรรครีพับลิกันต่างออกมายกย่องการตัดสินใจของผู้นำสหรัฐฯ ในการโจมตีซีเรียด้วยจรวดมิสไซล์เมื่อต้นเดือนนี้ โดยบอกว่าเป็นการส่งสัญญาณให้มิตรและศัตรูของสหรัฐฯ ได้ทราบว่า รัฐบาลชุดนี้กล้าคิดกล้าทำกว่ารัฐบาลสหรัฐฯ ชุดก่อน

Protesters gather on Capitol Hill in Washington during a Tax Day demonstration calling on President Donald Trump to release his tax returns, April 15, 2017.

Protesters gather on Capitol Hill in Washington during a Tax Day demonstration calling on President Donald Trump to release his tax returns, April 15, 2017.

อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนประเด็นปัญหาในประเทศยังคงเป็นอุปสรรคสำหรับรัฐบาล ปธน.ทรัมป์ รวมถึงเหตุการณ์ล่าสุดที่ประชาชนในกว่า 100 เมืองทั่วประเทศ เดินขบวนประท้วงในวันส่งแบบฟอร์มเรียกคืนภาษีเงินได้ เรียกร้องให้โดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยรายงานภาษีของเขาเอง ยังไม่รวมถึงประเด็นอื่นๆ เช่น การปฏิรูปภาษี ที่ยังคงค้างคา

สว. ชัคค์ ชูมเมอร์ ผู้นำพรรคเดโมแครตในวุฒิสภาสหรัฐฯ กล่าวว่า “ปธน. ทรัมป์ จะต้องเจออุปสรรคต่อไปเรื่อยๆ หากยังไม่ยอมประนีประนอมกับทั้งสองฝ่าย"

ด้านนักวิเคราะห์บางคนชี้ว่า หากประธานาธิบดีทรัมป์ไม่เร่งผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในกฎหมายบางอย่างตามที่ได้หาเสียงไว้ ในช่วง 100 วันแรกของการทำงาน ก็จะยิ่งเป็นเรื่องยากที่จะทำให้เกิดขึ้นหลังจากนั้น หรืออาจไม่เกิดขึ้นเลย

Muslims and Yemenis gather with their supporters on the steps of Brooklyn's Borough Hall, during a protest against President Donald Trump’s temporary travel ban on citizens from seven predominantly Muslim countries, Thursday, Feb. 2, 2017

Muslims and Yemenis gather with their supporters on the steps of Brooklyn's Borough Hall, during a protest against President Donald Trump’s temporary travel ban on citizens from seven predominantly Muslim countries, Thursday, Feb. 2, 2017

คุณ Sarah Binder แห่งสถาบัน Brookings ในกรุงวอชิงตัน ให้ความเห็นว่า “ปธน. ทรัมป์ กำลังประสบปัญหาในการขยายฐานสนับสนุนให้เกินกว่ากลุ่มที่เป็นแกนหนุนดั้งเดิมที่ทำให้เขาชนะเลือกตั้ง โดยเฉพาะฐานสนับสนุนในสภาที่เดิมก็มีน้อยอยู่แล้ว”

ส่วนนักวิเคราะห์การเมือง William Galston จากสถาบัน Brookings ชี้ว่า “หาก ปธน.ทรัมป์ ต้องการจะเดินหน้าผลักดันการเปลี่ยนแปลงในประเทศ หนทางที่อาจจะดีที่สุดคือการหาเสียงสนับสนุนจากในฝั่งพรรคเดโมแครต แม้จะต้องทำให้สมาชิกพรรครีพับลิกันบางส่วนไม่พอใจก็ตาม โดยเฉพาะในเรื่องการปฏิรูปภาษีและโครงการปรับปรุงสาธารณูปโภคพื้นฐานทั่วประเทศ ”

ในขณะที่เหลือเวลาอีกเพียง 10 วันก็จะครบ 100 วันที่เข้ารับตำแหน่ง ดูเหมือนสิ่งที่ ปธน.ทรัมป์ต้องทำจากนี้ต่อไป คือการสร้างความสมดุลทางการเมืองเพื่อผลักดันนโยบายในประเทศ ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของนโยบายต่างประเทศที่ยังดูสับสนและยังไม่มีทิศทางชัดเจนในระยะยาว

(ผู้สื่อข่าว Jim Malone รายงาน / ทรงพจน์ สุภาผล เรียบเรียง)

เกี่ยวข้อง

XS
SM
MD
LG