ลิ้งค์เชื่อมต่อ

“จรวดพลังงานพลาสม่า” ความหวังใหม่ของภารกิจส่งมนุษย์ไปดาวอังคาร

  • Greg Flakus
  • ทรงพจน์ สุภาผล

“จรวดพลังงานพลาสม่า” ความหวังใหม่ของภารกิจส่งมนุษย์ไปดาวอังคาร

“จรวดพลังงานพลาสม่า” ความหวังใหม่ของภารกิจส่งมนุษย์ไปดาวอังคาร

นักวิทยาศาสตร์กำลังเตรียมการวางแผนส่งมนุษย์ไปยังดาวอังคารซึ่งหมายถึงการเดินทางในอวกาศเป็นเวลานานหลายเดือนและเต็มไปด้วยภัยอันตรายต่างๆ แต่อดีตนักบินอวกาศสหรัฐผู้หนึ่งได้คิดค้นจรวดแบบใหม่ที่อาจช่วยให้การเดินทางไปดาวอังคารใช้เวลาสั้นลงเหลือเพียง 39 วัน

ที่สำนักงานใหญ่ของบริษัท Ad Astra ในนคร Houston พนักงานกำลังทดสอบจรวดแบบใหม่ชื่อว่า Variable Specific Impulse Magnetoplasma Rocket หรือเรียกสั้นๆว่า VASIMR ซึ่งใช้เชื้อเพลิงความร้อนจากพลาสม่า นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าจรวด VASIMR จะช่วยย่นเวลาการเดินทางในอวกาศได้มากและอาจเป็นคำตอบสำหรับการส่งมนุษย์ไปยังดาวเคราะห์ดวงอื่นๆในระบบสุริยจักรวาล

คุณ Frankin Chang-Diaz ประธานบริษัท Ad Astra ซึ่งเป็นผู้คิดค้นออกแบบจรวดพลาสม่า VASIMR อธิบายว่าพลาสม่าเกิดจากแก๊สที่ถูกทำให้มีความร้อนสูงมากจนใกล้เคียงกับระดับอุณหภูมิของดวงอาทิตย์ จากนั้นใช้สายอากาศอัดฉีดคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเข้าไปผสมเพื่อให้แก๊สร้อนเปลี่ยนรูปไปเป็นพลาสม่า และเนื่องจากพลาสม่ามีความร้อนสูงมากจนไม่สามารถนำวัสดุใดมาบรรจุหรือกักเก็บได้ สนามแม่เหล็กจึงเป็นเสมือนรั้วปิดล้อมพลาสม่าเอาไว้ นอกจากนี้สนามแม่เหล็กยังทำหน้าที่เป็นเสมือนท่อส่งพลาสม่าเพื่อนำไปเป็นเชื้อเพลิงขับเคลื่อนของจรวด VASIMR ด้วย

เชื้อเพลิงพลาสม่านี้จะยังมิได้ถูกนำมาใช้ในขั้นตอนการจุดระเบิดเพื่อให้จรวดขึ้นสู่อวกาศ แต่จะเริ่มเผาผลาญเมื่อจรวดลอยอยู่ในอวกาศแล้ว และจะติดตั้งแผงรับพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อเป็นแหล่งพลังงานสำหรับเครื่องยนต์พลาสม่า คุณ Chang-Diaz บอกว่าประโยชน์ของระบบขับเคลื่อนที่ว่านี้คือใช้เชื้อเพลิงน้อยมากเมื่อเทียบกับระบบที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน

คุณ Frankin Chang-Diaz ผู้ออกแบบจรวดพลาสม่าคืออดีตนักบินอวกาศสหรัฐผู้เคยเดินทางไปปฏิบัติภารกิจที่สถานีอวกาศระหว่างประเทศมาแล้ว 7 ครั้ง หลังเกษียณจากองค์การนาซ่าเมื่อ 6 ปีที่แล้ว เขาได้ก่อตั้งบริษัท Ad Astra เพื่อคิดค้นพัฒนาเทคโนโลยีสำหรับการเดินทางในอวกาศขึ้น

นักวิทยาศาสตร์หลายคนเห็นว่าจรวดพลาสม่า VASIMR จะช่วยให้นักบินอวกาศเดินทางไปดาวอังคารได้โดยไม่ต้องเสี่ยงอันตรายจากรังสีคอสมิคเป็นเวลานานหลายเดือนเหมือนกับยานอวกาศทั่วไป นอกจากนี้คุณ Chang-Diaz เชื่อว่าหากนำพลังงานปรมาณูมาใช้กับเครื่องยนต์พลาสม่าแทนพลังงานจากแผงรับแสงอาทิตย์ อาจช่วยให้จรวดพลาสม่านี้เดินทางจากโลกถึงดาวอังคารโดยใช้เวลาเพียง 39 วัน

อย่างไรก็ตาม ภารกิจส่งมนุษย์ไปดาวอังคารยังต้องรออีกหลายปี แต่คุณ Chang-Diaz เชื่อว่าจรวดพลาสม่าสามารถนำมาใช้ได้จริงในเวลาอีกไม่กี่ปี ในภารกิจเดินทางไปสถานีอวกาศระหว่างประเทศหรือติดตั้งดาวเทียมในวงโคจรรอบโลก

เกี่ยวข้อง

XS
SM
MD
LG