ลิ้งค์เชื่อมต่อ

ประธานาธิบดีดูเตรเต้ของฟิลิปปินส์ยังไม่ปฏิเสธความช่วยเหลือทางการทหารจากสหรัฐฯ


Philippine President Rodrigo Duterte gestures while addressing the Philippine Army Scout Rangers during his visit to their headquarters at Camp Tecson in San Miguel township, north of Manila, Philippines, Sept. 15, 2016.

Philippine President Rodrigo Duterte gestures while addressing the Philippine Army Scout Rangers during his visit to their headquarters at Camp Tecson in San Miguel township, north of Manila, Philippines, Sept. 15, 2016.

เมื่อเร็วๆ นี้ ประธานาธิบดี Rodrigo Duterte ออกมากล่าวปฏิเสธความช่วยเหลือทางการทหารจากสหรัฐฯ ในการลาดตระเวณทะเลจีนใต้ และในการต่อต้านกบฏชาวมุสลิมในประเทศ

ประธานาธิบดี Duterte ของฟิลิปปินส์กล่าวในสัปดาห์ที่แล้วว่า จะไม่ปล่อยให้มหาอำนาจต่างประเทศเข้าช่วยลาดตระเวณในบริเวณน่านน้ำที่ฟิลิปปินส์มีปัญหาการอ้างสิทธิ์ทับซ้อนกับจีน

หนึ่งวันก่อนหน้านั้น ประธานาธิบดีของฟิลิปปินส์ออกมาเรียกร้องให้ที่ปรึกษาทหารของสหรัฐฯ ออกไปจากเกาะมินดาเนา ซึ่งเป็นเกาะที่ทางการฟิลิปปินส์กำลังต่อสู้กับกบฎชาวมุสลิมอยู่

อย่างไรก็ตาม รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศของฟิลิปปินส์ นาย Perfecto Yasay กล่าวในเวลาต่อมาว่า ประธานาธิบดี Duterte จะไม่ถอนตัวออกจากข้อตกลงว่าด้วยความช่วยเหลือทางการทหารกับสหรัฐฯ

นักวิเคราะห์ในกรุงมะนิลา นครหลวงของฟิลิปปินส์ ให้ความเห็นว่า ประธานาธิบดีของฟิลิปปินส์ด่วนพูดในทั้งสองเรื่องก่อนถึงเวลาอันควร

Jay Batongbacal ผู้อำนวยการสถาบันกิจการทางทะเลและกฎหมายทะเลที่มหาวิทยาลัยฟิลิปปินส์ บอกว่า ประธานาธิบดี Duterte เป็นคนพูดตรง และอาจจะแสดงความรู้สึกและท่าทีส่วนตัวมากเกินไป

โฆษกสถานทูตสหรัฐฯ ในฟิลิปปินส์ ปฏิเสธทางอีเมลที่จะให้ความเห็นในเรื่องคำพูดของประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ แต่อธิบายภาระหน้าที่ของที่ปรึกษาทหารสหรัฐฯ ในฟิลิปปินส์ว่า ทำงานช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นในฟิลิปปินส์สืบสวนการลักพาตัว ดำเนินการวิเคราะห์ทางนิติวิทยาศาสตร์ และจัดระบบการสืบสวนอาชญากรรมทางอินเทอร์เน็ต

กำลังทหารสหรัฐได้ให้ความช่วยเหลือฟิลิปปินส์ในการต่อสู้กับกบฏบนเกาะมินดาเนามาเป็นเวลา 14 ปีแล้ว รวมทั้งให้ความช่วยเหลือในปฏิบัติการต่อต้านการก่อการร้าย ซึ่งรวมทั้งกลุ่ม Abu Sayyaf ด้วย

แต่คาดกันว่า ปัญหาที่ประธานาธิบดี Duterte มีกับสหรัฐฯ นั้น อาจสืบเนื่องมาจากเหตุการณ์ที่เมือง Davao ซึ่งประธานาธิบดี Duterte เคยดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีอยู่ถึง 22 ปี ก่อนจะชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา

สื่อท้องถิ่นที่นั่นรายงานว่า เมื่อปี ค.ศ. 2002 มีคนอเมริกันคนหนึ่งที่เกี่ยวโยงกับกลุ่มกบฎในมินดาเนา ได้รับบาดเจ็บจากการระเบิดในเมือง Davao และทหารสหรัฐฯ ได้รีบพาตัวบุคคลผู้นั้นออกจากฟิลิปปินส์ไปอย่างรวดเร็ว

นาย Ramon Casiple ผู้อำนวยการบริหารของสถาบันการปฏิรูปการเมืองและการเลือกตั้งในฟิลิปปินส์กล่าวว่า นับแต่นั้นมา ประธานาธิบดี Duterte ได้ถือเรื่องนี้เป็นเรื่องส่วนตัว และคิดว่าทางการ FBI ของสหรัฐฯ เป็นผู้นำตัวคนผู้นี้ออกจากฟิลิปปินส์ไป ซึ่งประธานาธิบดี Duterte สงสัยว่าเป็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการระเบิดครั้งนั้น

เมื่อสองปีที่แล้ว ฟิลิปปินส์และสหรัฐฯ ทำข้อตกลงส่งเสริมความร่วมมือในการป้องกันประเทศ ซึ่งอนุญาตให้สหรัฐฯ ส่งทหารเข้าไปหมุนเวียนเปลี่ยนผลัด และสร้างหรือใช้สถานที่ทำการทางทหารในฟิลิปปินส์ได้

นักวิเคราะห์คาดเดากันว่า คำปฏิเสธความช่วยเหลือทางการทหารจากสหรัฐฯ ของประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ในสัปดาห์ที่แล้ว อาจเป็นสัญญาณแสดงความโน้มเอียงเข้าหาจีนก็ได้

(รายงานจากห้องข่าววีโอเอ / เรียบเรียงโดย นิตยา มาพึ่งพงศ์)

XS
SM
MD
LG