ลิ้งค์เชื่อมต่อ

อุบัติเหตุก้อนน้ำเเข็งถล่มในเทือกเขา Everest ที่ทำให้คนนำทางชาวท้องถิ่นเสียชีวิตถึง 16 คนส่งผลกระทบต่อฤดูกาลการท่องเที่ยวปีนเขาของเนปาลในปีนี้

  • Anjana Pasricha

A portrait of Dorjee Khatri, who lost his life in an avalanche at Mount Everest last Friday, is seen on the truck carrying his body during the funeral rally of Nepali Sherpa climbers in Kathmandu, Apr. 21, 2014.

A portrait of Dorjee Khatri, who lost his life in an avalanche at Mount Everest last Friday, is seen on the truck carrying his body during the funeral rally of Nepali Sherpa climbers in Kathmandu, Apr. 21, 2014.


การสูญเสียคนนำทางปีนเขาชาวเผ่า Sherpa จำนวนมากในเหตุการณ์นี้ทำให้เกิดการถกเถียงถึงความเสี่ยงจากการทำงานของคนนำทางชาวท้องถิ่นที่ได้รับค่าตอบแทนเพียงน้อยนิดเมื่อเทียบกับรายได้จำนวนมหาศาลของธุรกิจการท่องเที่ยวปีนเขาในเนปาล

พันเอก Satish Sharma แห่งกองทัพอินเดียได้ปีนเขาน้ำเเข็ง Everest เมื่อปีพุทธศักราช 2544 และได้กลับไปปีนเขา Everest อีกครั้งเมื่อปีที่แล้ว เขาบอกว่าในการปีนเขา คนนำทางเผ่า Sherpa จะออกเดินนำหน้านักปีนเขาเพื่อถางทางและตัดก้อนน้ำเเข็งที่ขวางเส้นทาง ซึ่งเเตกต่างจากยอดเขาน้ำเเข็งอื่นๆ

พันเอก Sharma กล่าวว่างานของคนนำทางปีนเขามักเสี่ยงและเมื่อกลางเดือนเมษายนที่ผ่านมา ก้อนน้ำเเข็งขนาดมหึมาได้ถล่มลงมาฝังทีมคนนำทางชาวเผ่า Sherpa จำนวน 13 คนทั้งเป็นและผู้นำทางอีก 3 คนสูญหายเเละเข้าใจว่าเสียชีวิตเช่นกัน อุบัติเหตุหนนี้ทำให้เกิดการเสียชีวิตมากที่สุดเท่าที่เคยมีมาในเทือกเขา Everest

คนที่เคยปีนเขา Everest มาเเล้วต่างกล่าวว่าคนนำทางชาวเผ่า Sherpa มีความเสี่ยงสูงมากขึ้นต่ออันตรายเนื่องจากเทือกเขาน้ำเเข็งมียอดสูงถึง 8,850 เมตรนี้กลายเป็นเทือกเขาเเห่งการค้า หลายคนบอกว่าเทือกเขา Everest ไม่เหลือความท้าทายแก่นักปีนเขาอีกต่อไปและกลายเป็นเพียงอสังหาริมทรัพย์ที่มีมูลค่าที่สร้างรายได้นับล้านๆ ดอลล่าร์สหรัฐแก่ทางการเนปาลและบริษัทจัดทัวร์ปีนเขาในประเทศตะวันตก

บริษัททัวร์จะขายเเพ็คเกจทัวร์แก่นักท่องเที่ยวหลายร้อยคน ส่วนมากนักท่องเที่ยวเหล่านี้มีประสบการณ์น้อยมากในการปีนเขาน้ำเเข็งที่มีความยากระดับนี้ นักปีนยอดเขา Everest ไม่ต้องถางทางเอง ไม่ต้องขนเเท็งค์อ็อกซิเจน เชือกหรืออุปกรณ์อะไรเลยไปเลย เพราะงานทุกอย่างที่กล่าวไปกลายเป็นหน้าที่ของคนนำทางชาวเผ่า Sherpa ที่ต้องเตรียมเส้นทางให้สะดวกและง่ายแก่ชาวต่างประเทศในการปีนเขาผ่านจุดที่อันตรายจุดต่างๆ เพื่อให้นักปีนเขาออมแรงเอาไว้ปีนเขาในส่วนสุดท้ายที่ใกล้ถึงยอด อุบัติเหตุล่าสุดที่เกิดขึ้นเเสดงให้เห็นถึงความเสี่ยงของคนนำทางปีนเขา Everest ผู้เสียชีวิตทั้งหมดเป็นคนท้องถิ่น

แต่สำหรับคนท้องถิ่นในหมู่บ้านรอบๆภูเขาเเห่งนี้ งานที่เสี่ยงอันตรายนี้ช่วยสร้างรายได้ราว 3,000-6,000 ดอลล่าร์สหรัฐในช่วงฤดูกาลปีนเขาที่ยาวนาน 3 เดือน ซึ่งถือเป็นรายได้ที่สูงกว่ารายได้เฉลี่ยของคนในประเทศยากจนหลายเท่าตัว

คุณ Sharad Pradhan แห่ง Nepal Tourism Board กล่าวว่าหมู่บ้านคนเผ่า Sherpa เคยเป็นหมู่บ้านยากจน แต่งานนำทางปีนเขาได้สร้างรายได้เเก่หมู่บ้าน

