ลิ้งค์เชื่อมต่อ

การขาดกิจกรรมที่ส่งเสริมการออกแรงเป็นสาเหตุให้คนเสียชีวิตหลายล้านคนทั่วโลก

  • Rosanne Skirble

ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าการขาดกิจกรรมที่ส่งเสริมการออกแรงเป็นผลเสียต่อสุขภาพของคนทั่วโลกไม่เฉพาะในประเทศพัฒนาแล้วเท่านั้น

วารสาร Lancet รายงานว่า การขาดกิจกรรมที่ทำให้ต้องออกแรงกายเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตของคนทั่วโลกมากเป็นอันดับที่สี่ เป็นปัจจัยเสริมสำคัญของการเสียชีวิตอย่างน้อยหกในสิบรายของจำนวนผู้เสียชีวิตทั่วโลกจากโรคไม่ติดต่อ อาทิ โรคหัวใจ โรคเบาหวาน มะเร็งลำใส้และมะเร็งเต้านม

คุณ I. Min Lee นักพยาธิวิทยาแห่งมหาวิทยาลัย Harvard สมาชิกทีมวิจัยเรื่องนี้ กล่าวว่า การขาดกิจกรรมที่ต้องออกแรงกายเป็นอันตรายต่อสุขภาพ อันตรายพอๆกับการสูบบุหรี่ที่ทำให้เสียชีวิตได้

คุณ I. Min Lee ทำการเปรียบเทียบข้อมูลเกี่ยวกับการขาดกิจกรรมที่เสริมการเคลื่อนไหวร่างกายและการออกแรง กับข้อมูลของการเกิดโรคต่างๆใน 122 ประเทศ เธอบอกว่า ตัวเลขที่ได้บอกถึงแค่ปัญหาส่วนหนึ่งเท่านั้น

นักวิจัยกล่าวว่าในการวิเคราะห์ข้อมูล ทีมงานได้ศึกษาดูความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยด้วยโรคต่างๆที่เพิ่มสูงขึ้นเนื่องจากผู้ป่วยการขาดการออกแรงทางกาย เธอบอกว่า คนที่ออกกำลังกายหรือทำกิจกรรมที่ทำให้ออกแรง ไม่นั่งอยู่เฉยๆ มักจะไม่สูบบุหรี่หรือสูบบุหรี่น้อยและยังมีน้ำหนักตัวน้อยกว่าคนที่อยู่เฉยๆ ไม่ลุกขึ้นทำกิจกรรมใดๆรอบตัว

ด้าน Harold Kohl นักพยาธิวิทยาแห่ง University of Texas สมาชิกอีกคนหนึ่งในทีมวิจัยนี้ กล่าวว่า การขาดการออกแรงกาย กลายเป็นปัญหาที่ขยายตัวไปทั่วโลกและมีผลเสียต่อสุขภาพของผู้คน จึงควรถือให้เป็นปัญหาสุขภาพระดับโลกและควรทำการรณรงค์ในเรื่องนี้เหมือนกับการรณรงค์ต่อต้านการสูบบุหรี่และการดื่มสุรา

Harold Kohl นักพยาธิวิทยาในทีมวิจัยกล่าวว่าคนในประเทศรายได้สูงเป็นกลุ่มคนขาดกิจกรรมออกแรงกายมากที่สุด แต่ประชากรในประเทศกำลังพัฒนาก็เริ่มมีปัญหานี้มากขึ้นเนื่องจากวิถีชีวิต สังคมและลักษณะทางเศรษฐกิจเปลี่ยนแปลงไป คนพึ่งพาเครื่องจักรกลและนวัตกรรมสมัยใหม่ต่างๆมากขึ้นในชีวิตประจำวัน

Kohl นักพยาธิวิทยาแห่ง University of Texas ชี้ว่าในขณะที่คนทั่วไปต้องมั่นออกแรงทำกิจกรรมต่างๆมากขึ้นแล้ว ทางการควรออกแบบการขนส่งมวลชนให้มีประสิทธิภาพและวางผังเมืองให้ปลอดภัย น่าอยู่ ช่วยให้ผู้คนอยากออกจากบ้านไปสูดอากาศบริสุทธิ์ ไปออกกำลังกายนอกบ้าน ไปพบปะเพื่อนบ้าน หรือออกไปเดินเล่นกันมากขึ้น สามารถเดินไปร้านขายของใกล้ๆบ้านโดยไม่ต้องขับรถไป เขาบอกว่าประเด็นทางสภาวะแวดล้อมรอบตัวเหล่านีั้้ล้วนมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมให้คนทำกิจกรรมที่ต้องออกแรงกายมากขึ้น

คุณ I. Min Lee นักพยาธิวิทยาแห่งภาควิชาการแพทย์ มหาวิทยาลัย Harvard เห็นด้วยกับเรื่องนี้ เธอหวังว่าข้อมูลจากผลการวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Lancet นี้จะช่วยกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทางบวก บทความนี้ยังแนะนำให้คนทั่วไปพยายามออกกำลังกายที่ต้องออกแรงระดับปานกลางให้ได้สัปดาห์ละ 2 ชั่วโมงครึ่ง

นักวิจัยกล่าวว่าคุณจะออกกำลังกายแบบใดก็ได้ กิจกรรมที่ทำให้ต้องออกแรงดีต่อร่างกายทั้งนั้น แม้ทำไม่ได้ตามเป้าสองชั่วโมงครึ่งต่อสัปดาห์ ก็ยังดีกว่าไม่ออกกำลังกายเลย เธอถือว่าออกกำลังกายเล็กน้อยยังดีกว่าไม่ออกกำลังกายเลยและยิ่งออกกำลังกายมากขึ้นก็ยิ่งดีขึ้นไปอีก
XS
SM
MD
LG