ลิ้งค์เชื่อมต่อ

การตอบโต้ของชาติตะวันตกต่อภัยคุกคามจากกลุ่มรัฐอิสลาม ISIS อาจไม่พอที่จะเอาชนะกลุ่มก่อการร้ายนี้ได้


ในขณะที่ผู้นำชาติตะวันตกหลายคน รวมทั้งนายกรัฐมนตรี David Cameron ของอังกฤษ และประธานาธิบดี Barack Obama ของสหรัฐ กล่าวว่า กลุ่มรัฐอิสลาม หรือ ISIS/ISIL เป็นภัยคุกคามอิรัค ซีเรียและต่อโลก แต่ที่นักวิเคราะห์หลายคนกำลังพูดถึงกันคือ การตอบโต้ของชาติตะวันตกต่อภัยที่ว่านี้จะได้ผลหรือไม่อย่างไร

ประธานาธิบดี Barack Obama ของสหรัฐ กล่าวในสัปดาห์ที่แล้วว่า จะไม่ยอมให้สหรัฐถูกฉุดเข้าไปทำสงครามภาคพื้นดินในอิรัคอีกครั้งหนึ่ง เพราะในที่สุดแล้ว เป็นเรื่องที่ชาวอิรัคจะต้องแก้ไขปัญหาระหว่างกันและสร้างความมั่นคงปลอดภัยขึ้นเอง

เท่าที่ปรากฏ สหรัฐได้ตอบโต้กลุ่ม ISIS ที่ได้เข้ายึดพื้นที่ในซีเรียและอิรัคโดยการส่งเครื่องบินจากเรือบรรทุกเครื่องบินของสหรัฐในอ่าวเปอร์เชียขึ้นโจมตี

Thomas Hegghammer ผู้อำนวยการงานวิจัยเรื่องการก่อการร้ายของ Norwegian Defence Research Establishment ในกรุง Oslo บอกว่า การโจมตีทางอากาศอย่างนั้น เปรียบเสมือนกับการแหย่รังแตน ในขณะที่ หลายประเทศกำลังรอดูทีท่าของสหรัฐว่าจะทำอะไรต่อไป

ผู้อำนวยการงานวิจัยเรื่องการก่อการร้ายของ Norwegian Defence Research Establishment บอกว่า มีแนวโน้มว่าประเทศต่างๆ ในท้องที่รอให้ประเทศใหญ่ๆ อย่างสหรัฐ ยื่นมือเข้าไป ออกค่าใช้จ่ายและส่งคนเข้าไปในพื้นที่ ความท้าทายสำหรับสหรัฐ คือการหลีกเลี่ยงกับดักอย่างนั้น และทำให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในท้องที่เข้าไปมีส่วนร่วมและช่วยรับผิดชอบค่าใช้จ่าย

Shiraz Maher แห่ง International Center for the Study of Radicalization ที่ Kings College ในกรุงลอนดอน บอกว่า ในขณะที่ไม่มีแรงโน้มถ่วงหรือความอยากที่จะส่งทหารเข้าไปปฏิบัติการในซีเรียหรืออิรัค ก็ไม่มีทางที่จะท้าทายกลุ่ม ISIS ได้ เพราะกองทัพของซีเรียหรืออิรัคทำงานนี้เองไม่ได้ กองทัพของบรรดาชาติอาหรับก็จะไม่เข้าไปเกี่ยวข้องแม้อาจจะมีสมรรถภาพที่จะทำได้ ทั้งหมดนี้ทำให้ ISIS เป็นภัยคุกคามที่เป็นอันตรายมาก

แต่ Bayan Sami Abdul Rahman ผู้แทนของชาว Kurd ในกรุงลอนดอนกล่าวว่า ชาว Kurd ซึ่งอยู่ในภาคเหนือของอิรัคมีนักรบ Peshmerga ที่เต็มใจจะสู้รบกับกลุ่ม ISIS เอง โดยขอให้ช่วยดำเนินการโจมตีทางอากาศต่อไป ขออาวุธกับการส่งกำลังบำรุง และการแบ่งปันข่าวกรองเท่านั้น

XS
SM
MD
LG