ลิ้งค์เชื่อมต่อ

เจ้าของบริษัท Panda Tea ซึ่งปลูกต้นชาโดยใช้มูลหมีแพนด้าเป็นปุ๋ย บอกว่าจะมีใบชาออกมาให้ชิมรสกันในฤดูใบไม้ผลิในราคากิโลละสองแสนกว่าบาท

  • Nittaya Maphungphong

เจ้าของบริษัท Panda Tea ซึ่งปลูกต้นชาโดยใช้มูลหมีแพนด้าเป็นปุ๋ย บอกว่าจะมีใบชาออกมาให้ชิมรสกันในฤดูใบไม้ผลิในราคากิโลละสองแสนกว่าบาท

เจ้าของบริษัท Panda Tea ซึ่งปลูกต้นชาโดยใช้มูลหมีแพนด้าเป็นปุ๋ย บอกว่าจะมีใบชาออกมาให้ชิมรสกันในฤดูใบไม้ผลิในราคากิโลละสองแสนกว่าบาท

เจ้าของบริษัท Panda Tea ซึ่งปลูกต้นชาโดยใช้มูลหมีแพนด้าเป็นปุ๋ย บอกว่าจะมีใบชาออกมาให้ชิมรสกันในฤดูใบไม้ผลิในราคากิโลละสองแสนกว่าบาท

อาจารย์ An Yanshi ซึ่งเคยสอนศิลปะการคัดลายมืออักษรจีนที่มหาวิทยาลัย Sichuan และเปลี่ยนอาชีพมาเป็นเจ้าของไร่ใบชาบอกว่า ใบชารุ่นแรกจากไร่ของเขา จะเก็บออกมาขายในฤดูใบไม้ผลิปีนี้ และจะขายในราคากิโลละสองแสนกว่าบาท หรือ ราวๆ 7,000 ดอลล่าร์สหรัฐ


ใบชาที่เก็บรุ่นแรกนี้ ถือกันว่ายอดเยี่ยมที่สุด แต่ใบชาของอาจารย์ An ที่ตั้งราคาไว้สุงที่สุดในโลก ก็เพราะมีปุ๋ยพิเศษ

อดีตนักวิชาการผู้นี้เลิกสอนหนังสือ และหันมาปลูกชาขายก็เพราะเชื่อว่า มูลหมีแพนด้าเป็นปุ๋ยวิเศษสุดสำหรับการปลูกชา ความเชื่อนี้เป็นผลของการสัมนาในปีที่แล้วที่ให้ความรู้แก่เขาว่า หมีแพนด้าซึ่งกินไผ่เป็นอาหารนั้น ร่างกายของหมีสามารถย่อยไผ่ได้ไม่ถึง 30% ที่เหลือนั้น กลายเป็นของเสียที่ขับถ่ายออกมา

อาจารย์ An บอกว่า มูลหมีแพนด้ามีโภชนาการสูงดีกว่าปุ๋ยเคมีอย่างแน่นอน เขาลงทุนซื้อมูลหมีแพนด้ามา 11 ตันจากศูนย์เพาะพันธุ์หมีแพนด้า เพื่อมาทำปุ๋ยโดยเฉพาะ

ธุรกิจใบชานี้ ดำเนินกิจการโดยบริษัท Panda Tea ที่อาจารย์ An ก่อตั้งขึ้นมาเอง นอกจากนี้ เขายังได้จดทะเบียนสงวนลิขสิทธิ์วิธีการปลูกชาโดยใช้มูลหมีแพนด้าแล้วด้วย

อดใจรอกันอีกไม่กี่เดือน ก็จะได้พิสูจน์กันว่า รสชาดของ Panda Tea วิเศษสมกับการโฆษณาประชาสัมพันธ์และราคาที่ตั้งไว้หรือไม่

XS
SM
MD
LG