ลิ้งค์เชื่อมต่อ

ใครโดดเด่น? ใครได้รับคำชม? ใครพลาด? ในการดีเบตรอบสองของพรรครีพับลิกัน


Republican candidates at the second presidential debate this year were placed in front of Air Force One, the one President Ronald Reagan used when he was in office.

Republican candidates at the second presidential debate this year were placed in front of Air Force One, the one President Ronald Reagan used when he was in office.

มหาเศรษฐี Donald Trump ตกเป็นเป้าโจมตีในการโต้อภิปรายหรือ Debate ครั้งที่สองของผู้สมัคร 11 คนของพรรครีพับลิกันเมื่อคืนนี้

ผู้สมัครเป็นตัวแทนพรรครีพับลิกันเพื่อชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ 11 คน ขึ้นเวทีโต้อภิปรายเมื่อคืนวานนี้ที่ห้องสมุด Ronald Raegan Presidential ที่รัฐแคลิฟอร์เนีย โดยจุดสนใจอยู่ที่มหาเศรษฐีอสังหาริมทรัพย์ โดนัลด์ ทรัมพ์ ซึ่งเป็นผู้สมัครที่มีคะแนนนิยมนำหน้าผู้สมัครคนอื่นๆ

ท่าทีของทรัมพ์ที่พยายามวางตัวออกห่างจากความเป็นนักการเมือง ประกอบกับข้อเสนอที่จะขับคนเข้าเมืองผิดกฏหมาย 11 ล้านคนออกจากอเมริกาหากเขาได้รับตำแหน่ง และการใช้วาจาเสียดสีเหน็บแนมคู่แข่งคนอื่นๆ ตลอดเวลา ทำให้เขาเป็นที่ถูกใจของผู้มีสิทธิ์ลงคะแนนสังกัดพรรครีพับลิกันจำนวนมาก

ก่อนหน้าการโต้อภิปราย ผลสำรวจคะแนนนิยมซึ่งจัดทำโดยสถานีข่าว CBS ร่วมกับ นสพ. NY Times แสดงให้เห็นว่า โดนัลด์ ทรัมพ์ ได้รับคะแนนนิยมสูงสุดที่ 27% ตามมาด้วยอดีตศัลยแพทย์ระบบประสาท เบน คาร์สัน ที่ 23% ส่วนคนอื่นๆ ได้คะแนนนิยมไม่ถึง 10%

​นักวิเคราะห์การเมืองเชื่อว่า คาร์ลี่ย์ ฟิออริน่า อดีตผู้บริหารของ Hewlett Packard และผู้สมัครหนึ่งเดียวของพรรครีพับลิกันที่เป็นผู้หญิง คือคนที่ทำผลงานได้โดดเด่นที่สุดในการโต้อภิปรายครั้งที่ 2 นี้ โดยเฉพาะช่วงที่เธอกล่าวโต้สิ่งที่โดนัลด์ ทรัมพ์ เคยพูดไว้เกี่ยวกับรูปลักษณ์ของเธอว่าไม่สมควรเป็นปธน.สหรัฐ

Republican presidential candidate, businesswoman Carly Fiorina, makes a point during the Republican presidential debate at the Ronald Reagan Presidential Library and Museum, Sept. 16, 2015.

Republican presidential candidate, businesswoman Carly Fiorina, makes a point during the Republican presidential debate at the Ronald Reagan Presidential Library and Museum, Sept. 16, 2015.

ระหว่างการโต้อภิปรายครั้งนี้ โดนัลด์ ทรัมพ์พยายามชูประเด็นเกี่ยวกับประสบการณ์ของตนในฐานะนักธุรกิจ เพื่อแข่งกับคู่แข่งคนอื่นๆ ที่ส่วนใหญ่ช่ำชองบนเวทีการเมือง โดยในช่วงหนึ่ง ทรัมพ์กล่าวว่าความสำเร็จด้านธุรกิจของตนสามารถช่วยให้ตนเข้ากันได้ดีกับผู้นำโลกคนอื่นๆ รวมถึงประธานาธิบดีรัสเซีย วลาดิเมียร์ ปูติน

ขณะที่ คาร์ลี่ย์ ฟิออริน่า กล่าวว่าหากตนได้รับเลือกเป็นปธน. ตนจะไม่คุยกับ ปธน.ปูติน แต่จะใช้เพิ่มศักยภาพทางการทหารของอเมริกาโดยเฉพาะในยุโรป ส่วน ส.ว มาร์โค รูบิโอ กล่าวว่าสหรัฐฯ ไม่อาจเสี่ยงเลือกคนที่ไม่มีประสบการณ์ด้านการต่างประเทศอย่าง โดนัลด์ ทรัมพ์ เป็นปธน.

ในประเด็นด้านคนเข้าเมือง เจ๊บ บุช อดีตผู้ว่าการรัฐฟลอริด้าได้ขอให้ทรัมพ์กล่าวขอโทษที่เคยพูดว่า ภรรยาของบุชซึ่งเป็นคนอเมริกันเชื้อสายเม็กซิกัน มีอิทธิพลต่อนโยบายด้านคนเข้าเมืองของบุช แต่ทรัมพ์ยังกล่าวปกป้องคำพูดของตนเอง และยืนยันว่าตนจะยกเลิกกฏหมายให้สิทธิความเป็นพลเมืองอเมริกันแก่เด็กทุกคนที่เกิดในอเมริกา หากได้รับเลือกเป็น ปธน.

นอกจากนี้ผู้สมัครหลายคนบนเวทีไม่ปล่อยโอกาสที่จะกล่าวโจมตีอดีต รมต.ต่างประเทศสหรัฐฯ ฮิลลารี่ คลินตัน ซึ่งเป็นผู้สมัครจากพรรคเดโมแครตที่มีคะแนนนิยมมากที่สุด

อย่างไรก็ตาม ยังเร็วเกินไปที่จะระบุว่า การดีเบตครั้งที่ 2 ของพรรครีพับลิกันนี้ ส่งผลกระทบต่อคะแนนนิยมของผู้สมัครคนใดมากที่สุด

โดยการเลือกตั้งครั้งแรกของพรรครีพับลิกันเพื่อลงคะแนนว่า ใครจะมีโอกาสเป็นตัวแทนพรรคเพื่อลงชิงตำแหน่งปธน.สหรัฐฯ จะมีขึ้นที่รัฐไอโอว่าในวันที่ 1 ก.พ

จึงเรียกได้ว่า หนทางการแข่งขันครั้งนี้ยังอีกยาวไกล

(ผู้สื่อข่าว Smita Nordwell รายงาน / ทรงพจน์ สุภาผล เรียบเรียง)

XS
SM
MD
LG