ลิ้งค์เชื่อมต่อ

งานวิจัยชิ้นใหม่ระบุเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลเพิ่มโอกาสของการเป็นโรคเบาหวานและโรคหัวใจ


สมาคมโรคหัวใจสหรัฐฯ กล่าวว่าเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลเป็นสัดส่วนที่ใหญ่ที่สุดของการบริโภคน้ำตาลในสหรัฐฯ

งานวิจัยชิ้นใหม่ระบุว่าเครื่องดื่มที่มีน้ำตาล สามารถทำให้เกิดไขมันบริเวณหน้าท้องที่เพิ่มโอกาสของการเป็นโรคเบาหวานและโรคหัวใจ

ผู้เชี่ยวชาญจากสมาคมโรคหัวใจของสหรัฐฯ American Heart Association ตีพิมพ์ผลงานวิจัยชิ้นนี้ลงในนิตยสาร Circulation และชี้ให้เห็นถึงความเชื่อมโยงโดยตรงระหว่างเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลกับไขมันที่ท้องในกลุ่มผู้บริโภควัยกลางคน

นักวิจัยระบุชนิดของไขมันนี้ว่า Visceral Fat หรือ Deep Fat ที่ล้อมอยู่ในอวัยวะภายซึ่งที่มีผลต่อการทำงานของฮอร์โมนในร่างกาย และการทดลองชี้ว่าไขมันชนิดนี้ต้านการทำงานของอินซูลิน ความผิดปกติดังกล่าวอาจนำไปสู่โรคเบาหวาน และโรคหัวใจ

ในการศึกษาครั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญเก็บข้อมูลพฤติกรรมผู้บริโภค 1,003 ราย เป็นเวลาหกปี โดยแบ่งเป็นชายและหญิงอย่างละครึ่ง ที่อายุเฉลี่ย 45 ปี โดยจำแนกกลุ่มตัวอย่างเป็นสี่กลุ่มตามความบ่อยของการบริโภคเครื่องดื่มที่มีน้ำตาล

ปรากฏว่าผู้ที่ไม่ดื่มและที่ดื่มไม่บ่อยคือหนึ่งครั้งต่อสัปดาห์เป็นอย่างมาก มีระดับไขมัน Visceral Fat ใกล้เคียงกัน คือ 658 และ 649 คิวบิคเซนติเมตร เทียบกับ 707 สำหรับผู้ที่ดื่มบ่อย และ 852 คิวบิคเซนติเมตร สำหรับผู้ที่ดื่มบ่อยที่สุดคือทุกวัน

Caroline Fox นักวิจัยหลักของการศึกษาชิ้นนี้กล่าวว่า มีความสัมพันธ์ระหว่างเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลกับโรคหัวใจและเบาหวาน และแนะนำว่าควรบริโภคตามปริมาณที่เหมาะสมต่อวันซึ่งมักจะถูกระบุไว้ในฉลาก

และสำหรับผู้ที่วางนโยบายด้านโภชนาการ กลุ่มนักวิจัยกล่าวว่าผลงานชิ้นนี้เป็นเครื่องยืนยันอีกครั้งหนึ่งถึงอันตรายต่อสุขภาพจากเครื่องดื่มที่มีน้ำตาล นักวิจัยกล่าวถึงโรคอ้วนว่าไม่ได้เกิดจากอาหารหรือเครื่องดื่มประเภทใดประเภทหนึ่ง แต่เกิดจากปัจจัยหลายๆ อย่างร่วมกัน

สมาคมโรคหัวใจสหรัฐฯ กล่าวว่าเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลเป็นสัดส่วนที่ใหญ่ที่สุดของการบริโภคน้ำตาลในสหรัฐฯ

สมาคมดังกล่าวแนะนำว่า สตรีไม่ควรรับเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลเกินวันละ 100 แคลอรี่ต่อวัน และระดับเพดานที่เหมาะสมสำหรับผู้ชายอยู่ที่ 150 แคลอรี่ต่อวัน

XS
SM
MD
LG