ลิ้งค์เชื่อมต่อ

ผู้เชี่ยวชาญบรรยายภูมิประเทศใต้ทะเลในบริเวณค้นหาเครื่องบินของ Malaysian Airlines ใหม่



บริเวณค้นหาใหม่นี้ แม้จะอยู่ใกล้ออสเตรเลียมากขึ้น คือห่างจากบริเวณเดิมมาทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือราวๆ 1,100 กิโลเมตร แต่ก็ยังกินเนื้อที่กว้างขวางถึง 319,000 ตารางกิโลเมตร ขนาดเดียวกับประเทศโปแลนด์ หรือรัฐ New Mexico ของสหรัฐ

นักธรณีฟิสิกส์ทางทะเล ศาสตราจารย์ William Sager แห่งมหาวิทยาลัย Houston ในรัฐเท็กซัสของสหรัฐ อธิบายว่า พื้นที่ใต้ทะเลส่วนนี้ ซึ่งเรียกว่า Broken Ridge ส่วนใหญ่มีลักษณะเป็นเหมือนที่ราบสูง วัดจากพื้นผิวน้ำทะเลลงไป มีระดับตื้นตั้งแต่ 800 เมตรลงไปจนถึง 3,000 เมตร และปกคลุมไปด้วยตะกอนที่มาจากซากสิ่งมีชีวิตเล็กๆ ในทะเล หรือ Plankton หลายชั้น

ศาสตราจารย์ William Sager บอกว่า ถ้าตัวเครื่องบินตกลงไปบนที่ราบสูงนี้ จะไม่จมลงไปในซาก Plankton แต่ถ้าเลยไปตกลงในส่วนที่เป็นร่องลึก เรียกว่า Diamanta Trench จะค้นหาได้ยากมาก เพราะจะเป็นพื้นที่ที่เต็มไปด้วยโขดหินสูง ทำให้การใช้เครื่องฟังเสียงสะท้อนใต้ทะเล เช่น Sonar ทำงานได้ยากมาก

แบตเตอรี่ของกล่องดำบนเครื่องบิน ซึ่งส่งสัญญาณเสียงออกมาเป็นระยะนั้น ทำงานได้อย่างน้อย 30 วัน และผู้เชี่ยวชาญคาดว่า แบตเตอรี่ดังกล่าวจะหมดอายุลงกลางเดือนเมษายนนี้

ในขณะเดียวกัน แม้สัญญาณเสียงจะสามารถส่งออกไปเป็นระยะทางไกลได้ถึงสองไมล์ครึ่ง แต่ถ้ามีอะไรทับกล่องดำอยู่ หรือตกลงไปในร่องลึกใต้ทะเล สัญญาณเสียงก็จะเดินทางไปไม่ได้ไกลมากนัก และแม้จะมีอุปกรณ์ที่ส่งลงไปฟังเสียงสัญญาณใต้น้ำได้ อุปกรณ์ดังกล่าวจะลงไปไม่ถึงพื้นที่ใต้น้ำ แต่จะลอยตัวอยู่เหนือพื้นเป็นระยะทางห่างหลายร้อยฟุต

ดังนั้น แม้สภาพดินฟ้าอากาศอาจจะเป็นใจ ก็คาดกันว่า การค้นหานี้อาจใช้เวลาระหว่าง 3 เดือนไปจนถึงเกือบสองปี โดยขึ้นอยู่กับคุณภาพของข้อมูลที่เก็บมาได้และนำมาวิเคราะห์ต่อไป
XS
SM
MD
LG