ลิ้งค์เชื่อมต่อ

นักวิจารณ์ชี้ "การเมือง" และ "เงินทุนโฆษณา" มีบทบาทต่อการตัดสินรางวัลออสการ์

  • Penelope Poulou

หลายคนมองว่า ภาพยนตร์แนวเพลง "La La Land" ผลงานของ Damien Chazelle น่าจะคว้ารางวัลออสการ์ในปีนี้อย่างแน่นอน เเต่หลายคนก็มองว่า "La La Land" หรือ "นครดารา" สมควรได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงถึง 14 สาขารางวัลหรือไม่? ซึ่งเทียบเท่ากับหนังเจ้าของสถิติสองเรื่องคือ "All About Eve" กับ "Titanic"

Giovanna Chesler ผู้อำนวยการภาควิชาภาพยนตร์และวิดีโอศึกษา ที่มหาวิทยาลัยจอร์จเมสัน กล่าวว่า "การโหมโฆษณาและเงินทุนที่หนา มีความจำเป็นมากกว่าผลงานการเเสดง"

เธอกล่าวว่าเงินทุนที่หนาจะช่วยให้มีการทำ screening หนังหรือสารคดีนั้นๆ ได้บ่อยมากขึ้นในช่วงออสการ์ เป็นการประชาสัมพันธ์ผลงานให้มีโอกาสสูงขึ้นในการได้รับการเสนอชื่อเข้ารับรางวัล

ในฐานะคนทำหนัง Chesler บอกว่า เธอกลับไปมีความเชื่อมั่นที่ดีขึ้นต่อออสการ์ในปีนี้เพราะมีการนำเสนอภาพยนตร์ที่เป็นผลงานของคนกลุ่มน้อย และนักเเสดงผิวสีเข้าชิงรางวัลเพิ่มขึ้น

เธอยกตัวอย่างภาพยนตร์เรื่อง Moonlight ซึ่งเป็นเรื่องราวชีวิตของเด็กชายอเมริกันเชื้อสายแอฟริกันที่เติบโตในชุมชนยากจนที่มีปัญหายาเสพติดในรัฐฟลอริด้า กับภาพยนตร์แนวดราม่าเรื่อง Fences ที่นำเเสดงโดย Denzel Washington ที่เสนอเรื่องราวของชายอเมริกันผิวสีที่ไม่ได้เป็นนักเบสบอลเพราะสีผิวของเขา

เธอบอกว่า ภาพยนตร์ทั้งสองเรื่องนี้มีโอกาสมาได้ไกลขนาดนี้เพราะมีการประท้วงต่อต้านรางวัลออสการ์เมื่อปีที่แล้วที่นิยมคนขาวหรือที่เรียกว่า #OscarsSowhite

Fences
Fences

Chesler กล่าวว่า หนังคนผิวสีเรื่อง Hidden Figures ก็เป็นอีกตัวอย่างหนึ่ง ภาพยนตร์เรื่องนี้อิงเรื่องจริงเกี่ยวกับหญิงอเมริกันผิวดำสามคนที่ทำงานให้กับองค์การสำรวจอวกาศสหรัฐฯ หรือนาซ่า ในโครงการส่งมนุษย์อวกาศอเมริกันไปสำรวจอวกาศ และไปสำรวจดวงจันทร์ในเวลาต่อมา

และการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองก็มีผลเช่นกัน มาตรการควบคุมคนเข้าเมืองของ ปธน.สหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ทำให้คนหันไปสนใจในประเด็นผู้ลี้ภัยกันอีกมากขึ้น ทำให้หนังสารคดีเรื่อง "Fire At Sea" ของ Giancarlo Rossi ที่นำเสนอเรื่องราวการกู้ภัยช่วยชีวิตผู้ลี้ภัยนอกชายฝั่งเกาะ Lampedusa ที่อิตาลี ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงออสการ์สาขาสารคดียอดเยี่ยม

Giovanna Chesler ผู้อำนวยการภาควิชาภาพยนตร์และวิดีโอศึกษา ที่มหาวิทยาลัยจอร์จ เมสัน กล่าวว่า การเสนอชื่อสารคดีเรื่องนี้เข้ารับรางวัลออสการ์ถือว่าสร้างประวัติศาสตร์ เเก่เเวดวงการทำสารคดี ยิ่งสารคดีประเภทนี้สร้างคำถามมากขึ้นและได้รับความสนใจมากขึ้นเท่าใด ก็จะยิ่งทำให้มีจำนวนสารคดีแบบเดียวกันนี้เพิ่มมากขึ้นในวงการฮอลลิวู้ด

และในสาขาหนังต่างประเทศยอดเยี่ยม "The Saleman" ผลงานของ Asgher Farhadi ได้รับความสนใจมากขึ้น หลังจาก ปธน. ทรัมป์ ออกคำสั่งห้ามคนจาก 7 ชาติมุสลิมเดินทางเข้าสหรัฐฯ

ผู้สร้างหนังชาวอิหร่านผู้นี้กล่าวว่า เขาจะไม่เข้าร่วมงานมอบรางวัลออสการ์ปีนี้ ถึงเเม้ว่าจะได้รับอนุญาตให้เดินทางเข้าสหรัฐฯ ก็ตาม

Scene from "La la Land" (Photo: Dale Robinette)
Scene from "La la Land" (Photo: Dale Robinette)

อย่างไรก็ตาม Giovanna Chesler กล่าวว่า บรรยากาศการเมืองที่เเตกเเยกเป็นฝักเป็นฝ่ายอาจจะผลักดันให้ผู้ออกเสียงลงคะเเนนรางวัลออสการ์ หันเทคะเเนนให้หนังที่ไม่อื้อฉาว มีเนื้อหาและตัวละครที่ปกติธรรดาตามค่านิยมในสังคม อย่างเรื่อง "La La Land" ที่เธอบอกว่าเป็นตัววัดในเรื่องนี้ เพราะได้รับการเสนอชื่อเข้ารับรางวัลมากกว่าหนังเรื่องอื่นๆ ในปีนี้

ผู้เชี่ยวชาญหนังอเมริกันผู้นี้หวังว่า จะได้เห็นการมอบรางวัลออสการ์อย่างไม่ลำเอียงแก่ศิลปินที่เป็นคนกลุ่มน้อย เพราะจะเป็นก้าวย่างที่ถูกทางสำหรับแวดวงทำหนังฮอลลิวู้ด

(รายงานโดย Penelope Poulou / เรียบเรียงโดยทักษิณา ข่ายแก้ว)

XS
SM
MD
LG