ลิ้งค์เชื่อมต่อ

UNODC ชี้พม่าและลาวปลูกฝิ่นมากขึ้นในปีนี้แต่ไทยปลูกน้อยลง

  • Daniel Schearf
  • ทรงพจน์ สุภาผล

UNODC ชี้พม่าและลาวปลูกฝิ่นมากขึ้นในปีนี้แต่ไทยปลูกน้อยลง

UNODC ชี้พม่าและลาวปลูกฝิ่นมากขึ้นในปีนี้แต่ไทยปลูกน้อยลง

สำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติหรือ UNODC รายงานว่าปริมาณการปลูกฝิ่นในพม่าและลาวซึ่งเป็นประเทศผู้ผลิตฝิ่นรายใหญ่อันดับ 2 และ 3 ของโลก เพิ่มขึ้นสูงมากในปีนี้เนื่องจากราคาฝิ่นแพงขึ้น โดยทาง UNODC แนะนำให้ใช้แนวทางใหม่ๆในการปราบปรามการปลูกฝิ่น

สำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC ) ระบุในวันพฤหัสบดีว่าพื้นที่ที่ใช้ในการปลูกฝิ่นในแถบเอเซียตะวันออกเฉียงใต้เพิ่มขึ้นราว 16% ในปีนี้ โดยเฉพาะพม่าซึ่งเป็นประเทศผู้ปลูกฝิ่นรายใหญ่อันดับ 2 รองจากอาฟกานิสถาน มีการปลูกฝิ่นเพิ่มขึ้นคิดเป็นสัดส่วนราว 96% ของปริมาณการปลูกฝิ่นที่เพิ่มขึ้นทั้งหมดในแถบเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ปีนี้ คาดว่าฝิ่นที่ผลิตในพม่าตลอดปี พ.ศ 2554 มีปริมาณราว 610 ตันหรือประมาณ 10% ของปริมาณฝิ่นทั่วโลก ขณะที่ลาวผลิตฝิ่นในปีนี้ทั้งหมด 25 ตัน


คุณ Gary Lewis ผู้แทนของ UNODC ประจำเอเซีย-แปซิฟิก กล่าวต่อสมาคมผู้สื่อข่าวต่างชาติในประเทศไทยในโอกาสเผยแพร่รายงานสำรวจฉบับนี้ว่า ฝิ่นที่ผลิตในแถบเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ปีนี้มีมูลค่ารวมประมาณ 319 ล้านดอลล่าร์ ส่วนใหญ่ปลูกในแถบรัฐฉานของพม่า โดยสาเหตุที่ทำให้การปลูกฝิ่นในรัฐฉานมีปริมาณเพิ่มขึ้นคือความไร้เสถียรภาพด้านอาหาร ความยากจนและความขัดแย้งในพื้นที่ดังกล่าว รวมทั้งการที่ฝิ่นมีราคาแพงขึ้นทำให้เกษตรกรจำนวนมากหันไปปลูกฝิ่น

UNODC ระบุว่าปัจจุบันราคาฝิ่นในพม่าเพิ่มขึ้นจากระดับกิโลกรัมละ 300 ดอลล่าร์เมื่อปีที่แล้วเป็นกิโลกรัมละ 450 ดอลล่าร์ ประกอบกับเงินจ๊าดมีค่าลดลงยิ่งทำให้ฝิ่นขายได้ราคาสูงขึ้นโดยเปรียบเทียบ ขณะที่ราคาฝิ่นในลาวและประเทศไทยเพิ่มขึ้นไปถึงกิโลกรัมละ 1,400 – 1,600 ดอลล่าร์ ส่งผลให้เกษตรกรผู้ปลูกฝิ่นรวมถึงคนงานที่ทำงานในไร่ฝิ่นต่างมีรายได้เฉลี่ยสูงกว่าคนงานหรือเกษตรกรผู้ปลูกพืชชนิดอื่นๆหลายเท่า

คุณ Jason Eligh ผู้จัดการฝ่ายพม่าของ UNODC ชี้ว่าด้วยเหตุผลทางเศรษฐกิจดังกล่าว ชาวบ้านจำนวนมากที่ประสบปัญหาเงินๆทองๆจึงหันไปปลูกฝิ่นหรือไปรับจ้างทำงานในไร่ฝิ่นแทนอาชีพอื่น เจ้าหน้าที่ของ UNODC ยังบอกด้วยว่าจำเป็นต้องมีเงินทุนเพิ่มขึ้นจากต่างชาติเพื่อนำมาใช้ในโครงการใหม่ๆเพื่อลดการปลูกฝิ่นในลาวและพม่า เช่นโครงการสนับสนุนให้เกษตรกรปลูกพืชเศรษฐกิจชนิดอื่นๆซึ่งเคยใช้ได้ผลมาแล้วในอดีต

การปลูกฝิ่นในแถบเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ 3 ประเทศคือพม่า ลาวและไทย ลดลงไปมากในช่วงระหว่างปี พ.ศ 2541 ถึง 2549 หลังจากรัฐบาลปราบปรามอย่างหนักพร้อมกับนำโครงการปลูกพืชทดแทนชนิดอื่นมาใช้ แต่ปริมาณการปลูกฝิ่นในพม่าและลาวกลับเพิ่มขึ้นอีกครั้งในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา

UNODC ยังได้กล่าวยกย่องประเทศไทยที่เป็นประเทศเดียวในแถบนี้ที่ยังสามารถลดปริมาณการปลูกฝิ่นลงได้อย่างต่อเนื่อง โดยพื้นที่ปลูกฝิ่นในประเทศไทยปีนี้ลดลงราว 25% และปริมาณผลผลิตฝิ่นลดลงเหลือเพียง 3 ตันเท่านั้น

XS
SM
MD
LG