ลิ้งค์เชื่อมต่อ

โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ที่คร่าห์ชีวิตนักร้อง Robin Gibb ของวง Bee Gees เมื่อเร็วๆนี้ เป็นโรคที่รักษาได้ถ้าตรวจพบแต่เนิ่นๆ

  • Nittaya Maphungphong

โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ที่ทำให้ Robin Gibb นักร้องวง Bee Gees เสียชีวิตไปเมื่อเร็วๆนี้ เป็นโรคมะเร็งที่ส่วนใหญ่แล้ว รักษาได้ ถ้าตรวจพบแต่เนิ่นๆ ปัญหาอยู่ตรงที่ว่าบางทีแพทย์ละเลยที่จะแนะนำให้คนไข้ไปรับการตรวจ และคนไข้เองก็อาจไม่อยากไปรับการตรวจ เพราะอาย หรือวิตกกังวล หรือไม่มีการประกันสุขภาพที่จะช่วยรับผิดชอบค่าใช้จ่ายให้

โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ที่ทำให้ Robin Gibb นักร้องวง Bee Gees เสียชีวิตไปเมื่อเร็วๆนี้ เป็นโรคมะเร็งที่ส่วนใหญ่แล้ว รักษาได้ ถ้าตรวจพบแต่เนิ่นๆ ปัญหาอยู่ตรงที่ว่าบางทีแพทย์ละเลยที่จะแนะนำให้คนไข้ไปรับการตรวจ และคนไข้เองก็อาจไม่อยากไปรับการตรวจ เพราะอาย หรือวิตกกังวล หรือไม่มีการประกันสุขภาพที่จะช่วยรับผิดชอบค่าใช้จ่ายให้


ในอเมริกา โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่เป็นมะเร็งที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากเป็นอันดับที่สองในบรรดาโรคมะเร็งทั้งหมด คาดว่าในปีนี้ จะมีคนอเมริกันเป็นมะเร็งชนิดนี้ราวๆ 103,000 คน และมากกว่าห้าหมื่นคน ทั้งชายและหญิงจะเสียชีวิต

มะเร็งลำไส้ใหญ่มักจะไม่มีสัญญาณเตือนภัยบ่งบอกแต่เนิ่นๆ และถ้าไม่รับการตรวจเป็นประจำ กว่าจะรู้ตัวกัน โรคก็มักจะแพร่กระจายไปสู่อวัยวะส่วนอื่นๆ อย่างในกรณีของ Robin Gibb นั้น ลามไปถึงตับ ซึ่งหมายความว่าโรคก้าวหน้าไปถึง stage 4 และผู้ป่วยจะเสียชีวิตได้อย่างรวดเร็ว แม้จะพยายามรักษาพยาบาลกันอย่างสุดความสามารถ

การตรวจหามะเร็งลำไส้ใหญ่ เป็นกระบวนการที่เรียกว่า colonoscopy ซึ่งเป็นการตรวจมะเร็งชนิดเดียวที่ยังช่วยป้องกันโรคให้ได้ด้วย โดยแพทย์ใช้หลอดเล็กๆ ติดกล้องวิดีโอไว้ที่ปลายหลอด สอดเข้าไปตรวจลำไส้ใหญ่ ถ้าพบติ่งเนื้องอก หรือ polyp ก็ตัดออกมาตรวจได้เลยว่าเป็นเนื้อร้าย หรือมีโอกาสจะเป็นเนื้อร้ายหรือไม่

มะเร็งลำไส้ใหญ่พัฒนาอย่างเชื่องช้า มากกว่า 95% เริ่มต้นด้วยติ่งเนื้องอก ซึ่งอาจกลายเป็นมะเร็งได้ ถ้าไม่ตรวจหาและกำจัดเสีย โดยทั่วไปติ่งเนื้องอกบางส่วนที่มีโอกาสจะเป็นมะเร็ง โดยจะใช้เวลานานถึง 10 ปีหรือนานกว่านั้นก็ได้

คนจำนวนไม่น้อยผลัดผ่อน ไม่อยากไปรับการตรวจ เพราะต้องใช้เวลาเตรียมตัวถึงสองวัน ด้วยการรับประทานอาหารใส ไม่มีสี และยาระบายท้องเพื่อล้างลำไส้ แต่ไม่มีการเจ็บปวดในระหว่างการตรวจ เพราะแพทย์จะวางยาสลบ

ผลการศึกษาระบุว่า การตรวจที่ว่านี้ ช่วยป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่อย่างได้ผลสูงระหว่าง 60-90% และเพราะว่า 90% ของมะเร็งชนิดนี้เกิดขึ้นกับผู้ที่มีอายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไป จึงแนะนำให้เริ่มต้นรับการตรวจ เมื่ออายุ 50 ปี และทุกสิบปีต่อจากนั้น ถ้าไม่มีอะไรทำให้ต้องวิตกกังวล แต่สำหรับคนที่มีประวัติของโรคในครอบครัว ควรเริ่มต้นเร็วกว่านี้ และบ่อยครั้งกว่า รวมทั้งผู้ที่อาจมีปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ เช่น เป็นโรคเบาหวาน สูบบุหรี่ นำหนักตัวเกินขนาด รับประทานอาหารที่ไม่เป็นประโยชน์ ดื่มสุรา และไม่ออกกำลังกายเลย เป็นต้น

สำหรับคนที่ไม่มีปัจจัยเสี่ยงอย่าง Robin Gibb ซึ่งไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล และแถมยังรับประทานอาหารมังสวิรัติด้วยนั้น รายงานกล่าวว่า ยิ่งเน้นให้เห็นถึงความสำคัญของการตรวจ เพื่อป้องกันโรคร้ายนี้

ผลการศึกษาที่เผยแพร่ออกมาเมื่อเร็วๆนี้ โดย World Cancer Research Fund และ American Institute for Cancer Research กล่าวว่า วิธีป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่ที่ดีที่สุด คือรับประทานอาหารที่มีเส้นใย หรือ fiber หมายถึง ผัก ผลไม้ ธัญพืช และถั่ว คุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ และออกกำลังพอประมาณ แค่นี้ก็จะช่วยป้องกันมิให้มีผู้เป็นเหยื่อโรคนี้ได้ถึง 45% หรือปีละราวๆ 64,000 ราย

แต่ที่ควรหลีกเลี่ยงไม่รับประทาน หรือจำกัดอย่าให้เกินสัปดาห์ละ 18 ออนซ์ หรือน้อยกว่านั้นได้ยิ่งดี คือเนื้อแดง หรือเนื้อที่ผ่านการแปรรูปอย่าง หมูเค็ม หรือ bacon ไส้กรอก ฮ็อทดอก และเนื้อที่ใช้ทำแซนวิช เหล่านี้เป็นต้น

XS
SM
MD
LG