ลิ้งค์เชื่อมต่อ

ความมึนตึงระหว่างปธน.โอบาม่ากับ ปธน.ปูติน กลายเป็นจุดสนใจที่สุดในการประชุม G20 ที่ออสเตรเลีย


ที่ประชุม G20 ร่วมวางโครงร่างแผนขยาย GDP โลกเพิ่มอีก 2 ล้านล้านดอลล่าร์ในช่วง 5 ปีข้างหน้า

ผู้นำกลุ่ม G20 ซึ่งเป็นตัวแทนของประเทศพัฒนาแล้ว 20 ประเทศที่มีมูลค่าผลผลิตมวลรวมหรือ GDP รวมกันราว 85% ของ GDP โลก ได้ร่วมกันวางแผนขยายมูลค่า GDP ของเศรษฐกิจโลกเพิ่มอีก 2 ล้านล้านดอลล่าร์ ในช่วง 5 ปีข้างหน้า โดยแบ่งเป็นการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจต่างๆ และการเพิ่มการจัดทำข้อตกลงเปิดเสรีการค้าระหว่างประเทศ

นอกจากนี้ที่ประชุม G20 ยังได้รับปากว่าจะร่วมมือกันจัดการกับปัญหาการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศโลก และสนับสนุนให้มีการต่อสู่กับการระบาดของเชื้อไวรัสอีโบล่าในแถบแอฟริกาตะวันตก

นายก รมต. ออสเตรเลีย Tony Abbott กล่าวในพิธีปิดการประชุม G20 ครั้งนี้ ยกย่องผู้ร่วมประชุมที่สามารถทำให้เกิดข้อตกลงที่เป็นรูปธรรมได้ และว่าความพยายามในช่วง 48 ชม.หรือ 2 วันที่ผ่านมา คือสัญญาณที่ดีที่แสดงให้เห็นว่า ผู้คนทั่วโลกจะมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ซึ่งเป้นวัตถุประสงค์หลักของการประชุมกลุ่มประเทศ G20

ปธน.สหรัฐ Barack Obama ระบุว่านโยบายที่ประเทศสมาชิก G20 จะนำมาปรับใช้นั้น สามารถสร้างงานให้กับสตรีทั่วโลกได้ถึง 100 ล้านตำแหน่งในช่วง 10 ปีข้างหน้า และเป็นการกระชับกฏเกณฑ์ความร่วมมือของประเทศต่างๆ ให้มีความเข้มแข็งและเข้มงวดมากขึ้น

ประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างมากในการประชุมครั้งนี้ คือความมึนตึงระหว่าง ปธน. Barack Obama กับ ปธน.Vladimir Putin ของรัสเซีย เห็นได้จากการที่ ปธน.Obama พยายามใช้เวทีนี้ในการโน้มน้าวประเทศต่างๆ ให้โดดเดี่ยวรัสเซีย สืบเนื่องจากที่รัสเซียรุกรานยูเครน

ปธน.Obama ได้ร่วมประชุมไตรภาคีกับผู้นำออสเตรเลียและญี่ปุ่น และได้มีแถลงการณ์ร่วมต่อต้านการที่รัสเซียควบรวมแคว้นไครเมีย สั่นคลอนความมั่นคงของยูเครน และเหตุการณ์ยิงเครื่องบินโดยสาร Malaysia Airlines เที่ยวบิน MH17 ตกทางภาคตะวันออกของยูเครน นอกจากนี้ ปธน.Obama ยังร่วมประชุมกับผู้นำสหภาพยุโรป และเห็นพ้องกันว่าควรใช้มาตรการลงโทษทางเศรษฐกิจต่อรัสเซียต่อไป

อย่างไรก็ตาม ปธน.Obama กล่าวภายหลังการประชุมถึงท่าทีของตนกับ ปธน.Putin ในการกระชุม G20 ครั้งนี้ ว่าเป็นท่าทีปกติธรรมดา และว่าความสัมพันธ์ระหว่างตนกับผู้นำรัสเซียนั้น มีลักษณะเป็นทางการเหมือนการทำธุรกิจ และตรงไปตรงมา โดยสิ่งที่ตนต้องการสื่อไปถึงผู้นำรัสเซียก็เหมือนกับที่ตนเปิดเผยต่อสาธารณชนมาตลอด และเหมือนกับที่ตนได้พูดกับ ปธน.Putin อย่างเป็นส่วนตัวหลายครั้ง นั่นคือรัสเซียยังมีโอกาสที่จะเลือกหนทางอื่นที่จะไม่ต้องถูกโดดเดี่ยว หรือถูกลงโทษจากประชาคมโลก

ผู้สังเกตการณ์หลายคนชี้ว่า ความตึงเครียดล่าสุดระหว่างปธน.Obama กับปธน.Putin เริ่มปรากฏเด่นชัดในการประชุมกลุ่มเอเปคที่กรุงปักกิ่งเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เห็นได้จากทั้งสองคนไม่ยอมมองหน้า ไม่สบตา หรือไม่ยิ้มให้กัน ต่อมาทางทำเนียบขาวได้ออกมายืนยันว่า ปธน.Obama ได้พูดคุยอย่างไม่เป็นทางการหลายครั้งกับ ปธน.Putin ถึงประเด็นเกี่ยวกับยูเครน และขอให้รัสเซียปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงเมื่อเดือน ก.ย

ปธน.Obama กล่าวหลังการประชุม G20 ว่าหากรัสเซียยังละเมิดกฏหมายระหว่างประเทศ ยังคงสนับสนุนอาวุธให้กับกลุ่มแบ่งแยกดินแดนในยูเครน และละเมิดข้อตกลงหยุดยิง การใช้มาตรการลงโทษต่อรัสเซียก็จะยังดำเนินต่อไป

นอกจาก ปธน.Obama แล้ว มีผู้นำอีกหลายประเทศที่มีท่าทีค่อนข้างมึนตึงกับผู้นำรัสเซียเช่นกัน ตัวอย่างเช่นรายงานข่าวที่ว่า นายกฯ แคนาดา Stephen Harper ได้กล่าวกับ ปธน.Putin ว่าตนยินดีจะจับมือกับ ปธน.Putin แต่ก็อยากบอกกับ ปธน.Putin ว่ารัสเซียต้องออกไปจากยูเครน รวมทั้งท่าทีของนายกฯ อังกฤษ David Cameron ที่กล่าวกับผู้นำรัสเซียในทำนองเดียวกัน

รายงานข่าวระบุด้วยว่า หลังการประชุม G20 จบลง ปธน.Putin ได้รีบไปขึ้นเครื่องบินส่วนตัวเพื่อเดินทางกลับรัสเซียทันที ขณะที่ผู้นำประเทศอื่นๆ ยังคงอยู่ในเมืองบริสเบนต่อไปเป็นเวลาหลายชั่วโมง

รายงานจาก Luis Ramirez – บริสเบน ออสเตรเลีย / เรียบเรียงโดยทรงพจน์ สุภาผล

เกี่ยวข้อง

XS
SM
MD
LG