ลิ้งค์เชื่อมต่อ

ยุทธวีธีที่ถูกต้องกับการปฏิบัติตามกฏระเบียบทำให้การประมงมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

  • Steve Baragona
  • Thaksina Khaikaew

การศึกษาเรื่องการประมงในสหรัฐเปิดเผยว่า 400 ปีก่อนหน้าที่ชาวยุโรปเริ่มตั้งรกรากในอเมริกา ชาวเกาะฮาวายเคยจับปลาได้มากพอพอกับการประมงสมัยใหม่หรืออาจจะมากกว่าโดยไม่สร้างความเสียหายแก่ทรัพยากรปลาเหมือนในปัจจุบัน

ชาวยุโรปรุ่นแรกเข้าไปตั้งรกรากบนเกาะแปซิฟิกที่เป็นส่วนหนึ่งของเกาะฮาวายในศตวรรษที่ 18 แต่ชาวเกาะฮาวายทำการประมงเป็นอาชีพหลักกันมานานหลายศตวรรษก่อนหน้านั้น

คุณ แจ็ค คิททิงเจอร์ นักมนุษยวิทยาแห่งศูนย์เพื่อแก้ปัญหาทางทะเลที่มหาวิทยาลัยแสตนฟอร์ด กล่าวว่า ในสมัยนั้น ผู้ปกครองเกาะฮาวายเป็นชาวท้องถิ่น ผู้นำแต่ละคนเน้นความสำคัญของการประมงที่ยั่งยืน

คุณคิททิงเจอร์กล่าวว่าผู้นำเกาะจะตัดสินว่าแนวปะการังจุดใดต้องพักจากการทำประมงหลังจากชาวบ้านจับปลาได้มากแล้ว คำสั่งห้ามจับปลานี้ เรียกว่า คาพู

คำว่า คาพูเป็นภาษาท้องถิ่น เป็นคำสั่งห้ามศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวเกาะฮาวายทุกคนปฏิบัติตาม คุณคิททิงเจอร์ กล่าวว่า แม้แต่เจมส์ คุก ชาวยุโรปคนแรกที่เดินทางถึงเกาะฮาวายก็เคยเห็นการใช้คำสั่งห้ามจับปลานี้

คุณคิททิงเจอร์ กล่าวว่า เจมส์ คุก บรรยายว่า วันหนึ่งชาวประมงทุกคนออกไปหาปลากันหมด แต่ในวันรุ่งขึ้นพระราชาของเกาะสั่งห้ามล่าปลาในอ่าวโดยเด็ดขาด ชาวบ้านทุกคนต้องหยุดออกหาปลาในวันนั้น

ผู้นำเกาะฮาวายในอดีตยังใช้คำสั่งห้ามคาพูกับการล่าปลาทูน่ากับปลามากาเร่ลชนิดละครึ่งปี เพื่อให้ปลาได้พักการการถูกล่า

นอกจากนี้ ชาวประมงระดับมืออาชีพเท่านั้นที่ได้รับอนุญาติให้ไปล่าปลาน้ำลึกและต้องใช้อุปกรณ์การประมงบางชนิดเท่านั้น

การสั่งห้ามล่าปลาเป็นระยะๆกับวิธีการประมงแบบดั้งเดิม ทำให้ปลาแพร่พันธุ์ต่อได้ แม้จะมีการพักจับปลาเป็นช่วงๆ ชาวเกาะฮาวายกลับหาปลาได้ในปริมาณพอพอกับชาวประมงในสมัยนี้หรืออาจจะมากกว่าด้วย

แต่ในปัจจุบัน การประมงมากเกินพอดี ทำให้แนวปะการังที่เป็นแหล่งแพร่พันธุ์ปลา ทั้งที่เกาะฮาวายและแนวปะการังอื่นอีกครึ่งโลกเสียหาย

นักวิจัย ชี้ว่าหากมองดูความพยายามในการควบคุมการประมงชาวเกาะฮาวายในอดีตกับที่ใช้กันในปัจจุบัน จะมองเห็นความคล้ายคลึงกันหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นข้อกำหนดเรื่องอุปกรณ์การประมงที่ควรใช้ หรือ จุดห้ามทำการประมง แต่สิ่งที่แตกต่างคือการบังคับใช้กฏหมายและบทลงโทษ

ชาวเกาะฮาวายเชื่อฟังในกฏห้ามล่าปลาเพราะว่ามีบทลงโทษที่รุนแรงอาจถึงขึ้นประหารชีวิต ผู้หญิงถูกห้ามไม่ให้กินปลาที่มีราคาแพงและห้ามคนทั่วไปกินเต่าแต่เป็นอาหารของผู้นำทางโลกและทางธรรมเท่านั้น

อย่างไรก็ดีข้อห้ามและการลงโทษในสมัยนั้นอาจรุนแรงเกินไปและไม่เหมาะกับมาตราฐานสมัยปัจจุบัน แต่นักวิจัยชี้ว่า เราควรเรียนรู้จากประสบการณ์ของชาวประมงโบราณบนเกาะฮาวาย

คุณคิททิงเจอร์ กล่าวว่า เราไม่ถึงขนาดต้องประหารชีวิตกันเหมือนอย่างวิถีปฏิบัติของชาวเกาะฮาวายโบราณ แต่ต้องมีการบังคับใช้บทลงโทษจริงจังกับผู้ที่ทำผิดต่อกฏหมายการประมง หากจริงจังในการปกป้องทรัพยากรปลาในท้องทะเล

XS
SM
MD
LG