เขากล่าวกับผู้สื่อข่าววีโอเอว่าหากเทียบดูระดับรายได้เเล้ว ชุมชนชาวเผ่า Sherpa เป็นหนึ่งในกลุ่มคนที่มีรายได้มากที่สุดในประเทศเนปาลเนื่องมาจากธุรกิจการปีนเขา คนเผ่า Sherpa ไม่มีทางเลือกอื่นนอกเหนือจากงานนำทางปีนเขาหรืองานช่วยเหลือการเดินทาง

แต่หลังเกิดอุบัติเหตุ คนนำทางชาวเผ่า Sherpa บางคนปฏิเสธงานนำทางเเก่นักปีนเขาอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เป็นสัญญาณว่าพวกเขาไม่พอใจกับระดับความเสี่ยงในการทำงานที่สูงแต่กลับได้รับค่าตอบแทนเพียงส่วนน้อยนิดจากรายได้จำนวนมหาศาลของธุรกิจการท่องเที่ยวปีนเขานี้

ในช่วงแรก ชาวเผ่า Sherpa โกรธเคืองรัฐบาลเนปาลอย่างมากหลังจากทางการเสนอเงินทดแทนจำนวนสี่ร้อยดอลล่าร์สหรัฐหรือราวสองหมื่นบาทแก่แต่ละครอบครัวของไกด์นำทางที่เสียชีวิตจากเหตุก้อนน้ำเเข็งถล่ม แต่หลังจากนั้น รัฐบาลเนปาลได้เสนอค่าชดเชยมากขึ้นและชี้ว่าจะขยายความคุ้มครองการประกันภัยเเก่คนนำทางชาวเผ่า Sherpa

อย่างไรก็ตาม นี่คงไม่ทันต่อการกอบกู้ฤดูกาลปีนเขาในปีนี้เพราะนักปีนเขาชาวต่างชาติต่างเก็บของเดินทางกลับบ้าน

คุณ Sobit Kunwar เจ้าหน้าที่แห่งสมาคมผู้นำทางปีนภูเขาแห่งชาติเนปาล (Nepal National Mountain Guide Association) เขากล่าวกับผู้สื่อข่าววีโอเอว่าคนนำทางชาวเผ่า Sherpa กำลังเศร้าโศกเพราะสูญเสียเพื่อนๆ และต้องการให้รัฐบาลใส่ใจต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์

ด้านคุณ Ang Tshering Sherpa ผู้อำนวยการสมาคมการปีนเขาเเห่งเนปาล (The Nepal Mountaineering Association) และเจ้าของกิจการบริษัทจัดทัวร์ปีนเขากล่าวว่าคนนำทางชาวเผ่า Sherpa จะไม่เลิกทำงานนี้อย่างแน่นอน พวกเขาเพียงเเต่เสียขวัญกับเหตุการณ์ร้ายที่เกิดขึ้้นอยู่เท่านั้น

เขากล่าวกับผู้สื่อข่าววีโอเอว่าชุมชนคนนำทางปีนเขาเป็นชุมชนที่มีความสัมพันธุ์ใกล้ชิด ทุกคนรู้จักกันหมด คนในชุมชนกำลังอยู่ในช่วงเศร้าโศกเสียใจต่อการสูญเสีย พวกเขาทำพิธีกรรมทุกวันเพื่ออุทิศส่วนกุศลแก่วิญญาณผู้เสียชีวิต

นักปีนเขาบางคนรู้สึกว่าความไม่พอใจของคนนำทางน่าจะเกี่ยวเนื่องจากความไม่พอใจกับค่าตอบแทนและผลประโยชน์ที่น้อยนิดที่ได้รับเมื่อเทียบกับการบริการที่หรูหราที่นักท่องเที่ยวได้รับจากการปีนเขา Everest

พันเอก Satish Sharma จากอินเดียสังเกตุเห็นความเปลี่ยนแปลงอย่างมากในช่วง 12 ปีระหว่างการปีนเขา Everest ครั้งเเรกกับการปีนเขาครั้งที่สองของเขา

เขากล่าวว่า Base camp ถูกปรับให้กลายเป็นเหมือนรีสอร์ทระดับห้าดาว ทีมนักปีนเขาบางทีมนำอ่างอาบน้ำสูบลมมาด้วย พร้อมกับอุปกรณ์ติดต่อสื่อสารทันสมัยใช้อินเตอร์เน็ตติดต่อกับโลกภายนอกตลอดเวลา ลูกค้ายอมจ่ายเงินแลกกับบริการที่ทางทัวร์จัดหาให้ เขาบอกว่าการเปลี่ยนแปลงนี้เป็นส่วนหนึ่งของปัญหานี้

และอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในเทือกเขา Everest หนนี้ส่งผลให้ธุรกิจปีนเขาไม่มีลูกค้ามากนักในฤดูกาลปีนเขาปีนี้ แต่นักสังเกตุการณ์หลายคนมั่นใจว่าคนนำทางปีนเขาชาวเผ่า Sherpa จะพร้อมกลับไปทำงานปีนเขาที่เสี่ยงต่อความปลอดภัยเช่นเดิมเพราะนี่เป็นงานเพียงอย่างเดียวที่พวกเขาทำได้
XS
SM
MD
LG