ลิ้งค์เชื่อมต่อ

สหประชาชาติตรวจสอบข้อกล่าวหาที่เกาหลีใต้บังคับให้ชาวต่างชาติที่ทำงานในประเทศตรวจหาเชื้อเอดส์

  • Steve Herman

สำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติได้รับคำร้องเรียนของหญิงชาวนิวซีแลนด์ไว้พิจารณา โดยกล่าวหาเกาหลีใต้ว่ากีดกันคนต่างชาติด้วยการบังคับให้ครูชาวต่างประเทศที่ทำงานในเกาหลีใต้ตรวจหาเชื้อเอชไอวี

ทางการเกาหลีใต้ตั้งกฏให้คนต่างชาติที่เดินทางไปทำงานเป็นครูสอนภาษาอังกฤษหรือทำงานในอาชีพอื่นๆ ต้องตรวจเลือดหาเชื้อเอชไอวีก่อนเข้าทำงาน นอกจากนี้ยังขอตรวจสอบประวัติส่วนตัวและประวัติการใช้สารเสพติด

แต่ชาวเกาหลีใต้ที่สมัครทำงานในอาชีพเดียวกัน ไม่เข้าข่ายต้องการตรวจร่างกายและตรวจสอบประัวัติดังกล่าว

ลิซ่า กริฟฟิน อดีตครูชาวนิวซีแลนด์ผู้หนึ่งได้ทำการร้องเรียนต่อคณะกรรมการนานาชาติว่าด้วยการกำจัดปัญหาการรังเกียจทางเชื้อชาติแห่งสหประชาชาติ (CERD) หลังจากได้รับแจ้งจากโรงเรียนประถมของเกาหลีใต้แห่งหนึ่งให้ตรวจเลือดหาเชื้อเอชไอวีครั้งที่สองในช่วงเก้าเดือนหลังจากที่ตรวจเลือดครั้งแรกและผลตรวจเลือดเป็นปกติ

ลิซ่า กริฟฟิน ปฏิเสธที่จะตรวจเลือดหาเชื้อเอชไอวีครั้งที่สองเพราะเห็นว่าไม่จำเป็นและต้องเดินทางออกจากเกาหลีใต้เมื่อเดือนกันยายนปีพุทธศักราช 2552 หลังจากที่โรงเรียนประถมแห่งดังกล่าวไม่ยอมต่อสัญญาว่าจ้างงาน

ลิซ่า กริฟฟิน ได้กล่าวหาทางการเกาหลีใต้ว่าใช้การตรวจหาเชื้อเอชไอวีบังหน้าการกีดกันคนเชื้อชาติอื่นไม่ให้เข้าไปทำงานในประเทศ เธอบอกว่าการบังคับให้ชาวต่างชาติตรวจหาเชื้อเอดส์ เป็นการสร้างความเข้าใจผิดๆว่าชาวต่างชาติเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงต่อการติดเชื้อเอดส์ ส่งผลให้คนท้องถิ่นมีความรู้สึกไม่เป็นมิตรต่อชาวต่างชาติ

เบนจามิน เว็คเน่อร์ ทนายความของกริฟฟินและอาจารย์ด้านกฏหมายที่มหาวิทยาลัย Kyunghee University กล่าวว่า ลูกความของเขาได้ส่งผลตรวจเลือดหาเชื้อเอดส์ครั้งแรกไปแล้วตามกฏข้อบังคับของรัฐบาลเกาหลีใต้ และผลตรวจเลือดได้ชี้ว่าเธอปลอดเชื้อเอดส์ จึงเห็นว่าไม่มีเหตุผลอื่นๆตามกฏหมายที่ต้องไปตรวจเลือดซ้ำอีกเป็นครั้งที่สอง นอกไปจากเหตุผลที่ว่าเธอเป็นชาวต่างชาติเท่านั้น

ความพยายามของกริฟฟินให้เกาหลีใต้ปรับนโยบายล้มเหลว แต่กลายเป็นแนวทางให้ทางคณะกรรมการนานาชาติว่าด้วยการกำจัดปัญหาการรังเกียจทางเชื้อชาติแห่งสหประชาชาติ (CERD) หยิบกรณีขึ้นมาหลังจากใช้เวลาหารือกันนานถึงเจ็ดเดือน ศาสตราจารย์เว็คเน่อร์กล่าวว่า นี่เป็นครั้งแรกที่มีการใช้กฏข้อบังคับตามสนธิสัญญามาแก้ปัญหาการกีดกันทางเชื้อชาติต่อเกาหลีใต้

เขากล่าวว่ากระทรวงศึกษาธิการเกาหลีใต้อ้างว่าทางกระทรวงไม่ได้มองว่าครูต่างชาติมีเชื้อเอดส์และสามารถแพร่เชื้อในห้องเรียนได้ แต่ที่บังคับให้ครูต่างชาติต้องตรวจเลือดหาเอดส์ก็เพื่อต้องการสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ปกครองและความสบายใจแก่ประชาชน

ทางด้านนายคิม จอง อิล ประธานสหภาพผู้ปกครอง New Right (wing) Parents Union กล่าวว่า กฏนี้ต้องบังคับใช้ต่อไปเพื่อปกป้องสุขภาพของชาวเกาหลีใต้

ประธานสหภาพผู้ปกครองเกาหลีใต้กล่าวว่ามีอาชญากรมากมายจากต่างชาติเข้าไปสอนหนังสือในเกาหลีใต้ และทำการปกปิดประวัติส่วนตัว คนเหล่านี้ใกล้ชิดกับเด็กนักเรียน ดังนั้นการตรวจหาเชื้อเอชไอวีในครูต่างชาติจึงต้องดำเนินต่อไปเพื่ิอป้องการไม่ให้มีการติดเชื้อเอดส์เพิ่มขึ้นในเกาหลีใต้

อย่างไรก็ีดี ทนายความของผู้ร้องเรียน กล่าวว่า การร้องเรียนของลิซ่า กริฟฟินไม่ได้ต่อต้านการตรวจเลือดหาเ้ชื้อเอชไอวี แต่ต้องการให้ทางการเกาหลีใต้หาแนวทางปฏิบัติที่ละเอียดอ่อนกว่านี้เพื่อป้องกันการรังเกียจทางเชื้อชาติ
XS
SM
MD
LG