ลิ้งค์เชื่อมต่อ

นักวิเคราะห์ชี้นโยบายของซาอุฯสะท้อนการตัดสินใจที่กล้าคิดกล้าทำมากขึ้นหลังปรับผู้บริหารประเทศครั้งใหญ่


King Salman of Saudi Arabia.

King Salman of Saudi Arabia.

กลุ่มคนรุ่นใหม่ของราชวงศ์ซาอุฯในคณะรัฐบาลประกอบด้วย รองมกุฎราชกุมารที่มีพระชนมายุไม่ถึง 40 พรรษา และรัฐมนตรีต่างประเทศคนใหม่


ไม่นานนี้ซาอุดิอาระเบียปรับคณะผู้บริหารประเทศ และมีการปลดมกุฏราชกุมาร พร้อมแต่งตั้งรัฐมนตรีต่างประเทศคนใหม่ ผลจากการเปลี่ยนแปลงภายใต้กษัตริย์พระองค์ใหม่อาจนำมาซึ่งแนวทางด้านนโยบายต่างประเทศที่มีพลวัตรมากขึ้น เนื่องจากตำแหน่งสำคัญๆ ตกเป็นของคนรุ่นใหม่ ขณะที่กษัตริย์ซัลมานทรงพระชนมายุใกล้ 80 พรรษา

In this photo provided by the Saudi Press Agency, Saudi King Salman delivers his first major policy speech since assuming the throne in the al-Yamama palace, Riyadh, Saudi Arabia, March 10, 2015.

In this photo provided by the Saudi Press Agency, Saudi King Salman delivers his first major policy speech since assuming the throne in the al-Yamama palace, Riyadh, Saudi Arabia, March 10, 2015.

นักวิเคราะห์กล่าวว่านโยบายของซาอุดิอาระเบียสะท้อนกระบวนการตัดสินใจที่กล้าคิดกล้าทำมากขึ้น เห็นได้จากการขึ้นสู่ตำแหน่งสูงๆ ที่มีอายุค่อนข้างน้อย หากเทียบกับผู้กุมอำนาจกลุ่มเดิมที่เคยเดินเกมต่างประเทศในช่องทางพิเศษแบบเงียบๆ หลังเวที

กลุ่มคนรุ่นใหม่หลังการปรับโดยกษัตริย์ซัลมานที่ขึ้นครองราชย์ไม่นานนี้ ประกอบด้วย รองมกุฎราชกุมารที่มีพระชนมายุไม่ถึง 40 พรรษา และรัฐมนตรีต่างประเทศคนใหม่ อะเดล อัล จูเบียร์ ที่เคยเป็นเอกอัครราชทูตประจำสหรัฐ ขณะที่รัฐมนตรีกลาโหมเป็นผู้รับผิดชอบการโจมตีกลุ่มกบฏฮูติในเยเมน

ส่วนมกุฎราชกุมารพระองค์ใหม่คือ เจ้าชายนาเยฟ เป็นหลานของกษัตริย์ซัลมาน เจ้าชายนาเยฟมีพระชนมายุ 55 พรรษาและเป็นที่รู้จักจากผลงานการปราบปรามกลุ่มอัลเคดะในซาอุดิอาระเบีย ในตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงกิจการภายใน

Saudi Deputy Crown Prince and Interior Minister Prince Mohammed bin Nayef bin Abdul Aziz.

Saudi Deputy Crown Prince and Interior Minister Prince Mohammed bin Nayef bin Abdul Aziz.

ผู้สันทัดกรณีกังวลว่าหากซาอุดิอาระเบียซึ่งเป็นประเทศมหาอำนาจของมุสลิมนิกายซุนนี่ เดินหน้านโยบายที่แข็งกร้าวกับประเทศอิหร่านที่เป็นฝ่ายชิอะห์ ในที่สุดคนกลุ่มน้อยที่สำคัญชาวชิอะห์ในซาอุฯ อาจลุกฮือขึ้นได้

และเนื่องจากสงครามสองด้านทั้งกับกลุ่มรัฐอิสลามไอเอสและกับกลุ่มกบฏฮูติในเยเมน ต้องใช้ทรัพยากรของประเทศมาก นักวิเคราะห์จึงเตือนว่า นโยบายกล้าคิดกล้าทำของกลุ่มอำนาจใหม่อาจกลับมาสั่นคลอนเสถียรภาพของผู้นำประเทศซาอุดิอาระเบียได้ในที่สุด

รายงานโดยสำนักข่าวต่างประเทศ เรียบเรียงโดย รัตพล อ่อนสนิท
โปรดติดตามรายละเอียดจากคลิปเรื่องนี้ในรายการข่าวสดสายตรงจากวีโอเอ

XS
SM
MD
LG