ลิ้งค์เชื่อมต่อ

"Smart toys" ของเล่นเสริมทักษะเด็กสมัยใหม่กับภัยที่มองไม่เห็น


A photo shows Sphero's BB-8 droid toy in New York, Sept. 3, 2015. It’s just under 5 inches tall and makes cute little Droid sounds reminiscent of R2-D2.

A photo shows Sphero's BB-8 droid toy in New York, Sept. 3, 2015. It’s just under 5 inches tall and makes cute little Droid sounds reminiscent of R2-D2.

แม้ของเล่นเด็กจะก้าวล้ำด้วยเทคโนโลยีที่เรียกว่า smart toys เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตและสนทนากับเด็กได้ แต่ก็อาจให้โทษหากไม่รู้จักใช้

ผู้เชี่ยวชาญบางคนเตือนสติว่า ในขณะที่คุณพ่อคุณแม่อาจจะตื่นเต้นกับตุ๊กตาที่พูดคุยกับลูกของตน และเรียกชื่อเสียงเรียงนามได้อย่างถูกต้อง จะต้องเข้าใจด้วยว่า ในการบันทึกความจำของตุ๊กตาเหล่านั้น ผู้ผลิตมุ่งหวังอะไรบ้าง

ตุ๊กตาประเภทนี้ รวมถึง My Friend Cayla ซึ่งเป็น smart doll ตัวแรกที่ต้องเข้าเล่นผ่านทางอินเทอร์เน็ต My Friend Teddy และ Hello Barbie Doll ของบริษัท Mattel ผู้ผลิตของเล่นรายใหญ่ในอเมริกา

นักจิตวิทยา Larry Rosen ของมหาวิทยาลัย California State วิทยาเขต Dominguez Hills บอกว่า ตุ๊กตาประเภทนี้ไม่เป็นพิษเป็นภัยต่อเด็ก ตราบเท่าที่ไม่มีความจูงใจอื่นๆ แอบแฝงอยู่ด้วย เพราะการพูดคุยตอบโต้กับตุ๊กตาช่วยพัฒนาสมองส่วนที่เกี่ยวข้องด้วยได้

ปัญหาก็คือเทคโนโลยีสมัยนี้ สามารถกระตุ้นสมองได้หลายด้านทั้งทางโสตทัศนะ การสัมผัส และความทรงจำ และการปล่อยให้เด็กหมกมุ่นกับ smart toys ที่กระตุ้นส่วนใดส่วนหนึ่งของสมอง อาจไม่เป็นประโยชน์ต่อเด็กในที่สุด

อาจารย์ Larry Rosen เสนอแนะว่าไม่ควรปล่อยให้เด็กเล็กๆ เล่นกับตุ๊กตาหรือของเล่นที่มีเทคโนโลยีก้าวหน้า นานเกินกว่าครั้งละครึ่งชั่วโมง และหลังจากนั้น ควรให้เด็กใช้เวลานานกว่า 3-5 เท่าตัวในกิจกรรมที่สร้างสรรค์ เพื่อกระตุ้นส่วนอื่นๆ ของสมอง

นักจิตวิทยาผู้นี้ย้ำว่าการเล่นของเล่นผ่านทางอุปกรณ์สมัยใหม่ ไม่ว่าจะเป็น smartphones หรือ tablets เป็นการออกกำลังสมองที่เข้มมาก และมีแนวโน้มที่จะทำให้สมองบางส่วนทำงานมากเกินกว่าส่วนอื่นๆ ได้

อาจารย์ Larry Rosen ให้ความเห็นต่อไปว่า เด็กๆ ที่เติบโตมาโดยขาดปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น โดยเฉพาะเด็กรุ่นเดียวกัน อาจขาดทักษะในเรื่องการสื่อสารติดต่อกับผู้อื่นได้เมื่อโตขึ้น

นักวิชาการผู้นี้เตือนบิดามารดาโดยทั่วไปเป็นการส่งท้ายว่า ผู้ผลิตตุ๊กตาหรือของเล่น มีจุดมุ่งหมายในการออกแบบ ซึ่งผู้เป็นบิดามารดาจะต้องทำความเข้าใจว่า ความมุ่งหมายนั้นๆ ไม่ว่าจะเกี่ยวกับการศึกษา หรือเป็นการเก็บข้อมูลสำหรับการวิจัย หรือการตลาด เป็นประโยชน์ต่อลูกของตนอย่างไรบ้าง

ประเด็นเรื่องนี้ ยังเกี่ยวโยงไปถึงการเก็บรักษาข้อมูลส่วนตัวของเด็กด้วยว่า จะมีผลกระทบอย่างไรตามต่อไปในอนาคต เมื่อเด็กเหล่านี้เติบโตเป็นผู้ใหญ่

โดยทั่วไป กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคมักตามหลังเทคโนโลยีมาตลอด และความห่วงกังวลในเรื่องนี้มีแต่จะเพิ่มมากขึ้น เมื่อโลกเราสามารถพัฒนาและผลิต smart toys ได้มากยิ่งขึ้นต่อไป

XS
SM
MD
LG