ลิ้งค์เชื่อมต่อ

สิงคโปร์ต้องการแรงงานต่างชาติมากขึ้น

  • ทรงพจน์ สุภาผล

Downtown Singapore

Downtown Singapore

สิงคโปร์กำลังต้องการแรงงานต่างชาติเพิ่มขึ้น เพื่อรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจและยับยั้งภาวะเงินเฟ้อไม่ให้สูงเกินไป

นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ลี เซียน ลุ้ง กล่าวต่อผู้สื่อข่าวระหว่างการเดินทางเยือนสหรัฐในวันพฤหัสบดีว่า สิงคโปร์ต้องการแรงงานต่างชาติเพิ่มขึ้นอีก 1 แสนคนในปีนี้ เพื่อรองรับการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ และชี้ว่าหากสิงคโปร์ไม่อนุญาตให้ชาวต่างชาติเข้ามาทำงานเพิ่มขึ้น เศรษฐกิจอาจเติบโตร้อนแรงเกินไปจนควบคุมไม่อยู่

เมื่อช่วงต้นปี รัฐบาลสิงคโปร์ประกาศว่าจะใช้นโยบายควบคุมจำนวนแรงงานต่างชาติที่ไหลทะลักเข้ามาทำงานในสิงคโปร์ปีละประมาณ 150,000 คนในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา โดยมาตรการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแผนยกระดับเศรษฐกิจและความสามารถทางการผลิตของสิงคโปร์ไปสู่ระดับสูงขึ้น

ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา เศรษฐกิจสิงคโปร์เติบโตอย่างรวดเร็ว จนทำให้เกาะเล็กๆที่มีประชากรราว 5 ล้านคนนี้ กลายเป็นหนึ่งในประเทศที่มั่งคั่งที่สุดในโลก โดยแรงงานต่างชาติถือเป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่งของเศรษฐกิจสิงคโปร์ โดยเฉพาะในภาคธุรกิจการก่อสร้างและภาคการผลิตอื่นๆที่มีเงินเดือนต่ำกว่าเมื่อเทียบกับคนสิงคโปร์เอง นอกจากนี้ สิงคโปร์ยังพยายามดึงดูดผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆจากต่างชาติ ทั้งในแวดวงการเงินและเทคโนโลยีสมัยใหม่ ให้เข้ามาทำงานในสิงคโปร์ ข้อมูลล่าสุดชี้ว่า ปัจจุบัน มีแรงงานต่างชาติทั้งที่มีทักษะความรู้สูงและแรงงานขั้นต่ำคิดเป็นสัดส่วนราว 1 ใน 3 ของประชากรวัยแรงงานทั้งหมดในสิงคโปร์ที่มีอยู่ราว 3 ล้านคน โดยชาวต่างชาติเหล่านั้น ส่วนใหญ่มาจากประเทศจีน อินเดีย และประเทศอื่นในแถบเอเชีย และส่วนใหญ่พูดภาษาอังกฤษไม่ค่อยได้

อย่างไรก็ตาม แรงงานต่างชาติจำนวนมากนี้ได้สร้างปัญหาทั้งทางสังคม เศรษฐกิจและภาพลักษณ์ให้แก่สิงคโปร์เช่นกัน สื่อมวลชนท้องถิ่นรายงานว่า มีชาวสิงคโปร์จำนวนมากขึ้นที่ร้องเรียนถึงคุณภาพการบริการลูกค้าที่แย่ลงตามร้านอาหารและร้านค้าต่างๆ ความคับคั่งตามสถานีรถไฟใต้ดิน ปัญหาแรงงานต่างชาติแย่งงานคนท้องถิ่น ตลอดจนอาชญากรรมโดยชาวต่างชาติที่มักเกิดขึ้นอยู่เป็นประจำ ในขณะที่ชาวสิงคโปร์หลายคนโอดครวญว่า เหมือนตนกลายเป็นคนแปลกหน้าในบ้านตัวเอง บรรดาผู้เชี่ยวชาญคาดว่าประเด็นเรื่องแรงงานต่างชาตินี้จะกลายเป็นหัวข้อใหญ่ทางการเมืองสำหรับการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในปีหน้าอย่างแน่นอน

รัฐบาลสิงคโปร์คาดทำนายว่า เศรษฐกิจในปีนี้น่าจะเติบโตราว 15% ซึ่งจะทำให้สิงคโปร์เป็นประเทศที่มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจสูงที่สุดในโลก และนักวิเคราะห์เชื่อว่ามีโอกาสจะเกิดภาวะเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นราว 3% จากระดับเงินเฟ้อ 0% เมื่อปีที่แล้ว เมื่อประกอบกับนโยบายของรัฐบาลสิงคโปร์ที่พยายามยกระดับจากการพึ่งพาอุตสาหกรรมไปเป็นการท่องเที่ยวซึ่งอาจต้องมีการก่อสร้างโครงการต่างๆและใช้คนงานจำนวนมาก จึงจะเห็นได้ว่า บางทีการอนุญาตให้แรงงานต่างชาติหลั่งไหลเข้ามายังสิงคโปร์มากขึ้นนั้น อาจเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

XS
SM
MD
LG