ลิ้งค์เชื่อมต่อ

นักเรียนวัยรุ่นอเมริกันนอนหลับไม่พอส่งผลต่อการเรียน

  • Julie Taboh
  • ทรงพจน์ สุภาผล

นักเรียนวัยรุ่นอเมริกันนอนหลับไม่พอส่งผลต่อการเรียน

นักเรียนวัยรุ่นอเมริกันนอนหลับไม่พอส่งผลต่อการเรียน

รายงานชิ้นใหม่ชี้ว่า นักเรียนวัยรุ่นอเมริกันราวครึ่งหนึ่งไม่ได้นอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอในช่วงเปิดภาคเรียน ทำให้เกิดอาการง่วงเหงาหาวนอนระหว่างอยู่ในชั้นเรียนและส่งผลต่อระดับการเรียนและการทำกิจกรรมต่างๆในแต่ละวัน หลายโรงเรียนจึงพยายามหามาตรการช่วยเหลือ ซึ่งรวมถึงการเลื่อนเวลาเข้าเรียนตอนเช้าให้ช้ากว่าเดิม

เด็กนักเรียนอเมริกันราวครึ่งหนึ่งนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอในคืนก่อนวันที่ต้องไปโรงเรียน และนั่นส่งผลต่อสมรรถภาพของเด็กเหล่านั้นทั้งในและนอกห้องเรียน จิตแพทย์ Micheal Breus ผู้เชี่ยวชาญด้านการนอนหลับระบุว่า แม้อาการเกียจคร้านจะเป็นลักษณะประจำของวัยรุ่นส่วนใหญ่ แต่ปัญหานี้ไม่ใช่ความเกียจคร้านเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเพราะกระบวนการทำงานของร่างกายวัยรุ่นนั้น มีแนวโน้มที่จะทำให้พวกเขานอนดึกและตื่นสายกว่าคนวัยอื่น และในขณะที่บางโรงเรียนเข้าเรียนตั้งแต่ 7 โมงเช้า เด็กนักเรียนหลายๆคนจึงไปเรียนในสภาพครึ่งหลับครึ่งตื่น

คุณหมอ Breus กล่าวว่าในขณะที่เด็กวัยรุ่นซึ่งต้องการเวลานอนเต็มที่ 8-9 ชม.ได้รับการพักผ่อนเพียง 7 ชม.ในแต่ละคืน เด็กเหล่านั้นอาจจะมีอาการหดหู่สมองไม่แจ่มใส จนกระทบต่อการเรียน การเล่นกีฬาและพฤติกรรมโดยรวม คุณหมอยังชี้ด้วยว่าอาจมีปัจจัยมากมายที่ช่วยให้เด็กได้รับการนอนหลับพักผ่อนมากขึ้น และเวลาเข้าเรียนก็เป็นปัจจัยเล็กๆอย่างหนึ่งที่อาจส่งผลใหญ่หลวงได้เช่นกัน จิตแพทย์ผู้นี้ระบุว่ามีรายงานหลายชิ้นที่ชี้ให้เห็นว่า การเลื่อนเวลาเข้าเรียนวิชาแรกให้ช้าลงเพื่อให้เด็กเข้าสายได้อีกนิด จะมีผลให้คะแนนการเรียนของเด็กในวิชาคาบแรกและคาบที่สองสูงขึ้นได้

ปัจจุบัน โรงเรียนเอกชนหลายโรงเรียนทั่วสหรัฐกำลังทดลองใช้วิธีปรับเวลาเข้าเรียนตอนเช้าช้าออกไปประมาณ 30 นาทีหรือ 1 ชม.และให้เลิกเรียนช้าลงเช่นกัน ตัวอย่างเช่นที่โรงเรียนเอกชน St.George ในรัฐ Rhode Island ซึ่งผู้อำนวยการโรงเรียน คุณ Eric Peterson เผยว่าหลังจากลองใช้นโยบายปรับเปลี่ยนเวลาเข้าเรียนจาก 8 โมงเช้าเป็น 8 โมงครึ่ง พบว่าความเฉื่อยชาของนักเรียนในคาบแรกลดลงถึง 35% และตัวนักเรียนเองก็บอกว่ามีความตื่นตัวมากขึ้น ง่วงนอนน้อยลงตลอดทั้งวัน

ทางด้านด๊อกเตอร์ Patricia Moss ผู้ช่วย ผอ.ฝ่ายกิจการนักเรียนโรงเรียน St.George ช่วยยืนยันถึงผลในทางบวกของการเปลี่ยนแปลงที่ว่านี้ ด๊อกเตอร์ Moss บอกว่าคุณครูทุกคนต่างสังเกตุเห็นว่านักเรียนมีการตื่นตัวเพิ่มขึ้นทันทีทันใด หลังจากที่นักเรียนต่างพออกพอใจที่ได้เข้าเรียนสายไปอีก 30 นาทีจาก 8 โมงเช้าเป็น 8 โมงครึ่ง

อย่างไรก็ตามทั้งด๊อกเตอร์ Moss และคุณ Peterson ชี้ว่าการปรับเวลาเข้าเรียนนี้สามารถทำได้ไม่ยากกับโรงเรียนเอกชนขนาดเล็ก แต่เป็นเรื่องไม่ง่ายเลยสำหรับโรงเรียนรัฐบาลในสหรัฐซึ่งมีขนาดและเครือข่ายใหญ่กว่า แต่ในที่สุดแล้วไม่ว่าจะโรงเรียนรัฐหรือเอกชนก็ต้องทำตามประโยชน์ของนักเรียนเป็นหลัก ในขณะเดียวกันก็ขึ้นอยู่กับผู้ปกครองและตัวนักเรียนเอง ว่าจะสามารถรับผิดชอบต่อการแบ่งเวลาเรียนและเวลานอนของตนได้ดีแค่ไหน

เกี่ยวข้อง

XS
SM
MD
LG